อีกครั้งที่ Jaeger-LeCoultre ได้นำความยอดเยี่ยมในเชิงช่างมือมาผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมการผลิตกลไกในเชิงจักรกล เพื่อให้ได้สุดยอดแห่งเรือนเวลาที่เปรียบเสมือนกับจุดบรรจบของทั้ง 2 เรื่องราว และ Jaeger-LeCoultre Master Hybris Artistica Minute Repeater Cosmotourbillon ที่มีการผลิตออกมาเพียง 5 เรือน คืองานตีความใหม่เพื่อนำเสนอความเป็นสุดยอดแห่งเรือนเวลาที่มีการแสดงผลที่สัมพันธ์กับดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมฟังก์ชั่น Minute Repeater ของกลไกไขลาน Calibre 945 ผลิตบนตัวเรือนทองคำขาว 18K

Jaeger-LeCoultre Master Hybris Artistica Minute Repeater Cosmotourbillon เพียง 5 เรือนเท่านั้นในโลก
Jaeger-LeCoultre แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความเชี่ยวชาญของพวกเขาที่มีต่อกลไกที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับเรื่องราวบนท้องฟ้า (Celestial Complications) และครั้งนี้ทางแบรนด์ได้เปิดตัว Jaeger-LeCoultre Master Hybris Artistica Minute Repeater Cosmotourbillon ซึ่งเป็นงานตีความใหม่เพื่อนำเสนอความเป็นสุดยอดแห่งเรือนเวลาที่มีการแสดงผลที่สัมพันธ์กับดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมฟังก์ชั่น Minute Repeater ผลิตบนตัวเรือนทองคำขาว 18K และผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 5 เรือนทั่วโลกเท่านั้น
ศิลปะผสานนวัตกรรมใน Ref. Q5263482
Jaeger-LeCoultre Master Hybris Artistica Minute Repeater Cosmotourbillon (Ref. Q5263482) เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความผสานกันระหว่างการสร้างสรรค์ทางศิลปะและความเชี่ยวชาญในงานหัตถศิลป์ชั้นสูง (Haute Horlogerie Decorative Crafts) และอัจฉริยภาพทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาชั้นสูงของแบรนด์
ตัวเรือนทองขาว 18K ขนาด 45 มม.
ตัวนาฬิกามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 มิลลิเมตร และหนา 16.05 มิลลิเมตรได้รับการตีความใหม่ผ่านตัวเรือนทองขาว 18K (750/1000) เพื่อถ่ายทอดความเชี่ยวชาญระดับเหนือชั้นของห้องปฏิบัติการ Métiers Rares™ ของแบรนด์ หน้าปัดทรงโค้งหลายระดับที่ตกแต่งด้วยมือทั้งหมดโดยช่างหัตถศิลป์ ช่วยสร้างมิติความลึกอันน่าทึ่ง สะท้อนภาพการแสดงผลแห่งท้องฟ้าให้มีชีวิตชีวาเสมือนจริง ตัวเรือนประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนมากกว่า 80 ชิ้น และตกแต่งผิวผสมผสานทั้งแบบพ่นทราย (Micro-blasted) ขัดซาติน และขัดเงา เพื่อให้แต่ละมุมของตัวเรือนสะท้อนแสงแตกต่างกัน
หน้าปัด Grisaille Enamel
เพื่อถ่ายทอดความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน Jaeger-LeCoultre ได้นำเทคนิคการลงยาแบบ Grisaille Enamel ซึ่งเป็นงานศิลปะตกแต่งหายาก และได้เริ่มนำมาใช้ในการผลิตเรือนเวลาของแบรนด์เมื่อปี 2022 เทคนิคสุดประณีตนี้มีจุดกำเนิดในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 16 เป็นการรังสรรค์มิติแสงเงา (Chiaroscuro) อันละเอียดอ่อนด้วยการลงชั้นเคลือบเงาซ้ำหลายชั้น โดยแต่ละชั้นต้องผ่านการอบทีละครั้ง พื้นหลังสีน้ำเงินเข้มจะค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะเพ้นท์ลายท้องฟ้าด้วยมือโดยใช้ยาสีขาวที่เรียกว่า Blanc de Limoges เกิดเป็นความขัดแย้งเชิงมิติที่นุ่มนวลและภาพลวงตาสามมิติอันน่าอัศจรรย์

หน้าปัดหลายระดับและแผนที่ดาว
หน้าปัดได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างหลายระดับเพื่อสะท้อนทรงโดมของท้องฟ้ายามค่ำคืน โดยมีแผ่นดิสก์สีน้ำเงินมิดไนท์บลู เคลือบแลกเกอร์โปร่งแสงทับบนพื้นผิวโอพาลีนเป็นชั้นลึกที่สุด ทำหน้าที่แสดงเดือนและวินาทีของ Tourbillon
ส่วนด้านบนเป็นหน้าปัดทองทรงโดมตกแต่งด้วย Grisaille Enamel ถ่ายทอดทัศนียภาพแห่งท้องฟ้า พร้อมพิมพ์ลายแผนที่ดาวและชื่อกลุ่มดาวอย่างละเมียดละไมลงบนพื้นผิว เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดรวมเข้าด้วยกัน จึงสร้างสรรค์มโนภาพแห่งห้วงอวกาศที่สมจริง โดยมีสเกลวินาทีทอประกายราวกับลำแสงธรรมชาติออกจาก Cosmotourbillon หรือ กลไก Flying Tourbillon หมุนรอบตัวเองใน 60 วินาที
Jaeger-LeCoultre Master Hybris Artistica Minute Repeater Cosmotourbillon ได้รับการขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 945 ที่คิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี 2010 โดยได้รวบรวมเอาแผนที่ดาวแสดงกลุ่มดาวในซีกโลกเหนือที่เคลื่อนพลวัตตามเวลาจริง, กลไกบอกเวลาด้วยเสียง (Minute Repeater) และ Flying Cosmotourbillon อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Jaeger-LeCoultre ซึ่งแสดงเวลาตามดาราศาสตร์ (Sidereal Time) เข้าไว้อย่างสมบูรณ์แบบ


Flying Cosmotourbillon หมุนตามวันดาราคติ
สำหรับ Cosmotourbillon ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่คุมจังหวะในการเดินของกลไกเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่วัดการผ่านพ้นไปของเวลาด้วยการหมุนครบรอบหน้าปัดในทิศทวนเข็มนาฬิกาตามเวลาดาราศาสตร์ (Sidereal Day) ซึ่งมีระยะเวลา 23 ชั่วโมง 56 นาที และ 4 วินาที โดยเวลาดาราศาสตร์นี้อ้างอิงจากการหมุนของโลกเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์คงที่ (Fixed Stars) ขณะที่วันตามเวลาสุริยคติ 24 ชั่วโมงซึ่งใช้เป็นเวลาทางสากลนั้น คำนวณจากการหมุนรอบตัวเองของโลกเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์

กลไกนี้เคลื่อนไหวอย่างสอดประสานกับแผนที่ดาวในซีกโลกเหนือ ซึ่งติดตามตำแหน่งของกลุ่มดาวตามเวลาจริงตามที่มองเห็นจากหุบเขา Vallée de Joux ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบ้านของ Jaeger-LeCoultre มาตั้งแต่ปี 1833
โครงสร้าง 73 ชิ้นในกรงไทเทเนียม
กลไก Flying Cosmotourbillon ประกอบด้วยโครงสร้างที่มาจากชิ้นส่วน 73 ชิ้น บรรจุอยู่ภายในกรงไทเทเนียมน้ำหนักเบา ตัวกลไกติดตั้งบนตลับลูกปืนเซรามิกที่ไม่ต้องใช้น้ำมันหล่อลื่น มาพร้อมจักรกรอกโมโนเมทัลลิกขนาด 10 มิลลิเมตร
ที่ทำงานด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ (Hz) ส่วนการแสดงผลของท้องฟ้าถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกปฏิทินที่มีความซับซ้อน Calendar Complication ที่ช่วยให้สามารถปรับตั้งตำแหน่งของกลุ่มดาวได้อย่างแม่นยำตรงตามที่ปรากฏบนท้องฟ้าจริง โดยมีเข็มชี้รูปดวงอาทิตย์สีทองบริเวณขอบหน้าปัดหมุนรอบตัวเองครบรอบในเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อระบุเวลาสากลที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
Minute Repeater เสียงกังวานบริสุทธิ์
นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชั่น Minute Repeater เพื่อช่วยเติมเต็มความงดงามเชิงโรแมนติกของการบอกเวลาแห่งท้องฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยความท้าทายทางเทคนิคในการสร้างสรรค์ Minute Repeater อยู่ที่ความซับซ้อนของกลไกที่ต้องแปลงเวลาอันแม่นยำที่ระบุโดยเข็มนาฬิกา
ให้กลายเป็นโน้ตเสียงตีตามโปรแกรมอย่างสมบูรณ์แบบ โดยแบ่งเป็นระดับเสียงที่แตกต่างกันสำหรับชั่วโมง, 15 นาที (Quarters) และนาที ขณะที่ความท้าทายเชิงศิลปะนั้น คือการรังสรรค์ให้โน้ตเสียงที่เปล่งออกมามีความบริสุทธิ์ ไพเราะเสนาะหู และกังวานอย่างเด่นชัด
Cathedral Crystal Gongs และ Trébuchet Hammers
ผลคือการพัฒนานวัตกรรมที่ถูกจดสิทธิบัตรแล้วอย่างน้อย 5 รายการ ซึ่งก็รวมถึง Cathedral Crystal Gongs ที่ถูกยึดกับกระจกแซฟไฟร์ด้านหลัง เพื่อให้เกิดการกังวานสูงสุดและช่วยขยายเสียงให้ดังกังวานยิ่งขึ้น และค้อน Trébuchet Hammers ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงของกลไกการตีได้อย่างมหาศาล และให้เสียงตีที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
โดยก้านค้อนถูกตัดครึ่งเพื่อส่งถ่ายพลังงานในการตีฆ้องเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ส่งผลให้ได้เสียงที่ก้องกังวานยิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วย ระบบควบคุมเสียงรบกวน (Silent Governor) ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเสียงรบกวนมาบดบังความบริสุทธิ์ดั่งแก้วคริสตัลของกลไกอันทรงเสน่ห์นี้ โดยแกนเสียง Cathedral Gongs มีความยาวพันรอบกลไกถึง 1.5 รอบ ช่วยให้เสียงตีมีความกังวานและยาวนานกว่าแกนเสียงทั่วไป
กลไกไขลาน Calibre 945
ทั้งหมดรวมอยู่ในกลไกไขลาน Calibre 945 ประกอบด้วยชิ้นส่วน 570 ชิ้นและทับทิม 52 เม็ด มีกำลังสำรอง 40 ชั่วโมง และเดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
ประวัติกลไก Calibre 945 และ Master Hybris Artistica รุ่นก่อนหน้า
Calibre 945 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 และถือเป็นหนึ่งในกลไกที่ซับซ้อนที่สุดของ Jaeger-LeCoultre ก่อนหน้านี้แบรนด์เคยนำกลไกนี้มาสร้างสรรค์เป็น Master Hybris Artistica หลายเวอร์ชัน เช่น Galaxia ที่ใช้หน้าปัด Grisaille Enamel และ Atomium ที่เปิดตัวในปี 2022 รุ่นละ 5 เรือน รวมถึงเวอร์ชันลายมังกรบนตัวเรือนพิงค์โกลด์ สำหรับรุ่นใหม่ปี 2026 นี้ แบรนด์กลับมาใช้เทคนิค Grisaille Enamel อีกครั้ง บนตัวเรือนไวท์โกลด์ในโทนสีน้ำเงินมิดไนท์บลู ทำให้เป็นอีกหนึ่งเวอร์ชันที่นักสะสมจับตามอง
จำนวนผลิตและราคา
Jaeger-LeCoultre Master Hybris Artistica Minute Repeater Cosmotourbillon มีการผลิตเพียง 5 เรือนเท่านั้น ในคอลเลกชัน Hybris Artistica และมีราคาไม่มีการเปิดเผย เพราะเป็นนาฬิกาที่ถูกผลิตตามความต้องการ
สเปก Master Hybris Artistica Calibre 945 (Ref. Q5263482)
- รุ่น: Jaeger-LeCoultre Master Hybris Artistica Minute Repeater Cosmotourbillon
- รหัสรุ่น: Q5263482
- ตัวเรือน: ทองคำขาว 18K (750/1000) ประกอบจากชิ้นส่วนมากกว่า 80 ชิ้น
- ขนาด: 45 มม. หนา 16.05 มม.
- หน้าปัด: หลายระดับ ทรงโดม ลงยา Grisaille Enamel ด้วย Blanc de Limoges บนพื้นสีน้ำเงินมิดไนท์บลู
- กลไก: ไขลาน Calibre 945 ผลิตเองภายในโรงงาน
- ชิ้นส่วนกลไก: 570 ชิ้น / ทับทิม 52 เม็ด
- ความถี่: 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz)
- กำลังสำรอง: 40 ชั่วโมง
- Tourbillon: Flying Cosmotourbillon 60 วินาที 73 ชิ้น ในกรงไทเทเนียม จักรกรอก 10 มม. บนตลับลูกปืนเซรามิก
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที Minute Repeater เวลาดาราคติ (Sidereal Time) แผนที่ดาวซีกโลกเหนือ แสดงเดือน และเข็มดวงอาทิตย์ 24 ชั่วโมง
- ระบบเสียง: Cathedral Crystal Gongs, Trébuchet Hammers และ Silent Governor
- คอลเลกชัน: Hybris Artistica ของ Jaeger-LeCoultre
- สาย: หนังสีน้ำเงิน เข้ากับโทนหน้าปัด
- เปิดตัว: กันยายน 2026
- จำนวนผลิต: 5 เรือนทั่วโลก
- ราคา: ไม่เปิดเผย (Price upon request)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Master Hybris Artistica Calibre 945 ราคาเท่าไหร่?
Jaeger-LeCoultre ไม่เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ (Price upon request) เนื่องจากผลิตเพียง 5 เรือนและจำหน่ายให้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
Cosmotourbillon คืออะไร?
Cosmotourbillon คือ Flying Tourbillon หมุนรอบตัวเองทุก 60 วินาที ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร และยังโคจรรอบหน้าปัดทวนเข็มนาฬิกาครบ 1 รอบในหนึ่งวันดาราคติ (23 ชั่วโมง 56 นาที 4 วินาที) ไปพร้อมกับแผนที่ดาวของซีกโลกเหนือ
Master Hybris Artistica รุ่นนี้เปิดตัวเมื่อไหร่?
เปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 พร้อมกับนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันชั้นสูงอื่น ๆ ของ Jaeger-LeCoultre ที่โชว์งานฝีมือจากห้องปฏิบัติการ Métiers Rares™
Grisaille Enamel คืออะไร?
Grisaille Enamel คือเทคนิคการลงยาที่มีจุดกำเนิดในฝรั่งเศส ช่วงศตวรรษที่ 16 ช่างจะลงยาสีขาว Blanc de Limoges ซ้อนกันหลายชั้น บนพื้นสีเข้ม และนำเข้าเตาอบทีละชั้น เพื่อสร้างมิติแสงและเงาแบบภาพขาวดำ ซึ่ง Jaeger-LeCoultre เริ่มนำมาใช้กับนาฬิกาของแบรนด์ ตั้งแต่ปี 2022
สอบถามนาฬิการุ่นนี้ได้ที่ไหนในประเทศไทย?
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ บูติก Jaeger-LeCoultre ที่ ICONSIAM หรือบูติกของแบรนด์ในประเทศไทย เนื่องจากผลิตเพียง 5 เรือน การจัดสรรนาฬิกา จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแบรนด์เป็นหลัก
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline












