Seiko SLA033 vs SPB151J1 จะเลือกรุ่นไหนดี ?

0

เชื่อว่าตอนที่ SPB151J1 เปิดตัวออกมา คนที่ผิดหวังกับราคาที่ค่อนข้างแรงของ SLA033 อาจจะสนใจกับนาฬิกาเรือนนี้ เพราะมีหน้าตาที่คล้ายกัน แต่แน่นอนว่าด้วยราคาที่ต่างกันร่วม 3 เท่าตัว มันต้องมีอะไรที่แตกต่างกันหลายอย่างนอกเหนือไปจากหน้าตาอย่างแน่นอน

Seiko SLA033 vs SPB151J1
Seiko SLA033 vs SPB151J1 จะเลือกรุ่นไหนดี ?

Seiko SLA033 vs SPB151J1 จะเลือกรุ่นไหนดี ?

- Advertisement -

ช่วงนี้น่าจะเรียกว่าเป็ความฮ็อตสำหรับของใหม่อย่างเจ้าตะพาบคนจน หรือ Poorman ตะพาบของ Seiko Prospex ที่มีรหัสในการทำตลาด คือ SBDC109 หรือ SPB151J1 สำหรับรุ่นหน้าดำสายเหล็ก และรุ่นหน้าเขียวสายยางในรหัส SBDC111 หรือ SPB153J1 เพราะเป็นของใหม่ที่เพิ่งเริ่มขายแม้ว่าเราจะได้เห็นหน้าตามาตั้งแต่ช่วงประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีคำว่า Poorman พ่วงท้ายตามที่แฟนๆ ชอบเรียก แต่เอาจริงๆ ราคาของ 2 รุ่นนี้ไม่ใช้ถูกอย่างที่คิดนะ เพราะว่า SBDC109 หรือ SPB151J1 เปิดมากับราคาป้าย 57,600 บาท ขณะที่รุ่น SBDC111 หรือ SPB153J1 อยู่ที่ 49,000 บาท ถือเป็นนาฬิกา Prospec ระดับกลางๆ อีกรุ่นของแบรนด์เลยทีเดียว

แต่ที่เรียกกันว่า Poorman ตะพาบนั้นก็เพราะว่ารุ่นนี้ถอดแบบมาจากนาฬิการุ่นคลาสสิคอย่าง 6105-8110 ที่เคยโด่งดังในช่วงทศวรรษที่ 1970 และเมื่อปี 2019 ทาง Seiko (ไซโก้) เองก็นำมา Re-Issue ผลิตขายเป็น Limited Edition ที่มีราคาหลักแสนกลางๆ โดยใช้รหัสว่า SLA033 หรือ SBDX031 ที่มีการผลิต 2,500 เรือน มันก็เลยเป็นที่มาของชื่อ Poorman ตะพาบสำหรับเจ้า SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 ที่มีการถอดแบบหน้าตาออกมา แต่ปรับลดสเป็กเพื่อให้คนจับต้องง่ายขึ้น

แน่นอนว่าถึงตรงนี้หลายคนสงสัยว่าแล้วทั้งคู่มันแตกต่างกันอย่างไร แล้วทำไมราคาป้ายถึงห่างชั้นกันเป็นเท่าตัวขนาดนี้ เอาละวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบสเป็กของทั้งคู่กัน

มิติตัวเรือน : แม้ว่าเมื่อดูผ่านๆ แล้วจะเหมือนและคล้ายกัน แต่เอาเข้าจริงๆ ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร และเจ้า Poorman ตะพาบก็มีมิติตัวเรือนที่ถูกย่อลงมาจากรุ่น SLA033/SDBX031 ทั้งในเรื่องของเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน และขนาด Lug to Lug ที่จะส่งผลต่ออาการ ‘เต็มข้อ’ เวลาที่อยู่บนข้อมือ จริงอยู่ที่ว่า SLA033/SDBX031 อาจจะน้อยกว่าในเรื่องของความหนา แต่ทว่าตัวเลขความต่างเพียง 0.2 มิลลิเมตรนั้น เราคงต้องบอกว่าแทบจะไม่ได้สร้างความรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย

SLA033/SDBX031 SBDC109-SPB151J1 Diff
เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.) 45 42.7 +2.3
Lug to Lug (มม.) 49.2 46.6 +2.6
ความหนา (มม.) 13 13.2 -0.2
ความกว้างขาสาย (มม.) 20 20 =

 

Seiko SLA033 vs SPB151J1

หน้าตา : ถอดแบบมาราวกันโคลนกันเลยหรือเปล่า ? ถ้าอ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว คงทราบคำตอบแล้วว่า ไม่ใช่ละ เพราะอย่างแรกขนาดก็ไม่ผ่านแล้ว ส่วนในเรื่องหน้าตานั้น ถ้าคุณมีภาพของ SLA033/SDBX031 อยู่ในหัวแบบจำได้เป๊ะๆ เราก็ต้องบอกว่า SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 ไม่ได้ถึงกับเหมือนกันสักทีเดียว มีจุดแตกต่างกันค่อนข้างเยอะเหมือนกัน

อย่างแรก ตำแหน่งของเม็ดมะยม ในรุ่น SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 จะค่อนขึ้นไปทางด้านบนเหนือจากตำแหน่ง 4.00 น. ขณะที่รุ่น SLA033/SDBX031 จะอยู่เกือบตรงกับตำแหน่ง 4 นาฬิกา ขณะที่บนหน้าปัดนอกจากจะไม่มีสัญลักษณ์ PS ของ Prospex อยู่ในตำแหน่งตำแหน่ง 6 นาฬิกาแล้ว อีกจุดคือ กรอบสีเงินของช่องหน้าต่างในตำแหน่ง 3 นาฬิกาซึ่งรุ่น SLA033/SDBX031 มี แต่ SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 ไม่มี

บนหน้าปัดยังมีรายละเอียดที่ต่างกัน เช่น พื้นผิวของเข็มชั่วโมงซึ่งในรุ่น SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 จะเป็นแบบมีเหลี่ยมหักลงคล้ายหลังคาไม่ใช่แบนเรียบ ขณะที่เข็มวินาทีของรุ่น SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1จะมีปลายต่อออกไปจุดพรายน้ำ

3 Seiko SLA033 vs SPB151J12 Seiko SLA033 vs SPB151J11 Seiko SLA033 vs SPB151J1อีกจุดที่สังเกตได้ชัดคือ ตัวเลขบนสเกลของขอบตัวเรือนซึ่งฟอนต์ที่ใช้จะแตกต่างกัน และเป็นคนละแบบ ซึ่ง SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 จะดูตัวใหญ่และมีความทันสมัยมากกว่า ส่วนรุ่นสายยาง ซึ่งก็คือ SBDC111 หรือ SPB153J1 จะมีลวดลายคนละแบบจากของ SLA033/SDBX031 แม้ว่าความกว้างขาสายจะเท่ากัน

Seiko SLA033 vs SPB151J1


กลไก
: หลายคนบอกว่าราคาของ SLA033/SDBX031 แรงไปหน่อยเพราะจับคู่กลไกไม่เหมาะสมกับราคา และส่วนใหญ่แล้วออกความเห็นว่า น่าจะใช้กลไก Hi-Beat แบบเดียวกับ SLA025 มากกว่าที่จะเป็น 8L35 เหมือนกับ MM300 ซึ่งนั่นทำให้ความรู้สึกในแง่ของความสมเหตุสมผลกับราคาที่ตั้งเลยดูลดน้อยถอยไปหน่อย

แน่นอนว่าเมื่อเป็น SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 ที่มีระดับราคาป้ายอยู่ในช่วงบวกลบ 50,000 บาทที่ต่างกันกว่ามากกว่า 3 เท่ามันก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องกลไกด้วยเช่นกัน ดังนั้นการใช้กลไกระดับเดียวกับ SLA033/SDBX031 คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และ 6R35 ที่ถือว่าเป็นกลไกสหกรณ์สำหรับนาฬิกาในกลุ่มที่มีราคาป้ายระดับครึ่งแสนก็เลยได้เข้ามาประจำการแทน

SLA033/SDBX031 SBDC109-SPB151J1
รหัสกลไก 8L35 6R35
ความถี่ (ครั้งต่อช.ม.) 49.2 46.6
จำนวนทับทิม 13 13.2
ความเที่ยงตรง -10/+15 วินาที/วัน -15/+25 วินาที/วัน
การสำรองพลังงาน (ช.ม. 55 70

 

6R35 ได้รับการถ่ายทอดจุดเด่นมาจาก 6R15 ทั้งในเรื่องของความเที่ยงตรงที่อยู่ในระดับที่สามารถรับได้ ความทนทานในการใช้งาน เรียกว่าไม่ค่อยมีอะไรที่จุกจิกกวนใจ และความสามารถในการสำรองพลังงาน เพราะมีการขยับจาก 50 ชั่วโมงใน 6R15 มาเป็น 70 ชั่วโมงในรุ่น 6R35

รายละเอียดบนตัวเรือน : แน่นอนว่าด้วยราคาที่เกินหลักแสนของ SLA033/SBDX031 สิ่งที่ได้มาจากนาฬิกาเรือนนี้นอกเหนือจากหน้าตาที่ถอดแบบมาจากนาฬิการุ่นคลาสสิคแล้วคือ ความหรูหราและความประณีตของชิ้นงานที่เกิดขึ้นตามราคา ตรงจุดนี้ใครที่เตรียมควักเงินซื้อ SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 คงจะต้องเข้าใจด้วยว่า สัมผัสและสิ่งที่เกิดขึ้นบนตัวเรือนคงไม่อาจที่จะเทียบเท่า SLA033/SBDX031 แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสัมผัสทีเกิดขึ้นจากกลุ่ม SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 จะด้อยแต่อย่างใด เพียงแต่ในตอนนี้เรากำลังเปรียบเทียบกับนาฬิกาที่หน้าตาคล้ายกันแต่ราคาต่างกันเกินเท่าตัว ดังนั้น จุดต่างมันมีอะไรมากมาย

ข้อสรุป :

ถ้าคุณมีงบน้อยแต่ชอบหน้าตาของเจ้าตะพาบ SBDC109 หรือ SPB151J1 และ SBDC111 หรือ SPB153J1 คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะราคาอยู่ในช่วงที่จับต้องได้ แต่ต้องยอมรับว่า ‘มันก็แค่เหมือน’ แต่ถ้าคุณมองยาวไปกว่านั้นในแง่ของการสะสมและความไม่เหมือนใคร ยังไง SLA033/SBDX031 ก็คุ้มค่ากว่า ทั้งเรื่องสตอรี่ที่เป็นการ Re-Issue มาจากเรือนดั้งเดิม กลไก ความประณีต และจำนวนในการผลิตที่จำกัดเพียง 2,500 เรือน แม้ว่าราคาในบ้านเราจะแตกต่างกันถึง 3 เท่าก็ตาม

SLA033/SDBX031

SBDC109-SPB151J1

ราคา 174,800 48,500-57,300