นาฬิการุ่นพิเศษจากคอลเล็กชั่น Save the Ocean ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเผยโฉม Seiko HBF003J หรือ Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Save the Ocean Limited Edition ซึ่งเป็นการนำความงามจากป่าชายเลนมานำเสนอผ่านหน้าปัดสีเขียวในแบบซันเรย์ที่มีความสวยงาม ใช้พื้นฐานของ Marinemaster รุ่นล่าสุดขนาด 42.6 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติในรหัส 8L45 ที่มีกำลังสำรอง 72 ชั่วโมงและมีการผลิตออกขาย 900 เรือนทั่วโลก

Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Save the Ocean Limited Edition HBF003J นำป่าชายเลนสู่หน้าปัดสุดสวย
-
Seiko HBF003J อีกเวอร์ชันของ Save The Ocean จาก Seiko
-
นำความงามจากป่าชายเลนมานำเสนอผ่านหน้าปัดสีเขียวในแบบซันเรย์ที่มีความสวยงาม
-
ใช้พื้นฐานของ Marinemaster รุ่นล่าสุดขนาด 42.6 มิลลิเมตร และมีการผลิตออกขาย 900 เรือนทั่วโลก
คอลเล็กชั่น Save The Ocean ของ Seiko ยังมีออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีการเปิดตัว Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Save the Ocean Limited Edition ในรหัส HBF003J ออกมา โดยอ้างอิงดีไซน์ของนาฬิกาดำน้ำรุ่นล่าสุดของกลุ่ม Marinemaster พร้อมหน้าปัดสีเขียวแบบซันเรย์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากป่าชายเลน โดยจะมีการผลิตออกสู่ตลาดในจำนวน 900 เรือนทั่วโลก ซึ่ง 300 เรือนในนั้นจะจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่น
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
Seiko Save the Ocean โครงการเพื่อท้องทะเล
โครงการ Save the Ocean ที่ทาง Seiko เริ่มขึ้นในปี 2018 โดยเป็นความร่วมมือกับ Fabien Cousteau (ฟาเบียน คุสโตว์) นักสำรวจโลกใต้ท้องทะเลที่เป็นหลานชายของ Jacques-Yves Cousteau (ฌาค-อีฟว์ กุสโต) นักสำรวจชื่อดังของโลก ซึ่ง Seiko จะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายนาฬิกา Save The Ocean มอบให้กับ Ocean Learning Center (OLC) หรือศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ทางทะเลของ Fabien Cousteau แบรนด์แอมบาสเดอร์คอลเล็กชั่น Prospex เพื่อนำไปศึกษา, เรียนรู้เพื่อหาทางฟื้นฟู มหาสมุทรที่ได้รับผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม และจากการกระทำของมนุษย์
หน้าปัด Seiko HBF003J แรงบันดาลใจจากป่าชายเลน
สำหรับป่าชายเลนถือเป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่มีความซับซ้อน และมีความสำคัญอย่างมากสำหรับมนุษย์ในการช่วยปกป้องปัญหาของแนวตลิ่งทรุด หรือลดความรุนแรงจากคลื่นของทะเลที่ซัดเข้าสู่ฝั่ง โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในน้ำกร่อยซึ่งเป็นจุดที่น้ำทะเลและน้ำจืดมาบรรจบกัน จนทำให้เกิดสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
Seiko ได้นำสิ่งเหล่านี้มาสร้างสรรค์โทนเฉดสีเขียวบนหน้าปัด และสอดรับกับเข็มวินาทีสี Pink Gold ที่ดูหรูหรา โดย Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Save the Ocean Limited Edition ในรหัส HBF003J เป็นเรือนเวลารุ่นล่าสุดต่อจาก Seiko Prospex 1965 Heritage Diver’s Watch Save the Ocean Limited Edition รหัส SPB545J1 ที่เปิดตัวในปลายปี 2025
Seiko HBF003J ต่างจาก Marinemaster รุ่นมาตรฐาน HBF001 อย่างไร
HBF003J ใช้พื้นฐานเดียวกับ Seiko Marinemaster HBF001 ที่ได้รับการอัปเกรดเป็นเจเนอเรชันใหม่ในปี 2026 ทั้งตัวเรือน กลไก 8L45 และบานพับปรับสาย โดยความแตกต่างหลักมีอยู่ 3 จุด
- หน้าปัด : รุ่นมาตรฐานเป็นหน้าปัดลายเกรน ขณะที่ HBF003J เป็นหน้าปัดซันเรย์สีเขียวจากแรงบันดาลใจของป่าชายเลน
- เข็มวินาที : เปลี่ยนเป็นสี Pink Gold เพื่อตัดกับโทนเขียวของหน้าปัด
- ฝาหลัง : สลักคำว่า LIMITED EDITION พร้อมหมายเลขเรือน

ตัวเรือน Seiko Marinemaster 42.6 มม. พร้อมบานพับปรับสาย
การพัฒนามีขึ้นบนนาฬิการุ่นล่าสุดของ Marinemaster ตัวเรือนและสายผลิตจากสเตนเลสสตีลพร้อมการขัดแต่งอย่างสวยงาม ขอบตัวเรือนมาพร้อมแผ่นเซรามิกสีดำ โดยตัวนาฬิกามีเส้นผ่านศูนย์กลาง 42.6 มิลลิเมตร และหนา 14.1 มิลลิเมตร พร้อมบานพับสายแบบพิเศษ สามารถเลื่อนเพื่อขยับปรับขนาดของสายได้ 16 มิลลิเมตร โดยสามารถปรับด้วยการเลื่อนปุ่มด้านในทีละสเต็ปรวม 8 สเต็ปซึ่งแต่ละสเต็ปจะห่างกัน 2 มิลลิเมตร ให้ความสะดวกสบาย และลดปัญหาเรื่องขนาดนาฬิกาที่หลวมหรือแน่นขึ้น เพราะความเปลี่ยนแปลงจากอุณหภูมิที่ส่งผลต่อการหดหรือขยายของผิวหนังของมนุษย์ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพ ทั้งขอบหมุนได้ทิศทางเดียว เม็ดมะยมแบบขันเกลียว ช่องแสดงวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และความสามารถในการป้องกันสนามแม่เหล็ก 4,800 A/m
กลไก Seiko 8L45 สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
กลไกคืออีกไฮไลท์ที่น่าสนใจ กับรหัส 8L45 ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 กับ Marinemaster รหัส SBDX067 ที่กันน้ำได้ 600 เมตร มีการใช้ Spron โลหะผสมเฉพาะที่พัฒนาโดย Seiko ถูกนำมาใช้ในสปริงลานและสปริงบาลานซ์ โดยถูกออกแบบให้มีความทนทานต่อการฉีกขาด การกัดกร่อน และการสึกหรอ พร้อมรักษาความเที่ยงตรงได้อย่างเสถียร โดยมีความเที่ยงตรงระดับ +10 ถึง -5 วินาทีต่อวัน
อีกทั้งยังมีระบบ Diashock ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการป้องกันแรงกระแทกให้กับกลไกนาฬิกา โดยถูกนำมาใช้ในส่วนรองรับ (bearing) เช่น จุดหมุนของบาลานซ์วีล ซึ่งเป็นส่วนที่มีความอ่อนไหวต่อแรงกระแทกเป็นพิเศษ ด้วยระบบ Diashock นี้ โครงสร้างของกลไกจึงสามารถรักษาความเสถียรได้ดี แม้ต้องเผชิญกับแรงกระแทกอย่างฉับพลัน สำหรับกำลังสำรองอยู่ในระดับ 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันในรุ่นนี้ พร้อมความสามารถในการกันน้ำ 300 เมตร

ราคา Seiko HBF003J และวันวางขาย
Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Save the Ocean Limited Edition ในรหัส HBF003J จะเริ่มวางขายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และราคาในญี่ปุ่นอยู่ที่ 506,000 เยน ส่วนในยุโรปอยู่ที่ 3,800 ยูโร และในอังกฤษ 3,300 ปอนด์ สำหรับราคาในสหรัฐฯ ยังไม่มีการประกาศ แต่เมื่อเทียบกับ Marinemaster HBF001 รุ่นมาตรฐานที่ราคา 3,600 ดอลลาร์ และ Save the Ocean รุ่นก่อนหน้าที่ 3,900 ดอลลาร์ ก็คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยจะวางจำหน่ายผ่าน Seiko Boutique เป็นหลัก
มุมมอง ANA-DIGI ต่อ Seiko HBF003J
สำหรับเรา Seiko HBF003J คือการนำ Marinemaster เจเนอเรชันใหม่ที่ดีที่สุดในรอบหลายปีของ Seiko มาแต่งหน้าปัดให้มีเสน่ห์มากขึ้น หน้าปัดซันเรย์สีเขียวช่วยลดความดุดันของนาฬิกาดำน้ำ 300 เมตรลง ทำให้ใส่ได้ทั้งลุคลำลองและลุคทางการ ขณะที่จุดแข็งเชิงใช้งานอย่างกลไก 8L45 สำรองพลังงาน 3 วันและบานพับปรับสายได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือก็ยังอยู่ครบ ด้วยจำนวนเพียง 900 เรือน และ 300 เรือนถูกจัดสรรให้ญี่ปุ่น ใครที่สนใจคงต้องรีบติดต่อร้านค้าตั้งแต่เนิ่นๆ

รายละเอียดทางเทคนิค : Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Save the Ocean Limited Edition HBF003J
- เส้นผ่านศูนย์กลาง : 42.6 มิลลิเมตร
- ความหนา : 14.1 มิลลิเมตร
- Lug to Lug : 49.3 มิลลิเมตร
- ระยะห่างขาสาย : 20 มิลลิเมตร
- วัสดุตัวเรือนและสาย : สเตนเลสสตีล
- ขอบตัวเรือน : สเตนเลสสตีล พร้อมแผ่นเซรามิก
- กระจก : Sapphire ทรงโค้งสองด้าน พร้อมเคลือบสารกันการสะท้อนแสงด้านใน
- กลไก : อัตโนมัติรหัส 8L45
- ความถี่ : 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (35 จิวเวล)
- ความเที่ยงตรง : +10 ถึง -5 วินาทีต่อวัน
- กำลังสำรอง : 72 ชั่วโมง (3 วัน)
- การกันน้ำ : 300 เมตร
- ป้องกันสนามแม่เหล็ก : 4,800 A/m
- ฟังก์ชัน : แสดงวันที่, หยุดเข็มวินาที, ขอบหมุนทิศทางเดียว, เม็ดมะยมขันเกลียว
- บานพับ : ปรับขยายได้ 16 มม. ทีละ 2 มม. ไม่ต้องใช้เครื่องมือ
- จำนวนผลิต : 900 เรือนทั่วโลก
- ราคา : 506,000 เยน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Seiko HBF003J
Seiko HBF003J ราคาเท่าไหร่?
ราคาในญี่ปุ่นอยู่ที่ 506,000 เยน ยุโรป 3,800 ยูโร และอังกฤษ 3,300 ปอนด์
Seiko HBF003J ผลิตกี่เรือน?
ผลิตจำนวนจำกัด 900 เรือนทั่วโลก โดย 300 เรือนจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่น
Seiko HBF003J วางขายเมื่อไหร่?
เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2026
Seiko HBF003J ใช้กลไกอะไร?
กลไกอัตโนมัติ Caliber 8L45 ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงานประมาณ 72 ชั่วโมง ความเที่ยงตรง +10 ถึง -5 วินาทีต่อวัน
Seiko HBF003J ขนาดเท่าไหร่ ใส่สบายไหม?
ตัวเรือนกว้าง 42.6 มม. หนา 14.1 มม. และยาว 49.3 มม. จาก Lug to Lug ซึ่งถือว่ากะทัดรัดสำหรับนาฬิกาดำน้ำ 300 เมตร ประกอบกับบานพับที่ปรับขยายได้ 16 มม. ทำให้ปรับให้พอดีข้อมือได้ง่ายตลอดทั้งวัน
Seiko HBF003J ต่างจาก HBF001 อย่างไร?
ใช้ตัวเรือนและกลไกเดียวกัน แต่ HBF003J มีหน้าปัดซันเรย์สีเขียวจากแรงบันดาลใจป่าชายเลน เข็มวินาทีสี Pink Gold และฝาหลังสลัก LIMITED EDITION พร้อมหมายเลขเรือน
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline















