Girard-Perregaux X Aston Martin ความหรูที่มีแค่ 18 เรือนเท่านั้น

0
- Advertisement -

ความร่วมมือของ 2 แบรนด์ที่โดดเด่นในโลกแห่งเรือนเวลา และความเร็ว โดย Girard-Perregaux ( จิราร์ด-แปร์โกซ์ ) จับมือร่วมกับ Aston Martin ในการผลิตนาฬิกาเรือนแรกที่เกิดจากความร่วมมือของทั้ง 2 ฝ่ายและมีการผลิตเพียงแค่ 18 เรือนเท่านั้น

Girard-Perregaux X Aston Martin

Girard-Perregaux X Aston Martin ความหรูที่มีแค่ 18 เรือนเท่านั้น

  • ถือกำเนิดจากการประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรระหว่าง Girard-Perregaux และ Aston Martin

  • ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียม เกรด 5 พร้อมขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบทูร์บิญอง

  • ผลิตเพียงแค่ 18 เรือนเท่านั้นในโลก

จิราร์ด-แปร์โกซ์ จับมือร่วมกับ Aston Martin ผสานความเชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์นาฬิกาเข้ากับองค์ความรู้เฉพาะทางในการสร้างสรรค์รถยนต์หรูและสูงด้วยสมรรถนะ พร้อมเปิดตัวผลงานรุ่นแรกของทั้งสองแบรนด์ Tourbillon with Three Flying Bridges – Aston Martin Edition

Girard-Perregaux X Aston Martin

นาฬิการุ่นแรกที่ถือกำเนิดจากการประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรเมื่อเร็วๆ นี้ ระหว่าง  จิราร์ด-แปร์โกซ์  และ Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) ได้เผยโฉมขึ้นแล้ว ภายในผลงานรุ่น Tourbillon with Three Flying Bridges – Aston Martin Edition กับการผนึกรวมเป็นหนึ่งของความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกาของ จิราร์ด-แปร์โกซ์ เข้ากับองค์ความรู้เฉพาะหนึ่งเดียวแห่งความหรูหราและสมรรถนะของ Aston Martin ทั้งสองแบรนด์ได้แสดงออกถึงความหลงใหลในงานฝีมืออันประณีตและการทำงานร่วมกัน รวมถึงแลกเปลี่ยนซึ่งความเข้าใจอย่างแท้จริงถึงหัวใจของงานออกแบบ วัสดุ และเทคโนโลยี ซึ่งในผลงานรุ่นล่าสุดนี้ยังได้ร่วมเฉลิมฉลองให้กับนาฬิกาพก Three Bridges อันเป็นไอคอนิกจากศตวรรษที่ 19 ภายใต้วิถีอันร่วมสมัยและเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดแม้จุดที่เล็กที่สุด รวมไปถึงสายนาฬิกาซึ่งเป็นสายใหม่ที่เปิดตัวขึ้นครั้งแรกในโลก โดยนำเสนอด้วยหนังวัวสีดำ พร้อมคุณสมบัติของยางอัลลอย หรือ Girard-Perregaux Rubber Alloy ที่เป็นนวัตกรรมการฉีดแทรกเข้ากับยางด้วยไวท์โกลด์ ภายใต้งานออกแบบของสายซึ่งตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อชวนให้หวนนึกถึงเหล่ารถสปอร์ตเรซิ่งหรูของ Aston Martin ในอดีต พร้อมทั้งยกระดับซึ่งประเพณีของ จิราร์ด-แปร์โกซ์ ที่รุ่นนี้ยังเล่นกับสัดส่วนและรูปทรงด้วยทักษะความเชี่ยวชาญ ซึ่งมอบความประทับใจแห่งสุนทรียะความสวยงามได้อย่างมาก

ตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตรของ Tourbillon with Three Flying Bridges – Aston Martin Edition ขึ้นรูปมาจากไทเทเนียม เกรด 5 โลหะผสมอันแข็งแกร่งทนทานและไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหรือแพ้ ที่เลือกสรรโดย Aston Martin ด้วยคุณสมบัติเด่นของความมีน้ำหนักเบา และยังหุ้มด้วยการเคลือบดำด้วยเทคนิค DLC มอบภาพลักษณ์ของนาฬิกาอันลึกลับแบบสเตลท์ (stealth) อย่างแท้จริง และที่น่าสนใจคือกลุ่มแร่ไทเทเนียมนั้นถูกค้นพบในสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Aston Martin นับย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1791 โดยนักบวชชาวอังกฤษ William Gregor (วิลเลียม เกรเกอร์) ในปีเดียวกับที่ จิราร์ด-แปร์โกซ์ ได้ก่อตั้งขึ้น

ส่วนกระจกแซฟไฟร์ทรง ‘กล่อง’ ที่จัดวางอยู่ด้านหน้า เช่นเดียวกับด้านหลังของนาฬิกายังดึงดูดให้แสงส่องเรืองรองสู่ภายในตัว-เรือน จึงช่วยเสริมซึ่งความสามารถในการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน ส่วนกลไกนั้นเลี่ยงที่จะใช้แท่นเครื่อง แต่เป็นการติดตั้งไว้ระหว่างแผ่นกระจกแซฟไฟร์ทั้งสองแผ่น จึงดูคล้ายกับกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ขณะที่สะพานจักรสามชิ้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ไอ-คอนิกของ จิราร์ด-แปร์โกซ์ ได้แผ่ขวางไปบนหน้าปัด และสร้างรูปขึ้นจากไทเทเนียม พร้อมทั้งเคลือบ PVD สีดำ รวมถึงมุมต่างๆ ผ่านการขัดเงา ส่วนงานออกแบบคงอุทิศให้กับเรือนเวลาด้วยภาพลักษณ์ของความบางเบาดุจอากาศ และมอบภาพอันน่าทึ่งของชิ้นส่วนกลไก ที่โดยปกติแล้วจะถูกซ่อนไว้จากการมองเห็น จากการที่ จิราร์ด-แปร์โกซ์ มีประวัติศาสตร์ความเชี่ยวชาญอันยาวนานในการสร้างสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นให้สามารถมองเห็นได้ เหมือนดังเช่นในตัวอย่างของรุ่นนี้ที่ท้าทายกับทุกความเสี่ยง โดยการสร้างสรรค์นาฬิกาซึ่งมีกลไกที่ปรากฏให้เห็นเสมือนกำลังลอยอย่างไร้น้ำหนักภายในตัวเรือน ซึ่งบรรลุผลสำเร็จได้โดยการตัดส่วนของกลไกด้านหลังออก จึงดูเหมือนไร้ซึ่งแท่นเครื่อง และสร้างภาพลวงตาของกลไกที่ดูราวกับกำลังลอยอยู่ภายในตัวเรือนนาฬิกา นับเป็นคุณลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่กลายมาเป็นชื่อซึ่งเรียกขานกันว่า ‘Flying Bridges’

Girard-Perregaux X Aston Martin

ส่วนกรงของทูร์บิญองซึ่งจัดวางอยู่ในส่วนล่างของหน้าปัด ออกแบบด้วย lyre-shaped คุณลักษณะที่พบได้ในนาฬิกาทูร์บิญองรุ่นต่างๆ ของบริษัทย้อนกลับไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 พร้อมทั้งเข็มชี้ทำให้เป็นสีน้ำเงินที่เพิ่มเข้ามาในกรงทูร์บิญองซึ่งทำหน้าที่แสดงวินาทีต่อเนื่อง ขณะที่กรงทูร์บิญองเองซึ่งวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางได้เพียง 10 มม. ประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 79 ชิ้น และมีน้ำหนักรวมอยู่ที่เพียง 0.25 กรัม เป็นน้ำหนักที่เบาอย่างน่าทึ่ง เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน กระปุกลานซึ่งติดตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เป็นแบบเปลือยโปร่ง มองเห็นบางส่วนของเมนสปริง และไมโคร-โรเตอร์ไวท์โกลด์ ที่วางตำแหน่งอยู่ใต้กระปุกลานและสร้างพลังงานให้กับเมนสปริง ทั้งยังแตกต่างไปจากนาฬิกากลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติส่วนใหญ่ ที่ไมโคร-โรเตอร์นี้ไม่บดบังหรือเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นการขับเคลื่อนของกลไก ขณะที่ชื่อของ Aston Martin ได้แกะสลักไว้บนขอบข้างแนวตั้งของไมโคร-โรเตอร์ และเติมด้วยการเคลือบสารเรืองแสงสีขาวที่ปรากฏเป็นแสงเรืองสีฟ้าภายใต้สภาวะแสงน้อยหรือแสงจำกัด เช่นเดียวกันกับเครื่องหมายหลักบอกเวลาและเข็มชี้ที่ผ่านการเคลือบด้วยสารเรืองแสงสีขาว และเป็นอีกครั้งที่ปล่อยแสงเรืองสีฟ้าในที่มืดสลัวหรือแสงน้อย

Girard-Perregaux X Aston Martin

Patrick Pruniaux ผู้อำนวยการบริหารใหญ่ของ จิราร์ด-แปร์โกซ์ เผยว่า “เราดีใจที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับ Aston Martin และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมของพวกเขาด้วยเรือนเวลาอันเป็นไอคอนิกสูงสุดของเราอย่างแท้จริง พร้อมทั้งส่งมอบซึ่งมุมมองอันสดใหม่ในเครื่องบอกเวลาชั้นสูง ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรอื่นๆ ในการตีความใหม่ให้กับนาฬิกา Three Bridges ของเรา อย่างไรก็ดี ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ เราได้มอบข้อยกเว้น และอุทิศอย่างตั้งใจให้กับความก้าวหน้าล้ำสมัยด้านงานออกแบบของ Aston Martin

“เมื่อมองงานออกแบบของ Aston Martin แล้ว คุณจะสังเกตเห็นผลงานกระจังหน้าอันโดดเด่นของผู้ผลิตรถหรูแห่งนี้ ซึ่งมีให้เห็นครั้งแรกในรุ่น DB Mark III ช่วงปลายยุค 50s เช่นเดียวกับจมูกช่องลมและชุดด้านข้างกระโปรงที่พบได้ในรถรุ่นสมัยใหม่ของบริษัทที่ล้วนเป็นองค์ประกอบทางฟังก์ชั่น และตั้งใจผลิตขึ้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายอากาศ และเสริมภาพลักษณ์ความโดดเด่นโดยภาพรวมทั้งหมดของรถแต่ละคัน

“ที่ จิราร์ด-แปร์โกซ์ เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งปรัชญาเดียวกันนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเมซงเปิดตัวนาฬิกา Tourbillon with Three Bridges ที่กลายเป็นตำนานของวันนี้เมื่อปี ค.ศ. 1867 ถือเป็นการเปลี่ยนรูปให้กับองค์ประกอบทางฟังก์ชั่นทั้งสามองค์-ประกอบนี้ไปสู่คุณสมบัติแห่งความสวยงามอันเย้ายวนดึงดูดใจ และแสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงซึ่งหัวใจหลักที่เรานั้นยังคงนำมาประยุกต์และใช้ในทุกวันนี้ และในที่สุด สัมพันธภาพครั้งล่าสุดนี้ก็ได้มอบซึ่งบทใหม่อันน่าหลงใหลให้กับประวัติศาสตร์อันยาวนาน 230 ปีของ จิราร์ด-แปร์โกซ์ เช่นกัน”

ขณะที่ Marek Reichman รองประธานบริหารและผู้อำนวยการบริหารใหญ่ของ Aston Martin กล่าวเสริมว่า “ความท้าทายอันยิ่งใหญ่สูงสุดที่เราเผชิญกับการออกแบบเรือนเวลาใหม่รุ่นนี้คือเรื่องของขนาด อย่างที่ใครก็อาจนึกภาพตามออก  เพราะเราจำเป็นต้องพิจารณาถึงเส้นสายและสัดส่วนบนขนาดที่เล็กกว่าอย่างมากของนาฬิกาข้อมือ เมื่อเทียบกับสิ่งเราคุ้นเคยและใช้ในอาณาจักรการออกแบบของยนตรกรรม แต่นั่นก็สะท้อนถึงงานออกแบบที่ดีก็คืองานออกแบบที่ดี ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาหรือรถยนต์ หลักการเหล่านี้ก็ยังคงเหมือนกัน ผมรู้สึกดีใจกับผลลัพธ์อันสมบูรณ์แบบของนาฬิกา และขอแสดงความยินดีกับทุกๆ คนที่ได้ร่วมทำงานในโปรเจ็กต์นี้เพราะความร่วมมือครั้งนี้ได้สร้างสรรค์ซึ่งเรือนเวลาอันสวยงามอย่างที่สุด”

Tourbillon with Three Flying Bridges – Aston Martin Edition ซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 18 เรือน จะมีจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก ณ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการและที่ได้รับการแต่งตั้งของ จิราร์ด-แปร์โกซ์ ทุกแห่ง