Grand Seiko GMT 4 Seasons สะท้อนความงดงามแห่งฤดูกาล

0

ความงดงามของฤดูกาลได้ถูกสะท้อนผ่านเรือนเวลาของ Grand Seiko กับคอลเล็กชั่น Grand Seiko GMT 4 Seasons ที่นำความสวยงามของแต่ละช่วงฤดูกาลมานำเสนอ

Grand Seiko GMT 4 Seasons
Grand Seiko GMT 4 Seasons

Grand Seiko GMT 4 Seasons สะท้อนความงดงามแห่งฤดูกาล

  • คอลเล็กชั่นที่นำเสนอความงามของแต่ละฤดูผ่านความประณีตบนหน้าปัด

  • แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ Shunbun และ Shōsho ใช้ตัวเรือน 5 มิลลิเมตร ส่วน Kanro และTōji มีขนาด 40 มิลลิเมตร

  • ราคาโดยประมาณอยู่ที่ 223,000-250,100 บาทและรุ่น Shunbun และ Shōsho จะเริ่มวางขายก่อน

- Advertisement -

ฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ฤดู และในแต่ละ 4 ฤดู จะถูกแบ่งย่อยออกเป็น 6 ช่วง ทั้ง 4 ฤดูกาลจะมีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกันไป การเปลี่ยนแปลงจากฤดูกาลหนึ่งไปยังอีกฤดูหนึ่งเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน ทำให้ธรรมชาติของเวลามีความใกล้ชิดกับสัมผัสแห่งความรู้สึกของเรามากยิ่งขึ้น นาฬิกา GMT แต่ละเรือนเหล่านี้เป็นผลงานที่ได้รับการรังสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 24 ช่วงฤดูย่อยในรอบ 1 ปีหรือที่เรียกว่า ‘Sekki’ (เซกกิ)

ช่วงฤดูที่ถูกเลือกสรรประกอบด้วย คือ Shunbun (ชุนบุน – ฤดูใบไม้ผลิ) , Shōsho (โชโฉะ – ฤดูร้อน), Kanro (คังโร – ฤดูใบไม้ร่วง) and Tōji (โทจิ – ฤดูหนาว) ในรุ่น Shunbun และ Shōsho จะมากับกลไกรหัส 9S86 ซึ่งเป็นกลไกความถี่สูง 36,000 GMT ขณะที่รุ่น Kanro และTōji บรรจุกลไกรหัส 9R66 ที่ขับเคลื่อนด้วย Spring Drive GMT

Grand Seiko GMT 4 Seasons

ทั้งหมดจะสะท้อนผ่านทางตัวเรือนที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลมาพร้อมกับขอบที่คมและมีเหลี่ยมมุมอย่างโดดเด่นและคลาสสิกตามแบบฉบับของ Grand Seiko และด้านข้างได้รับการขัดด้วยเทคนิคซารัตซึ (Zaratsu) ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ใสราวกระจกปราศจากการผิดเพี้ยนของพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นกลไกจักรกลและกลไกแบบ Spring Drive คุณสามารถมองเห็นรายละเอียดของกลไกเหล่านี้ผ่านทางกระจกแซฟไฟร์ที่ผนึกบนฝาหลังให้ชื่นชมความงดงามที่ผ่านการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างประณีต

Grand Seiko GMT 4 Seasons

สำหรับรุ่น Shunbun – SBGJ251 และ Shōsho – SBGJ249 จะมาพร้อมตัวเรือนขนาด 39.5 มิลลิเมตร และหนา 14.1 มิลลิเมตร ขับเคลาอนด้วยกลไก 9S86 ซึ่งเป็นกลไกความถี่สูง 36,000 GMT มีกำลังสำรอง 55 ชั่วโมง ขณะที่รุ่น Kanro และTōji ตัวเรือนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40.2 มิลลิเมตร หนา 14.0 มิลลิเมตร พร้อมกลไก 9R66 ที่ขับเคลื่อนด้วย Spring Drive GMT มีกำลังสำรอง 72 ชั่วโมง

## Collection Grand Seiko GMT 4 Seasons รุ่นต่างๆ ##

# Shunbun – SBGJ251

ในฤดูใบไม้ผลิ การเดินทางของวันที่มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนที่เท่ากันได้มาถึง ทุกคนสามารถสัมผัสถึงฤดูใบไม้ผลิได้อย่างชัดเจนจากอากาศที่อยู่โดยรอบต้นซากูระในภูเขาเริ่มผลิบานและดอกซากุระกระจายตัวประดับประดาอยู่บนเนินเขาอย่างงดงาม สีเขียวและสีโรสโกลด์ที่อยู่บนหน้าปัดสะท้อนถึงคำสัญญาของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Shunbun – SBGJ251

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Shunbun – SBGJ251

# Shunbun – SBGJ251

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Shunbun – SBGJ251

# Shunbun – SBGJ251

# Shōsho – SBGJ249

ในที่สุดฤดูฝนก็สิ้นสุดลงและฤดูร้อนใกล้เข้ามา ในช่วงฤดู Shōsho สายลมอันอบอุ่นได้สร้างระลอกคลื่นอันละเอียดอ่อนในทะเลสาบและแอ่งน้ำหลายพันแห่งทั่วญี่ปุ่น พร้อมกับทอแสงระยิบระยับท่ามกลางแสงแดดของช่วงต้นฤดูร้อน ลายคลื่นที่อยู่บนหน้าปัดนำ Shōsho ให้มีชีวิต

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Shōsho – SBGJ249

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Shōsho – SBGJ249

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Shōsho – SBGJ249

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Shōsho – SBGJ249

# Shōsho – SBGJ249

# Kanro – SBGE271

เมื่อยามตะวันตกดินในตอนเย็นและอากาศที่เย็นสบายในตอนเช้า เข็มวินาทีมีการเคลื่อนตัวอย่างเงียบๆ ราวกับดวงจันทร์เคลื่อนตัวผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ฤดูใบไม้ร่วงมาจนถึงจุดสูงสุดแล้ว

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Kanro – SBGE271

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Kanro – SBGE271

Grand Seiko GMT 4 Seasons
# Kanro – SBGE271

# Kanro – SBGE271

# Tōji – SBGE269

ปรากฏการณ์กลางคืนยาวนานกว่ากลางวันของประเทศในแถบซีกโลกเหนือ (Winter Solstice) อยู่ใน TŌji สื่อถึงจุดเริ่มต้นของฤดูหนาว ช่วงเวลากลางวันจะสั้น อากาศแจ่มใสและปลอดโปร่ง และหิมะล่องลอยไปตามเสียงแห่งลม หน้าปัดของนาฬิกามาพร้อมกับพื้นผิวและสีที่สะท้อนถึงทิวทัศน์ที่เกิดขึ้นในฤดูหนาวขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า

Grand Seiko GMT 4 SeasonsGrand Seiko GMT 4 SeasonsGrand Seiko GMT 4 SeasonsGrand Seiko GMT 4 Seasons

เมื่ออ้างอิงจากการเปิดตัวรุ่นแรกที่ถูกนำเสนอในสหรัฐอเมริการุ่น Shunbun และ Shōsho จะเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ตามด้วย Kanro และ TŌji จะเปิดตัวในเดือนกันยายน ที่บูติกของ Grand Seiko และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก

โดยในเมืองไทย

-SBGE269 และ SBGE271 ราคา 223,000 บาท 

-SBGJ249 และ SBGJ251 ราคา 250,100 บาท 

ข้อมูลทางเทคนิค : Grand Seiko Elegance Collection

  • กลไก 9S86 : SBGJ249, 251
  • ระบบขับเคลื่อน : อัตโนมัติ
  • ความถี่ในการเดิน : 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (10 บีทต่อวินาที)
  • ความเที่ยงตรง : +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน
  • พลังงานสำรอง : 55 ชั่วโมง
  • เข็ม GMT แสดงเวลาไทม์โซนที่ 2
  • จำนวนทับทิม : 37 เม็ด
  • กลไก 9R66 : SBGJ269, 271
  • ระบบขับเคลื่อน : อัตโนมัติ แบบ สปริง ไดร์ฟ
  • ความเที่ยงตรง : +/- 1 วินาทีต่อวัน (+/-15 วินาทีต่อเดือน)
  • พลังงานสำรอง : 72 ชั่วโมง
  • เข็ม GMT แสดงเวลาไทม์โซนที่ 2
  • จำนวนทับทิม : 30 เม็ด

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ตัวเรือนและบานพับผลิตจากสแตนเลสสตีล
  • บานพับ 3 ทบพร้อมกับปุ่มกดคลายล็อก
  • กระจกแซฟไฟร์ทรงยกสูง พร้อมเคลือบสารกันการสะท้อนแสง
  • ฝาหลังแบบใสมองทะลุได้
  • ความสามารถในการกันน้ำ: 3 บาร์ (รุ่น SBGJ249, 251) / 10 บาร์ (รุ่น SBGJ269, 271)
  • ความทนทานต่อสนามแม่เหล็ก : 4,800 แอมป์/เมตร
  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 5 มิลลิเมตร หนา 14.1 มิลลิเมตร (รุ่น SBGJ249, 251)
  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 2 มิลลิเมตร หนา 14.0 มิลลิเมตร (รุ่น SBGJ269, 271)