น่าจะเรียกว่าเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปีของชื่อ HydroConquest ได้อย่างน่าสนใจกับโฉมใหม่ของ Longines HydroConquest เวอร์ชันปี 2026 ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปทรงของตัวเรือน รายละเอียดของรูปลักษณ์ที่อยู่บนหน้าปัด เช่นเดียวกับทางเลือกของสีสันและสายที่มีมากถึง 14 รุ่นย่อยบนตัวเรือน 39 และ 42 มิลลิเมตร และที่ขาดไม่ได้คือรุ่น Corporate Boutique และ e-Commerce ซึ่งหมายความว่ามีจำหน่ายเฉพาะในบูติก และช่องทางจำหน่ายออนไลน์ของ Longines โดยทั้งหมดจะขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ L888.5 ที่มีกำลังสำรอง 72 ชั่วโมง

Longines HydroConquest 2026 พลิกโฉมใหม่สู่ความสปอร์ตสุดหรู
-
การเปลี่ยนโฉมอย่างเป็นทางการของ HydroConquest นาฬิกาดำน้ำที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2007
-
มีตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาด คือ 39 และ 42 มิลลิเมตร พร้อมหน้าปัด 4 สี คือ ดำ-ขอบน้ำเงิน, น้ำเงินม ดำ, เขียว และ Iced Blue
-
มีรุ่น Corporate Boutique และ e-Commerce ซึ่งหมายความว่ามีจำหน่ายเฉพาะในบูติก และช่องทางจำหน่ายออนไลน์
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่เรียกว่าเป็นการพลิกโฉมของ Longines HydroConquest นาฬิกาดำน้ำสุดสปอร์ตของแบรนด์ ซึ่งครั้งนี้นอกจากการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงของตัวเรือนและรูปลักษณ์แล้ว ยังรวมถึงการเปลี่ยนขนาดที่จะทำตลาดด้วย โดยมีให้เลือก 2 ไซส์ คือ 39 และ 42 มิลลิเมตร พร้อมกลไก L888.5 ที่มีกำลังสำรอง 72 ชั่วโมง และยังคงความสามารถในการกันน้ำระดับ 300 เมตรเช่นเดิม

คอลเลกชัน HydroConquest มีต้นกำเนิดมาจาก Conquest ซึ่งเป็นนาฬิการุ่นแรกของ Longines ที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1954 นาฬิการุ่นนี้เป็นที่รู้จักในฐานะ “นาฬิกาสำหรับใช้งานได้ทุกวัน” หรือ The Everyday Watch โดย Conquest ได้วางรากฐานสำหรับนาฬิกาที่สามารถใช้งานได้ในทุกแง่มุมของชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งเป็นปรัชญาที่ยังคงเป็นแนวทางให้กับคอลเลกชันนี้มานานกว่า 7 ทศวรรษ
![]() |
![]() |
เมื่อ HydroConquest เปิดตัวในปี 2007 ทางแบรนด์ได้ยกระดับมาตรฐานของ Conquest ไปสู่ระดับการกันน้ำที่สูงขึ้น โดยสามารถกันน้ำได้ถึง 30 บาร์ หรือ 300 เมตร เป็นครั้งแรก ผลลัพธ์ที่ได้คือนาฬิการุ่นใหม่ที่ดูสปอร์ต สามารถลุยในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมากขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาสุนทรียภาพที่ประณีตซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Longines คอลเลกชันนี้ได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถันมาหลายรุ่น
การอัปเดตในปี 2018 ได้นำเสนอสัดส่วนที่ประณีตยิ่งขึ้นในขนาด 41 และ 43 มิลลิเมตร พร้อมรูปลักษณ์ที่เหลี่ยนไป โดยเฉพาะหน้าปัด พร้อมกับการเปิดตัวรุ่นขอบตัวเรือนเซรามิกในปี 2023 ถือเป็นบทใหม่ที่สำคัญด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งได้สร้างเอกลักษณ์ทางภาพลักษณ์ใหม่ให้กับคอลเลกชัน โดยแนะนำสีหน้าปัดและขอบตัวเรือนใหม่ รวมถึงฟังก์ชั่น GMT ครั้งแรกของคอลเลกชัน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สำหรับ Longines HydroConquest 2026 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมหน้าการออกแบบด้วยตัวเรือนใหม่ที่ไม่มี Crown Guard หรือบ่าป้องกันเม็ดมะยมที่มีขนาดใหญ่เหมือนกับรุ่นเดิม เช่นเดียวกับการเปลี่ยนรูปทรงของเม็ดมะยมจาดเดิมที่มีขนาดใหญ่มาเป็นขนาดเล็กลง โดยตัวเรือนมีการเปลี่ยนขนาดจาก 39, 41 และ 43 มิลลิเมตรมาเป็น 39 และ 42 มิลลิเมตร เช่นเดียวกับขนาดตัวเรือนที่บางลง คือ 11.7 มิลลิเมตรในรุ่น 39 และ 42 มิลลิเมตร ลดลง 0.5 มิลลิเมตรเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 39 มิลลิเมตร และลดลง 0.2 มิลลิเมตรเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 43 มิลลิเมตร
รุ่นแรกที่มีการเปิดตัวออกมานั้นจะมีหลากหลายทางเลือกของสายและสีสันบนหน้าปัด มีให้เลือกถึง 14 รุ่นย่อย โดยเริ่มจาก
- Ref L3.779.4.90.6 ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัดดำ และขอบอินเสิร์ตสีน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลถักแบบ Milanese
- L3.788.4.90.6 ขนาด 42 มิลลิเมตร หน้าปัดดำ และขอบอินเสิร์ตสีน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลถักแบบ Milanese
- L3.779.4.06.6 ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัดเขียว มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.788.4.06.6 ขนาด 42 มิลลิเมตร หน้าปัดเขียว มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.779.4.56.6 ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัดดำ มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.788.4.56.6 ขนาด 42 มิลลิเมตร หน้าปัดดำ มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.779.4.70.6 ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัดดำ มาพร้อมสายสตีลถักแบบ Milanese
- L3.788.4.70.6 ขนาด 42 มิลลิเมตร หน้าปัดดำ มาพร้อมสายสตีลถักแบบ Milanese
- L3.779.4.96.6 ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัดน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.788.4.96.6 ขนาด 42 มิลลิเมตร หน้าปัดน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.779.4.98.6 ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัดสี Iced Blue และขอบอินเสิร์ตสีน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.788.4.98.6 ขนาด 42 มิลลิเมตร หน้าปัดสี Iced Blue และขอบอินเสิร์ตสีน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลแบบข้อกลางทรงตัว H
- L3.779.4.99.6 ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัดสี Iced Blue และขอบอินเสิร์ตสีน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลถักแบบ Milanese
- L3.788.4.99.6 ขนาด 42 มิลลิเมตร หน้าปัดสี Iced Blue และขอบอินเสิร์ตสีน้ำเงิน มาพร้อมสายสตีลถักแบบ Milanese
![]() |
![]() |
![]() |
สรุปราคาและรุ่นย่อย (Price List)
| รูปแบบสาย | ตัวเรือน (มม.) | ราคาประมาณการ |
| สายสตีลข้อกลาง (H-Link) | 39 / 42 | 72,200 บาท |
| สายสตีลถัก (Milanese) | 39 / 42 | 76,100 บาท |
รุ่นพิเศษ Exclusive: Corporate Boutique & e-Commerce
โดยรุ่นหน้าปัดสี Ice Blue พร้อมกับสายสตีลแบบ 3 แถวนั้นถูกระบุว่าเป็นรุ่น Exclusive โดยจะเป็นรุ่น Corporate Boutique และ e-Commerce ซึ่งหมายความว่ามีจำหน่ายเฉพาะในบูติก และช่องทางจำหน่ายออนไลน์ของ Longines ขณะที่รุ่นที่เหลือเป็นรุ่นธรรมดาของ Longines HydroConquest
-
รุ่นหน้าปัดสี Iced Blue (สายสตีล 3 แถว): ความสวยงามที่หรูหราและหายากกว่ารุ่นทั่วไป
-
ทางเลือกสาย: มีให้เลือกทั้งสายข้อกลางทรงตัว H และสายถัก Milanese ที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคแต่ทันสมัย
![]() |
![]() |
สำหรับฝาหลังแบบขันเกลียวนั้น มากับโลโก้ Longines ที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตเช่นเดียวกับรุ่น GMT ที่เปิดตัวในปี 2023 โดยมีลวดลายแผนที่โลกที่เชื่อมโยงคอลเลกชันนี้เข้ากับมรดกของ Longines ในการจัดหาอุปกรณ์สำหรับนักสำรวจและนักผจญภัยอย่างแยบยล เช่นเดียวกับรูปแบบของเลย์เอาท์บนหน้าปัดก็เป็นการใช้งานแบบเดียวกับรุ่น GMT ซึ่งใช้หลักชั่วโมงทรงแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผสมกับวงกลมในหลักชั่วโมงสำคัญอย่าง 6 และ 9
![]() |
![]() |
![]() |
ตอบสนองการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยกำลังสำรองที่รองรับการใช้งานได้ถึง 3 วัน ซึ่งกลไกอัตโนมัติที่อยู่ใน Longines HydroConquest 2026 คือ รหัส L888.5 ที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2021ซึ่งกลไกนี้แม้ว่าจะอยู่บนพื้นฐานของ ETA บริษัทผลิตกลไกที่อยู่ในเครือ SWATCH Group เช่นเดียวกับ Longines แต่ก็ได้รับการปรับปรุงแบบพิเศษและเป็นเอกสิทธิ์ที่ถูกใช้ในแบรนด์นี้ โดย L888 ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 2018 และมีการพัฒนากำลังสำรองจาก 54 มาเป็น 64 และสุดท้ายคือ 72 ชั่วโมงในรุ่น L888.5 พร้อมความสามารถในด้านความทนทานต่อสนามแม่เหล็กด้วยใยนาฬิกาแบบ Nivachron และมีสเป็กสอดรับกับมาตรฐานในด้านนาฬิกาดำน้ำ ISO764 และมีความสามารถในการกันน้ำ 300 เมตร
Longines HydroConquest 2026 มาพร้อมกับราคา 72,200 บาทในรุ่นสายแบบข้อกลางทรงตัว H และ 76,100 บาท เท่ากันทั้งตัวเรือน 39 และ 42 มิลลิเมตร
รายละเอียดทางเทคนิค : Longines HydroConquest 2026
- เส้นผ่านศูนย์กลาง : 39 และ 42 มิลลิเมตร
- Lug to Lug : 48.1 และ 51.1 มิลลิเมตร
- ความหนา : เท่ากันที่ 11.7 มิลลิเมตร
- วัสดุตัวเรือนและสาย : สเตนเลสสตีล
- กระจก : Sapphire เคลือบสารกันการสะท้อนแสงทั้ง 2 ด้าน
- กลไก : อัตโนมัติรหัส L888.5
- ความถี่ : 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง
- กำลังสำรอง : 72 ชั่วโมง
- การกันน้ำ : 300 เมตร
High-Light: มีอะไรใหม่ใน HydroConquest 2026?
-
New Case Design: ยกเลิกบ่าป้องกันเม็ดมะยม (Crown Guard) และใช้เม็ดมะยมขนาดเล็กลง ให้ลุคที่ดูคลีนและคลาสสิก
-
Thinner & Better: ตัวเรือนบางลงเหลือเพียง 11.7 มม. (ลดลงสูงสุด 0.5 มม.) ใส่สบายข้อมือยิ่งขึ้น
-
Two Size Options: ปรับขนาดใหม่เป็น 39 มม. และ 42 มม. เพื่อตอบโจทย์ข้อมือทุกขนาด
-
L888.5 Movement: ขับเคลื่อนด้วยกลไกเอกสิทธิ์เฉพาะ สำรองพลังงานนาน 72 ชั่วโมง (3 วัน)
-
14 Variations: มาพร้อมตัวเลือกหน้าปัด 4 สี และสาย 2 รูปแบบ รวมถึงรุ่นสายถัก Milanese สุดหรู
สำหรับลิงก์เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Longines HydroConquest 2026 โดยตรงจาก Longines คุณสามารถเข้าชมได้ผ่านช่องทางหลักด้านล่างนี้ครับ:
ช่องทางเข้าชมสินค้า (Official Links)
-
เว็บไซต์หลัก Longines ประเทศไทย: www.longines.com/th
-
(คุณสามารถเลือกดูคอลเลกชัน HydroConquest ได้จากเมนู “นาฬิกา” > “Diving” โดยระบบจะแสดงรุ่นใหม่ล่าสุดปี 2026 ขึ้นมาเป็นอันดับแรก)
-
-
หน้าสินค้าสำหรับสั่งซื้อออนไลน์ (e-Commerce Exclusive): www.longines.com/th/e-shop
-
สำหรับรุ่นหน้าปัดสี Iced Blue หรือรุ่นที่ระบุว่าเป็น Corporate Boutique Exclusive จะมีสัญลักษณ์แจ้งเตือนบนหน้าเว็บว่า “Exclusive”
-
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline


























