Omega Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghi พิเศษเพื่อทีมเรือใบพันธมิตรใหม่

0
121

สำหรับแฟนของ Omega (โอเมก้า) อาจจะไม่คุ้นเมื่อ Speedmaster มาจับมือกับทีมแข่งเรือใบ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการทำเช่นนี้ โดยพันธมิตรใหม่รายนี้ร่วมผลิตนาฬิกาที่ชื่อ Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghi 

- Advertisement -

Omega Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghi

Omega Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghi พิเศษเพื่อทีมเรือใบพันธมิตรใหม่

  • การจับมือกับพันธมิตรใหม่อย่าง Alinghiทีมแข่งเรือใบสัญชาติสวิสส์

  • ใช้พื้นฐานของ Dark Side of the Moon ‘Apollo 8’ edition พร้อมกลไกไขลาน

  • ไม่มีการผลิตจำกัดจำนวน แต่ราคาอยู่ที่ 10,800 เหรียญสหรัฐฯ

ดูๆ ไปแล้ว คอลเล็กชั่น Speedmaster กับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำ มันไม่น่าจะเข้ามายุ่งกันได้ แต่สุดท้ายก็มีพบกันจนได้กับพาร์ทเนอร์รายใหม่ที่เป็นทีมแข่งเรือใบสัญชาติสวิสส์อย่าง Alinghi ที่เพิ่งแยกทางเดินกับ AP หรือ Audemars Piguet พันธมิตรที่เคียงคู่กันอย่างยาวนาน เพื่อเข้ามาจับมือกับ Omega ในปี 2019 และเปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกของพวกเขาคือSpeedmaster Dark Side of the Moon Alinghi

เรื่องการจับมือกับทีมแข่งเรือใบ เชื่อว่าแฟนๆ ของ Omega ไม่เคยตั้งคำถามมาก่อน เพราะการทำงานในลักษณะนี้มีมานานแล้ว เช่น New Zealand ETNZ ที่เคย Collaboration กับ Omega หลายต่อหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวพันกับคอลเล็กชั่นทางน้ำอย่าง Seamaster ทั้ง Professional และ Planet Ocean ยกเว้นครั้งที่พวกเขาเลือกเอา Speedmaster มาเป็นรุ่นพิเศษแถมยังไม่ธรรมดาเพราะเป็น Speedmaster Dark Side of the Moon ที่ใช้ตัวเรือนซึ่งผลิตจากเซรามิก

Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghiมากับรหัส Ref.311.92.44.30.01.002 แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นครั้งแรกของ Speedmaster กับเรื่องทางน้ำ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2017 รุ่น Skywalker X-33 ก็มีมาแล้วกับรุ่น X-33 Regatta ที่จับมือร่วมกับทีมแข่ง New Zealand ETNZ โดย Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghiจะใช้พื้นฐานตัวเรือนจาก Dark Side of the Moon ‘Apollo 8’ edition ที่เปิดตัวเมื่อปี 2018

ตัวเรือนผลิตจากเซรามิกและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 44.25 มิลลิเมตร มาสีดำสลับแดงที่เป็นสีประจำทีม และในส่วนของหน้าปัดย่อยบนหน้าปัดก็มีการปรับการแสดงผลที่แตกต่างออกไปเพราะว่าจะต้องใช้ในการจับเวลาการออกตัวของการแข่งขันเรือใบ โดยเฉพาะสเกลสำหรับจับเวลาในช่วง 5 นาทีแรกที่จะต้องทำให้เด่นขึ้นมาเพื่อใช้ในการจับเวลาตอนออกตัวในระหว่างการแข่งขัน ส่วนช่องจับเวลาตรง 6 นาฬิกาที่ทำหน้าที่ 12 ชั่วโมงนั้นจะมากับสัญลักษณ์ของทีม และเป็นแบบเพลทหมุนไม่ใช่แบบเข็มเหมือนกับปกติ

Omega Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghi

กลไกที่ทำหน้าที่ในการจับเวลาเป็นกลไกไขลานรหัส Caliber 1865 เดินด้วยความถี่ 21,000 ครั้งต่อชั่วโมง และสำรองพลังงานได้ 48 ชั่วโมง โดยด้านหลังเป็นแบบใสสามารถมองเห็นชิ้นส่วนของกลไกได้ ทำให้สามารถชื่นชมกับความเข้มละดุดันของกลไก ซึ่งจริงๆ แล้วกลไกรุ่นนี้มีขนาดบางกว่าของรุ่น 9300 ซึ่งปกติแล้วจะประจำการอยู่ในคอลเล็กชั่น Speedmaster Dark Side of the Moon

Omega Speedmaster Dark Side of the Moon Alinghi

ไม่ได้มีการผลิตจำกัดจำนวน ส่วนราคาตั้งเอาไว้มี่ 10,800 เหรียญสหรัฐฯ คราวนี้ต้องมาลุ้นดูว่าเมื่อมาถึงบ้านเราแล้วราคาป้ายจะสูงหรือต่ำกว่าราคาของ ‘Apollo 8’ edition ซึ่งในบ้านเราตั้งเอาไว้ที่ 338,000 บาท

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync