Rolex Perpetual Padellone ผสานความงามจากเรือนเวลาในอดีต

0
- Advertisement -

การเปิดตัวคอลเล็กชั่น Perpetual ในปี 2023 โดยเริ่มจากรุ่น 1908 ถือเป็นการเปิดประตูบานใหม่ของ Rolex ในการเดินหน้าเข้าสู่การนำเรื่องราวในอดีตมาตีความใหม่เพื่อให้เกิดความร่วมสมัยทั้งในเรื่องของดีไซน์ วัสดุในการผลิต และนวัตกรรมของโลกแห่งเรือนเวลา และนี่คืออีกผลผลิตใหม่กับ Rolex Perpetual Padellone นาฬิกาที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่โดยอ้างอิงรุ่น Ref.8171 ที่เปิดตัวในช่วงทศวรรษที่ 1940-1950 ตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตรมีให้เลือกทั้ง Everose Gold และ Platinum 950 ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ 7190 พร้อมฟังก์ชั่น Instantaneous Complete Annual Calendar

Rolex Perpetual Padellone นาฬิกา Annual Calendar ตัวเรือน Everose Gold และกลไก Calibre 7190

Rolex Perpetual Padellone ผสานความงามจากเรือนเวลาในอดีต

  • นาฬิกาที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่โดยอ้างอิงรุ่น 8171 ที่เปิดตัวในช่วงทศวรรษที่ 1940-1950

  • ตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตรมีให้เลือกทั้ง Everose Gold และ Platinum 950

  • ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ 7190 พร้อมฟังก์ชั่น Instantaneous Complete Annual Calendar

Rolex Perpetual Padellone ตีความใหม่จาก Ref. 8171

Rolex เพิ่มนาฬิการุ่นใหม่ที่อ้างอิงจากงานดีไซน์ Ref.8171 ในอดีตมาสู่การออกแบบที่มีความร่วมสมัยด้วยดีไซน์และการเลือกใช้สีสันใหม่ๆ ของหน้าปัด โดย Rolex Perpetual Padellone ใหม่จะมากับวัสดุในการผลิตตัวเรือนที่มี 3 ทางเลือก พร้อมการขับเคลื่อนของกลไกอัตโนมัติรหัส Calibre 7190 ซึ่ง Rolex พัฒนาและผลิตขึ้นเองทั้งหมดภายในโรงงานของตนเอง กลไกรุ่นนี้ได้รับการคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรมากกว่า 30 ฉบับ

Rolex Perpetual Padellone 53506-0002 ตัวเรือนแพลทินัม หน้าปัด Ice Blue บนข้อมือ Rolex Perpetual Padellone 53505-0003 Everose Gold สาย Settimo บนข้อมือ Rolex Perpetual Padellone 53505-0002 Everose Gold สายหนัง บนข้อมือ

ที่มาของชื่อ Padellone และ Reference 8171

คำว่า “Padellone” (ภาษาอิตาลีแปลว่า กระทะใบใหญ่) เป็นชื่อเล่นอันเปี่ยมเสน่ห์ที่เหล่านักสะสมเรือนเวลาทั่วโลกใช้เรียกนาฬิกา Rolex คลาสสิกรุ่นตำนาน Reference 8171 ที่ทำตลาดช่วงปลายทศวรรษที่ 1940-1950 โดดเด่นด้วยขนาดตัวเรือนที่ใหญ่ถึง 38 มิลลิเมตร (ซึ่งถือว่าใหญ่มากในยุคนั้น) และฟังก์ชันปฏิทินแบบ Complete Calendar การเปิดตัว Perpetual Padellone ในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสืบทอดมรดกทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โดยนำดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์มาตีความใหม่ด้วยภาษาทางศิลปะที่สมดุลระหว่างความดั้งเดิมและความทันสมัย ทั้งนี้รุ่นต้นแบบ Ref. 8171 ผลิตขึ้นในช่วงปี 1949–1953 จำนวนราว 1,000–1,200 เรือนเท่านั้น จึงกลายเป็นนาฬิกาวินเทจที่นักสะสมตามหามาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนั้น Padellone ยังถือเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่น Perpetual ที่ Rolex เปิดตัวออกมาเมื่อปี 2023 ซึ่งเริ่มต้นด้วยรุ่น 1908 ด้วยเป้าหมายในการเฉลิมฉลองศิลปะการผลิตนาฬิกาในรูปแบบที่อยู่เหนือระดับที่สุด

ตัวเรือน 39 มม. ขอบสองชั้น Domed และ Fluted

Rolex Perpetual Padellone ใหม่มีทำตลาดด้วยตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร หนา 12 มิลลิเมตร มาพร้อมขอบตัวเรือนแบบสองชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ โดยด้านบนเป็นทรงโค้งมน (Domed) และด้านล่างประดับด้วยลวดลายร่องหยัก (Fluted) อย่างประณีต ฝาหลังเป็นแบบคริสตัลแซฟไฟร์โปร่งใส สามารถชื่นชมกลไกภายในที่ตกแต่งด้วยลาย Rolex Côtes de Genève และโรเตอร์ขัดซาตินฉลุรูผลิตจากทองคำเหลือง 18 กะรัต

Rolex Perpetual Padellone 53505-0002 Everose Gold หน้าปัดสีขาวพร้อม Moonphase Rolex Perpetual Padellone 53505-0003 Everose Gold หน้าปัดสีขาว สาย Settimo ทองคำ Everose ของ Rolex Perpetual Padellone 53505-0003
Rolex Perpetual Padellone 53506-0002 แพลทินัม สายหนังจระเข้ Rolex Perpetual Padellone 53505-0002 Everose Gold สายหนังสีน้ำตาล ฝาหลังใส Rolex Perpetual Padellone 53505-0003 Everose Gold สาย Settimo

หน้าปัด Grained Finish และหน้าต่างแสดงวัน-เดือน

หน้าปัดของ Padellone ได้รับการตกแต่งด้วยพื้นผิวแบบเม็ดทราย (Grained Finish) ผสานงานขัดซาตินบริเวณขอบรอบนอก เข็มแสดงวันที่สีน้ำเงินทรงยาวที่ปลายเข็มประดับรูปจันทร์เสี้ยว ทำหน้าที่ชี้บอกวันที่ตามสเกลตัวเลขรอบขอบหน้าปัด ขณะที่ช่องหน้าต่างคู่ในตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำหน้าที่แสดงวันและเดือนเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน

หน้าปัด Ice Blue Rolex Perpetual Padellone หน้าต่างวัน-เดือน เข็มวันที่สีน้ำเงิน และ Moonphase

กลไก Calibre 7190 Instantaneous Complete Annual Calendar

กลไกอัตโนมัติ In-House ในรหัส Calibre 7190 มีพื้นฐานมาจากการออกแบบของกลไก Calibre 7135 ซึ่งเปิดตัวในนาฬิกา Land-Dweller ในงานเปิดตัวนาฬิกาเมื่อปี 2025 ตัวกลไกเดินด้วยความถี่ 5 เฮิร์ตส์ หรือ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง โดยจุดเด่นคือ การผสมผสานฟังก์ชั่นแบบ Complete Calendar และ Annual Calendar เข้าด้วยกันจนเป็น Instantaneous Complete Annual Calendar ซึ่งนำเสนอการเปลี่ยนวัน วันที่ เดือน และข้างขึ้น-ข้างแรมแบบฉับพลัน (Instantaneous) ในเวลาเที่ยงคืนตรงได้อย่างแม่นยำ พร้อมความสามารถในการรับรู้ความแตกต่างระหว่างเดือนที่มี 30 วัน และ 31 วัน โดยปรับตั้งค่าเพียงปีละครั้งในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

กลไก Rolex Calibre 7190 ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ โรเตอร์ทองคำ

Haplos System และ Dynapulse Escapement

Calibre 7190 มาพร้อมกับสิทธิบัตรจำนวน 30 รายการ และมี 2 รายการที่อยู่เฉพาะกลไกรุ่นนี้เท่านั้น นั่นคือระบบ Haplos System (ปฏิทินรายปีแบบใหม่) ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนเพียงสองชิ้นเชื่อมต่อกับกลไกวันที่ ได้แก่ เข็มลำเลียงเสริม (Carrier Finger) และคันโยกปฏิทินรายปี (Annual Lever) โดยมีการโปรแกรมปฏิทินไว้ที่ด้านหลังของดิสก์เดือน ทำให้ระบบรับรู้ความยาวของเดือนได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ และอีกจุด คือ ชุดปล่อยจักร Dynapulse Escapement ที่ได้รับการต่อยอดจาก Calibre 7135 ที่เปิดตัวในปี 2025 กลไกนี้ใช้ชุดปล่อยจักรทำจากซิลิคอนซึ่งมีประสิทธิภาพในการส่งผ่านพลังงานสูงมาก ทนทานต่อสนามแม่เหล็กรุนแรง และถูกออกแบบให้กระจายแรงจังหวะต่อเนื่อง

Moonphase ดวงจันทร์จากหินอุกกาบาต

อีกไฮไลท์ คือ ความงามของดิสก์แสดงข้างขึ้น-ข้างแรม (Moonphase) ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา ที่หมุนครบหนึ่งรอบตามรอบจันทรคติ (29.53 วัน) แผ่นดิสก์ลงยาเคลือบสีน้ำเงินเข้มถ่ายทอดภาพท้องฟ้าคืนค่ำ โดยดวงจันทร์ทั้งดวงเต็มดวงและดวงจันทร์ดับผลิตขึ้นจากหินอุกกาบาต (Meteorite) ส่วนบนพื้นที่เมื่อดวงจันทร์ดับได้รับการเคลือบ PVD สีน้ำเงินเข้มและสกรีนลวดลายอย่างละเอียด รายล้อมด้วยดวงดาวสีเงินที่พิมพ์ลงบนแผ่นดิสก์ราวกับยกท้องฟ้าจริงมาไว้บนข้อมือ

มาตรฐานใหม่ของ Superlative Chronometer (อัปเดตปี 2026)

เช่นเดียวกับนาฬิกา Rolex ทุกเรือน รุ่นนี้ผ่านการรับรอง Superlative Chronometer แต่ความพิเศษคือการใช้ หลักเกณฑ์ใหม่ปี 2026 ที่เพิ่มการทดสอบสุดเข้มข้นอีก 3 ประการ ได้แก่:

  1. Magnetism Resistance: ความต้านทานต่อสนามแม่เหล็ก
  2. Reliability: ความน่าเชื่อถือในสภาวะการใช้งานจริง
  3. Sustainability: ความทนทานและความยั่งยืนของวัสดุ

ตัวกลไกรับประกันความแม่นยำระดับ -2/+2 วินาทีต่อวัน (หลังประกอบลงตัวเรือน) มาพร้อมตราประทับสีเขียวและการรับประกันระดับโลก 5 ปี

Rolex Perpetual Padellone มีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่

สำหรับราคาของ Rolex Perpetual Padellone คอลเล็กชั่นนี้เปิดตัวด้วย 3 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์รสนิยมที่แตกต่าง:

  • Ref. 53505-0002 (Everose Gold / สายหนัง): หน้าปัดสีขาวลายเกรน ราคา 52,500 CHF / 59,000 USD
  • Ref. 53505-0003 (Everose Gold / สาย Settimo): สายข้อต่อย่อย 7 ชิ้นขัดเงาสลับด้าน หน้าปัดสีขาวลายเกรน ราคา 64,800 CHF / 72,800 USD
  • Ref. 53506-0002 (Platinum 950 / สายหนังจระเข้): หน้าปัด Ice Blue สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแพลทินัม พร้อมลายเกรน ราคา 59,000 CHF / 66,200 USD

ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)

หมวดหมู่ รายละเอียด
รุ่น Rolex Perpetual Padellone
เส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มิลลิเมตร
ความหนา 12.20 มิลลิเมตร
ความกว้างขาสาย 20 มิลลิเมตร
กระจก คริสตัลแซฟไฟร์ Double Dome เคลือบกันสะท้อน
กลไก อัตโนมัติ In-House Calibre 7190
ความถี่ 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง (5 Hz)
พลังงานสำรอง 66 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน Instantaneous Complete Annual Calendar, Moonphase
ความเที่ยงตรง -2/+2 วินาที/วัน (Superlative Chronometer 2026)
การกันน้ำ 50 เมตร
Lug to Lug ประมาณ 45 มิลลิเมตร
ระบบขึ้นลาน อัตโนมัติแบบสองทิศทาง (Perpetual Rotor)
ทับทิม 35 เม็ด
ใยนาฬิกา Syloxi (ซิลิคอน)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rolex Perpetual Padellone

Rolex Perpetual Padellone ราคาเท่าไหร่?

ราคาเริ่มต้น 52,500 ฟรังก์สวิส (59,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับรุ่น Everose Gold สายหนัง ส่วนรุ่น Platinum อยู่ที่ 59,000 ฟรังก์สวิส (66,200 ดอลลาร์สหรัฐ) และรุ่น Everose Gold สาย Settimo อยู่ที่ 64,800 ฟรังก์สวิส (72,800 ดอลลาร์สหรัฐ)

Padellone รุ่นใหม่มีกี่รุ่น?

มี 3 รุ่นย่อย คือ Ref. 53505-0002 (Everose Gold สายหนัง), Ref. 53505-0003 (Everose Gold สาย Settimo) และ Ref. 53506-0002 (Platinum หน้าปัด Ice Blue)

Padellone รุ่นใหม่ใช้กลไกอะไร?

ใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 7190 ความถี่ 5 Hz สำรองพลังงาน 66 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชัน Instantaneous Complete Annual Calendar ระบบ Haplos และชุดปล่อยจักร Dynapulse

Padellone รุ่นใหม่ต่างจาก Ref. 8171 รุ่นเดิมอย่างไร?

รุ่นใหม่มีตัวเรือนใหญ่ขึ้นเป็น 39 มิลลิเมตร จากเดิม 38 มิลลิเมตร และเปลี่ยนจากปฏิทินแบบ Complete Calendar ที่ต้องปรับวันที่ด้วยมือทุกสิ้นเดือนที่มี 30 วัน มาเป็น Annual Calendar ด้วยระบบ Haplos ที่ปรับตั้งเพียงปีละครั้งในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ อีกทั้งยังใช้กลไก Calibre 7190 ความถี่ 5 Hz สำรองพลังงาน 66 ชั่วโมง ฝาหลังใสโชว์กลไก และดวงจันทร์ที่ทำจากหินอุกกาบาต ซึ่งเป็นรายละเอียดที่รุ่นวินเทจไม่มี

Padellone แปลว่าอะไร?

Padellone เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า “กระทะใบใหญ่” เป็นชื่อเล่นที่นักสะสมใช้เรียก Rolex Ref. 8171 นาฬิกาปฏิทินจากยุค 1940–1950 ที่มีตัวเรือนใหญ่ถึง 38 มิลลิเมตร