ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

0

สำหรับแฟนของ Seiko ถ้ามีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น อย่าพลาดไปเยือนพิพิธภัณฑ์ของ Seiko กันด้วยนะครับ

ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น
ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

- Advertisement -

การ์ตูนไก่กับนาฬิกา Seiko งานการ์ตูนยุคแรกตั้งแต่ปี 1953 สมัยที่นาฬิกา Seiko ผลิตผลงานโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์ ดูแล้วนึกถึงการ์ตูนของวอลท์ ดิสนีย์ ซะจริงๆ และน่าสนใจที่นำเอาไก่ซึ่งเป็นตัวแทนของการปลุกในตื่นในตอนเช้าตามวิถีธรรมชาติ มานำเสนอนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ใช้ตั้งปลุก นี่ถ้าไม่ได้มาพิพิธภัณฑ์นาฬิกา Seiko ในกรุงโตเกียว ก็คงไม่รู้หรอกว่า Seiko มีโฆษณาการ์ตูนแบบนี้ด้วย จนกระทั่งมาทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ของ Seiko ในกรุงโตเกียว ที่อยู่ไม่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวดังอย่าง Tokyo Sty Tree มากนัก และห่างจากย่านอาซากุซะที่มีวัดดังยอดนิยมเพียงกิโลเมตรกว่าๆ เท่านั้นเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแบรนด์ Seiko พอดี ในยุคแรกนอกจากจะมีผลงานนาฬิกาจากอดีตของแบรนด์มาจัดแสดงแล้ว ยังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดของการรักษาผลงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องวัดค่าเวลาและนาฬิกาด้วย จากนั้นในปี 2012 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจัดแบ่งโซนพื้นที่อย่างชัดเจน ให้ผู้ชมเข้าใจถึงความเป็นมา ไม่เฉพาะนาฬิกาแบรนด์ Seiko เท่านั้น แต่ยังรวมถึงนาฬิกาในอดีตยุคโบราณกาล ตั้งแต่นาฬิกาแดด นาฬิกาน้ำ ซึ่งได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจนถึงนาฬิกาข้อมือในปัจจุบัน แต่สำหรับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ Seiko แน่นอนว่า ต้องเป็นเรื่องหลักของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่แล้ว ทุกเรือนที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี สะท้อนถึงอดีตที่เชื่อมต่อมาถึงปัจจุบันและไปจนถึงอนาคตด้วย

อย่างที่หลายคนน่าจะรู้กันดีเกี่ยวกับปฐมบทของแบรนด์ Seiko ที่ก่อกำเนิดจาก Kintaro Hattori (คินทาโร่ ฮัตโตริ) นักทำเครื่องประดับชาวโตเกียว ที่สั่งสมประสบการณ์ในโลกธุรกิจมาตั้งแต่วัยเพียง 11 ปี เขาก็เริ่มขายของกระจุกกระจิก พออายุได้ 13 ปี เขาเห็นร้านขายนาฬิกาใกล้บ้าน และเกิดไอเดียขึ้นมาว่า ร้านนาฬิกาประเภทคล็อกและนาฬิกาพกทำกำไรได้แน่นอน เพราะไม่ใช่แค่ร้านขายนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นร้านรับซ่อมนาฬิกาด้วย เมื่อไอเดียบังเกิด เขาจึงเริ่มต้นเรียนรู้ระบบการขายพร้อมๆ กับเรียนรู้วิธีการซ่อมนาฬิกา และสามารถเปิดร้านจำหน่าย นำเข้าและรับซ่อมนาฬิกา ของตนเอง ภายใต้ชื่อ K. Hattori & Co., Ltd. ในปี 1881 ในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาของญี่ปุ่นยังอยู่ในยุคเริ่มต้น การทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจของฮัตโตริ ทำให้เขาสามารถเปิดร้านได้ในย่านกินซ่าก่อนจะไปซื้ออาคารมาปรับปรุงจนเป็นที่ รู้จักและถือเป็นสัญลักษณ์ของชาวโตเกียวในเวลาถัดมา ซึ่งก็คือ ตึก Wako (วาโกะ) ในปัจจุบันนั่นเอง

หลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์แบรนด์ถูกเก็บรวบรวมไว้ที่นี่ ไม่เฉพาะนาฬิกา แต่รวมไปถึงบันทึกต่างๆ มากมาย ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมากว่า 135 ปีของ Seiko ได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงพัฒนาการของนาฬิกาในยุคต่างๆ สมกับที่ตั้งความหวังให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นเสมือนแหล่งความรู้เกี่ยวกับการวัดค่าเวลาจากอดีตถึงปัจจุบันและพร้อมจะส่งต่อไปถึงอนาคตด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกสุดจะเป็นเรื่องราวของวิวัฒนาการการวัดค่าเวลา เผยให้เห็นทั้งนาฬิกาแดดที่สลักจากหินในยุคโบราณหลายร้อยปีก่อน ที่เก็บรวบรวมมาจากงานสะสมต่างๆ ทั้งของตะวันออกและตะวันตก นาฬิกาน้ำของจีนที่ซับซ้อนสุดๆ ก็มีจัดแสดงให้ชมภายในห้องเดียวกัน นาฬิกาแดดและนาฬิกาน้ำที่จัดแสดงไว้ ส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักประดิษฐ์ชาวจีนและเกาหลี บางเครื่องแม้จะเก่าแก่ แต่ยังสามารถใช้งานได้ นาฬิกาแดดในยุคแรกมีมาตั้งแต่สมัย 4,000 ปีก่อนคริสตกาล เกิดขึ้นครั้งแรกในอียิปต์ ตามมาด้วยนาฬิกาน้ำที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในอียิปต์เช่นกัน ราว 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ตามมาด้วยการแสดงเวลาด้วยเทียน ตะเกียงน้ำมันในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนจะพัฒนามาเป็นนาฬิกาทรายในศตวรรษที่ 14 และพัฒนาสู่นาฬิกาในโบสถ์และหอนาฬิกาต่างๆ ในอิตาลีและเยอรมนี ราวปี 1270-1300 แม้ว่านาฬิกาโบราณบางส่วนที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อาจไม่เก่าแก่ย้อนหลังไปถึงยุคแรก แต่ก็มีให้เห็นครบทุกประเภท ยิ่งได้ฟังเรื่องราวผ่านผู้พาทัวร์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

ถัดมาที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของแบรนด์ Seiko ที่มีทั้งผลงานนาฬิกายุคแรก รวมไปถึงสื่อแบบมัลติมีเดียที่จะเปิดโลก Seiko ให้ได้ชมกันอย่างเพลิดเพลิน โดยจะมีผลงานนาฬิกาติดผนัง ตั้งโต๊ะ และนาฬิกาพกในยุคแรกๆ นับตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง มร. คินทาโร ฮัตโตริ ได้สร้างสรรค์ขึ้น และขยายอาณาจักรจนสามารถส่งออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนในช่วงปี 1912 และในปีถัดมา มร.ฮัตโตริก็ได้พัฒนานาฬิกาข้อมือเรือนแรกออกสู่ตลาด ภายใต้ชื่อแบรนด์ Laurel ที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก ซึ่งนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของแบรนด์ก็มีให้ชมในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เช่นกัน

ผู้นำทัวร์เล่าให้ฟังอีกว่า ในปี 1923 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงโตเกียว ทำให้โรงงาน Seikosha (ไซโกซะ) พังลงจนราบคาบ ในเวลานั้น มร.ฮัตโตริ ต้องฝ่าอุปสรรคมากมายจากที่ไม่เหลืออะไร และฟื้นคืนโรงงานกลับมาได้ภายในเวลาเพียงปีเดียว แต่ต้องผลิตนาฬิกาติดผนัง ตั้งโต๊ะและนาฬิกาพก ชดใช้ให้กับลูกค้าที่ส่งนาฬิกามาซ่อมแซมกว่า 1,500 เรือนที่สูญเสียไปพร้อมกับโรงงาน และทำให้การผลิตนาฬิกาเพื่อจำหน่ายทำได้เพียง 10% จากที่เคยผลิตจำหน่าย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจำเป็นต้องหาวิธีที่จะเพิ่มยอดขายและทำให้ชื่อเสียงหวนกลับมาเป็นที่ยอมรับอีกครั้ง และโรงงาน Seikosha จึงได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือภายใต้ชื่อแบรนด์ Seiko ออกมาเขย่าตลาดเป็นครั้งแรกนั่นเอง

เรื่องราวประวัติศาสตร์อีกมากมายถูกบอกเล่าผ่านนาฬิกาเรือนต่างๆ ที่ได้รับการเก็บรักษาอย่างดีบนชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ เชื่อว่าถ้าแฟน Seiko ได้ไปเยือนสักครั้ง จะต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีนาฬิกาที่เป็นนวัตกรรมของ Seiko ทั้งนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของญี่ปุ่น ไปจนถึงนาฬิกาที่มีระบบ GPS และชาร์จพลังงานด้วยแสงในระบบโซล่าเซลล์รุ่นแรกของโลกแล้ว ในชั้นเดียวกันนี้ ยังมีนาฬิกาตั้งโต๊ะของญี่ปุ่นในยุคโบราณ ที่เรียกกันว่า Wadokei ในญี่ปุ่น รวมไปถึงผลงานนาฬิกาที่ผสานระบบญี่ปุ่นกับกลไกที่นำเข้ามาจากฝั่งตะวันออกช่วงศตวรรษที่ 16 ด้วย ยิ่งดูยิ่งเพลิน

ขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นพื้นที่ที่เก็บรวบรวมเอกสารนับพันที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องมือวัดเวลาและการแสดงค่าเวลาต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นงานวิจัยและพัฒนาของญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการความเป็นไปของการประดิษฐ์นาฬิกาตั้งแต่ยุคแรกมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้ง 3 ชั้นของพิพิธภัณฑ์ Seiko ในโตเกียว มีนาฬิการวมกว่าหมื่นเรือน นาฬิกาประเภทคล็อกประมาณ 1,800 ชิ้น และนาฬิกาคล็อกของญี่ปุ่น 250 ชิ้น ดูกันเพลินไปเลย

นอกจากนี้ที่ชั้นแรกก็ยังมีพื้นที่ของช้อปเล็กๆ ที่จำหน่ายหนังสือและนาฬิกาเรือนพิเศษให้กับผู้เข้าเยี่ยมชม รวมไปถึงนิทรรศการต่างๆ ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนการจัดแสดงในแต่ละช่วงเวลา จังหวะที่เราไปนั้นเป็นช่วงที่จัดแสดงนาฬิกาสปอร์ตที่เชื่อมไปถึงนาฬิกา Seiko ที่ได้เข้าร่วมจับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันโอลิมปิกปี 1964 ที่กรุงโตเกียว ไม่ได้มีแค่นาฬิกาจับเวลาเท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์และเกมส์ให้ลองเล่นด้วย

ถ้ามีโอกาสแวะไปเที่ยวกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และสนใจอยากเข้าชมพิพิธภัณฑ์ สามารถเข้าไปจองได้ที่เว็บไซต์ http://museum.seiko.co.jp/en/ และชมตัวอย่างภาพภายในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงข่าวนิทรรศการที่จะมีให้ชมแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาด้วย บอกได้คำเดียวว่าไปแล้วคุ้มมาก เพราะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์และการพัฒนาได้จริงๆ พิพิธภัณฑ์ Seiko เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00-17.30 ปิดวันจันทร์ วันหยุดประจำชาติ วันสิ้นปีและวันปีใหม่ ติดต่อล่วงหน้าก่อนไปดีที่สุด ส่วนที่ตั้งก็อยู่ที่ Higashi Mukojima 3-7-9, Sumida-ku โตเกียว ใช้ Google Map หาก็เจอได้ไม่ยากเลย

1. ป้ายด้านหน้าพิพิธภัณฑ์

ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น
ทัวร์ Seiko Museum ถึงญี่ปุ่น

2. ด้านหน้าอาคารของพิพิธภัณฑ์ Seiko ในโตเกียว ตั้งอยู่ติดถนน

3. นาฬิกาแดดโบราณ Equatorial Sundial จากปี 1700s ยุคราชวงศ์ชิง

4. นาฬิกาตะเกียง

5. นาฬิกาทรายของสหราชอาณาจักร

6. นาฬิกาพกโบราณ

7. นาฬิกาตั้งพื้นโบราณขับเคลื่อนด้วยตุ้มน้ำหนักของญี่ปุ่น ผลิตในสมัยเอโดะ

8. นาฬิกาดาราศาสตร์ของญี่ปุ่น ผลิตในปี 1850 เรียกว่า Shumisengi (ชูมิเซนจิ)

9. Swimming Touch Pad กระดานแตะสำหรับกีฬาว่ายน้ำ ลองเล่นด้วยการวิ่งไปแตะได้ จับเวลาด้วยนาฬิกา Seiko ตัวใหญ่ ถ้าอยากได้กลับบ้าน มีตัวเล็กจำหน่ายในส่วนขายของที่ระลึกด้านหน้า