ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

0
590

สำหรับแฟนของ Seiko ถ้ามีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น อย่าพลาดไปเยือนพิพิธภัณฑ์ของ Seiko กันด้วยนะครับ

ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น
ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

- Advertisement -

การ์ตูนไก่กับนาฬิกา Seiko งานการ์ตูนยุคแรกตั้งแต่ปี 1953 สมัยที่นาฬิกา Seiko ผลิตผลงานโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์ ดูแล้วนึกถึงการ์ตูนของวอลท์ ดิสนีย์ ซะจริงๆ และน่าสนใจที่นำเอาไก่ซึ่งเป็นตัวแทนของการปลุกในตื่นในตอนเช้าตามวิถีธรรมชาติ มานำเสนอนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ใช้ตั้งปลุก นี่ถ้าไม่ได้มาพิพิธภัณฑ์นาฬิกา Seiko ในกรุงโตเกียว ก็คงไม่รู้หรอกว่า Seiko มีโฆษณาการ์ตูนแบบนี้ด้วย จนกระทั่งมาทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ของ Seiko ในกรุงโตเกียว ที่อยู่ไม่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวดังอย่าง Tokyo Sty Tree มากนัก และห่างจากย่านอาซากุซะที่มีวัดดังยอดนิยมเพียงกิโลเมตรกว่าๆ เท่านั้นเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแบรนด์ Seiko พอดี ในยุคแรกนอกจากจะมีผลงานนาฬิกาจากอดีตของแบรนด์มาจัดแสดงแล้ว ยังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดของการรักษาผลงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องวัดค่าเวลาและนาฬิกาด้วย จากนั้นในปี 2012 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจัดแบ่งโซนพื้นที่อย่างชัดเจน ให้ผู้ชมเข้าใจถึงความเป็นมา ไม่เฉพาะนาฬิกาแบรนด์ Seiko เท่านั้น แต่ยังรวมถึงนาฬิกาในอดีตยุคโบราณกาล ตั้งแต่นาฬิกาแดด นาฬิกาน้ำ ซึ่งได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจนถึงนาฬิกาข้อมือในปัจจุบัน แต่สำหรับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ Seiko แน่นอนว่า ต้องเป็นเรื่องหลักของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่แล้ว ทุกเรือนที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี สะท้อนถึงอดีตที่เชื่อมต่อมาถึงปัจจุบันและไปจนถึงอนาคตด้วย

อย่างที่หลายคนน่าจะรู้กันดีเกี่ยวกับปฐมบทของแบรนด์ Seiko ที่ก่อกำเนิดจาก Kintaro Hattori (คินทาโร่ ฮัตโตริ) นักทำเครื่องประดับชาวโตเกียว ที่สั่งสมประสบการณ์ในโลกธุรกิจมาตั้งแต่วัยเพียง 11 ปี เขาก็เริ่มขายของกระจุกกระจิก พออายุได้ 13 ปี เขาเห็นร้านขายนาฬิกาใกล้บ้าน และเกิดไอเดียขึ้นมาว่า ร้านนาฬิกาประเภทคล็อกและนาฬิกาพกทำกำไรได้แน่นอน เพราะไม่ใช่แค่ร้านขายนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นร้านรับซ่อมนาฬิกาด้วย เมื่อไอเดียบังเกิด เขาจึงเริ่มต้นเรียนรู้ระบบการขายพร้อมๆ กับเรียนรู้วิธีการซ่อมนาฬิกา และสามารถเปิดร้านจำหน่าย นำเข้าและรับซ่อมนาฬิกา ของตนเอง ภายใต้ชื่อ K. Hattori & Co., Ltd. ในปี 1881 ในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาของญี่ปุ่นยังอยู่ในยุคเริ่มต้น การทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจของฮัตโตริ ทำให้เขาสามารถเปิดร้านได้ในย่านกินซ่าก่อนจะไปซื้ออาคารมาปรับปรุงจนเป็นที่ รู้จักและถือเป็นสัญลักษณ์ของชาวโตเกียวในเวลาถัดมา ซึ่งก็คือ ตึก Wako (วาโกะ) ในปัจจุบันนั่นเอง

หลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์แบรนด์ถูกเก็บรวบรวมไว้ที่นี่ ไม่เฉพาะนาฬิกา แต่รวมไปถึงบันทึกต่างๆ มากมาย ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมากว่า 135 ปีของ Seiko ได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงพัฒนาการของนาฬิกาในยุคต่างๆ สมกับที่ตั้งความหวังให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นเสมือนแหล่งความรู้เกี่ยวกับการวัดค่าเวลาจากอดีตถึงปัจจุบันและพร้อมจะส่งต่อไปถึงอนาคตด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกสุดจะเป็นเรื่องราวของวิวัฒนาการการวัดค่าเวลา เผยให้เห็นทั้งนาฬิกาแดดที่สลักจากหินในยุคโบราณหลายร้อยปีก่อน ที่เก็บรวบรวมมาจากงานสะสมต่างๆ ทั้งของตะวันออกและตะวันตก นาฬิกาน้ำของจีนที่ซับซ้อนสุดๆ ก็มีจัดแสดงให้ชมภายในห้องเดียวกัน นาฬิกาแดดและนาฬิกาน้ำที่จัดแสดงไว้ ส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักประดิษฐ์ชาวจีนและเกาหลี บางเครื่องแม้จะเก่าแก่ แต่ยังสามารถใช้งานได้ นาฬิกาแดดในยุคแรกมีมาตั้งแต่สมัย 4,000 ปีก่อนคริสตกาล เกิดขึ้นครั้งแรกในอียิปต์ ตามมาด้วยนาฬิกาน้ำที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในอียิปต์เช่นกัน ราว 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ตามมาด้วยการแสดงเวลาด้วยเทียน ตะเกียงน้ำมันในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนจะพัฒนามาเป็นนาฬิกาทรายในศตวรรษที่ 14 และพัฒนาสู่นาฬิกาในโบสถ์และหอนาฬิกาต่างๆ ในอิตาลีและเยอรมนี ราวปี 1270-1300 แม้ว่านาฬิกาโบราณบางส่วนที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อาจไม่เก่าแก่ย้อนหลังไปถึงยุคแรก แต่ก็มีให้เห็นครบทุกประเภท ยิ่งได้ฟังเรื่องราวผ่านผู้พาทัวร์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

ถัดมาที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของแบรนด์ Seiko ที่มีทั้งผลงานนาฬิกายุคแรก รวมไปถึงสื่อแบบมัลติมีเดียที่จะเปิดโลก Seiko ให้ได้ชมกันอย่างเพลิดเพลิน โดยจะมีผลงานนาฬิกาติดผนัง ตั้งโต๊ะ และนาฬิกาพกในยุคแรกๆ นับตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง มร. คินทาโร ฮัตโตริ ได้สร้างสรรค์ขึ้น และขยายอาณาจักรจนสามารถส่งออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนในช่วงปี 1912 และในปีถัดมา มร.ฮัตโตริก็ได้พัฒนานาฬิกาข้อมือเรือนแรกออกสู่ตลาด ภายใต้ชื่อแบรนด์ Laurel ที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก ซึ่งนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของแบรนด์ก็มีให้ชมในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เช่นกัน

ผู้นำทัวร์เล่าให้ฟังอีกว่า ในปี 1923 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงโตเกียว ทำให้โรงงาน Seikosha (ไซโกซะ) พังลงจนราบคาบ ในเวลานั้น มร.ฮัตโตริ ต้องฝ่าอุปสรรคมากมายจากที่ไม่เหลืออะไร และฟื้นคืนโรงงานกลับมาได้ภายในเวลาเพียงปีเดียว แต่ต้องผลิตนาฬิกาติดผนัง ตั้งโต๊ะและนาฬิกาพก ชดใช้ให้กับลูกค้าที่ส่งนาฬิกามาซ่อมแซมกว่า 1,500 เรือนที่สูญเสียไปพร้อมกับโรงงาน และทำให้การผลิตนาฬิกาเพื่อจำหน่ายทำได้เพียง 10% จากที่เคยผลิตจำหน่าย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำเป็นต้องหาวิธีที่จะเพิ่มยอดขายและทำให้ชื่อเสียงหวนกลับมาเป็นที่ยอมรับอีกครั้ง และโรงงาน Seikosha จึงได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือภายใต้ชื่อแบรนด์ Seiko ออกมาเขย่าตลาดเป็นครั้งแรกนั่นเอง

เรื่องราวประวัติศาสตร์อีกมากมายถูกบอกเล่าผ่านนาฬิกาเรือนต่างๆ ที่ได้รับการเก็บรักษาอย่างดีบนชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ เชื่อว่าถ้าแฟน Seiko ได้ไปเยือนสักครั้ง จะต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีนาฬิกาที่เป็นนวัตกรรมของ Seiko ทั้งนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของญี่ปุ่น ไปจนถึงนาฬิกาที่มีระบบ GPS และชาร์จพลังงานด้วยแสงในระบบโซล่าเซลล์รุ่นแรกของโลกแล้ว ในชั้นเดียวกันนี้ ยังมีนาฬิกาตั้งโต๊ะของญี่ปุ่นในยุคโบราณ ที่เรียกกันว่า Wadokei ในญี่ปุ่น รวมไปถึงผลงานนาฬิกาที่ผสานระบบญี่ปุ่นกับกลไกที่นำเข้ามาจากฝั่งตะวันออกช่วงศตวรรษที่ 16 ด้วย ยิ่งดูยิ่งเพลิน

ขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นพื้นที่ที่เก็บรวบรวมเอกสารนับพันที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องมือวัดเวลาและการแสดงค่าเวลาต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นงานวิจัยและพัฒนาของญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการความเป็นไปของการประดิษฐ์นาฬิกาตั้งแต่ยุคแรกมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้ง 3 ชั้นของพิพิธภัณฑ์ Seiko ในโตเกียว มีนาฬิการวมกว่าหมื่นเรือน นาฬิกาประเภทคล็อกประมาณ 1,800 ชิ้น และนาฬิกาคล็อกของญี่ปุ่น 250 ชิ้น ดูกันเพลินไปเลย

นอกจากนี้ที่ชั้นแรกก็ยังมีพื้นที่ของช้อปเล็กๆ ที่จำหน่ายหนังสือและนาฬิกาเรือนพิเศษให้กับผู้เข้าเยี่ยมชม รวมไปถึงนิทรรศการต่างๆ ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนการจัดแสดงในแต่ละช่วงเวลา จังหวะที่เราไปนั้นเป็นช่วงที่จัดแสดงนาฬิกาสปอร์ตที่เชื่อมไปถึงนาฬิกา Seiko ที่ได้เข้าร่วมจับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันโอลิมปิกปี 1964 ที่กรุงโตเกียว ไม่ได้มีแค่นาฬิกาจับเวลาเท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์และเกมส์ให้ลองเล่นด้วย

ถ้ามีโอกาสแวะไปเที่ยวกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และสนใจอยากเข้าชมพิพิธภัณฑ์ สามารถเข้าไปจองได้ที่เว็บไซต์ http://museum.seiko.co.jp/en/ และชมตัวอย่างภาพภายในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงข่าวนิทรรศการที่จะมีให้ชมแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาด้วย บอกได้คำเดียวว่าไปแล้วคุ้มมาก เพราะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์และการพัฒนาได้จริงๆ พิพิธภัณฑ์ Seiko เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00-17.30 ปิดวันจันทร์ วันหยุดประจำชาติ วันสิ้นปีและวันปีใหม่ ติดต่อล่วงหน้าก่อนไปดีที่สุด ส่วนที่ตั้งก็อยู่ที่ Higashi Mukojima 3-7-9, Sumida-ku โตเกียว ใช้ Google Map หาก็เจอได้ไม่ยากเลย

1. ป้ายด้านหน้าพิพิธภัณฑ์

2. ด้านหน้าอาคารของพิพิธภัณฑ์ Seiko ในโตเกียว ตั้งอยู่ติดถนน

3. นาฬิกาแดดโบราณ Equatorial Sundial จากปี 1700s ยุคราชวงศ์ชิง

4. นาฬิกาตะเกียง

5. นาฬิกาทรายของสหราชอาณาจักร

6. นาฬิกาพกโบราณ

7. นาฬิกาตั้งพื้นโบราณขับเคลื่อนด้วยตุ้มน้ำหนักของญี่ปุ่น ผลิตในสมัยเอโดะ

8. นาฬิกาดาราศาสตร์ของญี่ปุ่น ผลิตในปี 1850 เรียกว่า Shumisengi (ชูมิเซนจิ)

9. Swimming Touch Pad กระดานแตะสำหรับกีฬาว่ายน้ำ ลองเล่นด้วยการวิ่งไปแตะได้ จับเวลาด้วยนาฬิกา Seiko ตัวใหญ่ ถ้าอยากได้กลับบ้าน มีตัวเล็กจำหน่ายในส่วนขายของที่ระลึกด้านหน้า

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync