Montblanc High Artistry & Craftsmanship ความหรูสุดคลาสสิค

0
444

เดินทางสู่หัวใจหลักของ Montblanc กับไอเดียสุดพิเศษ จากภาพสเก็ตช์สู่ผลงานสมบูรณ์แบบของช่างฝีมือ Montblanc ได้สรรสร้างผลงานสุดประณีตละเอียดอ่อนเหนือจินตนาการ ด้วยการผสมผสานเทคนิคพิเศษเข้ากับความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบเขต

Montblanc High Artistry & Craftsmanship
มงต์บลองค์ขอแนะนำ ไฮอาร์ทิสทรี (High Artistry) ลิมิเต็ดอิดิชั่นล่าสุด

Montblanc High Artistry & Craftsmanship ความหรูสุดคลาสสิค

- Advertisement -

นับเป็นเวลากว่า 100 ปีมาแล้วที่มงต์บลองค์(Montblanc) ได้สืบทอดทักษะความเชี่ยวชาญแบบดั้งเดิมของเหล่าช่างฝีมือ ในขณะเดียวกันก็ยังผสมผสานการใช้เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำระดับสูงเป็นตัวช่วยในการรังสรรค์ผลงานชิ้นเอกอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคพิเศษอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญขั้นสูงของช่างจากศูนย์ช่างฝีมือ (Métiers d’arts) ภายในมงต์บลองค์อะเตอลิเยร์ ทำให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์ผลงานหัตถศิลป์ชั้นยอดอันหาที่เปรียบมิได้ และได้รวบรวมขั้นตอนการเจียระไนและการฝังอัญมณีล้ำค่า ไปจนถึงการสลักและเทคนิคในการผลิตหัวปากกาทองคำด้วยมือมาไว้ ณ ที่แห่งนี้ มงต์บลองค์ขอแนะนำ ไฮอาร์ทิสทรี (High Artistry) ลิมิเต็ดอิดิชั่นล่าสุดของแบรนด์ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

มงต์บลองค์ได้เปรียบเทียบเหล่าช่างฝีมือผู้เปี่ยมทักษะของเขาเสมือน“ผู้สร้างจิตวิญญาณ” และหากได้ไปเยี่ยมชมการผลิต ณ โรงงานของแบรนด์แห่งใดก็ตามจะทำให้คุณเข้าใจถึงเหตุผลได้ในทันที เนื่องจากช่างฝีมือเหล่านี้คือผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพรสวรรค์และเทคนิคพิเศษที่ได้เฝ้าฝึกฝนมานานหลายปี และได้เรียนรู้จากช่างฝีมือรุ่นก่อนและพร้อมที่จะส่งต่อความเชี่ยวชาญนี้ไปสู่รุ่นต่อไป โดยก่อนที่อุปกรณ์เครื่องเขียน, นาฬิกา, กระเป๋าหนัง หรือจิวเวลรี่ของมงต์บลองค์จะถูกส่งต่อไปถึงมือเจ้าของผู้ทรงเกียรติและกลายเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ตลอดกาล ครั้งหนึ่งสิ่งเหล่านี้เคยได้รับการมอบชีวิตผ่านทางความหลงใหลและความมุ่งมั่นของผู้รังสรรค์ ด้วยสองมือที่ช่วยปลุกปั้นหล่อหลอมให้เกิดเป็นชิ้นผลงานสุดยอดแห่งความปรารถนา

ณ โรงงานผลิตอุปกรณ์เครื่องเขียนของมงต์บลองค์ที่ เมืองฮัมบวร์ก(Hamburg) ประเทศเยอรมนี ขั้นตอนมากมายจากกว่า 200 ขั้นตอนในการรังสรรค์ปากกา “ไมสเตอร์สตุ๊ก” (Meisterstück) ยังคงมีอยู่เช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยน นับตั้งแต่ที่ปากกาหมึกซึมรุ่นไอคอนนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1924 และยิ่งไปกว่านั้น ขั้นตอนส่วนใหญ่ยังคงทำขึ้นด้วยช่างฝีมือ ตั้งแต่การแกะสลักหัวปากกาทองคำ 18 กะรัตอันแสนซับซ้อนผ่านความเพียรพยายามอุตสาหะในการแยกกลางหัวปากกาเพื่อให้น้ำหมึกไหลออกมา, การลับส่วนปลายหัวปากกา (Iridium Point) และการขัดเงา ไปจนถึงการทดสอบปากกาที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว จนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างมากนั่นคือขั้นตอนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนที่มีประสบการณ์จะจรดน้ำหมึกทดสอบด้วยการเขียนเส้นวงกลมและเส้นตรงหนักเบาลงบนกระดาษเปล่าอย่างอุตสาหะ ซึ่งต้องอาศัยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการทดสอบรูปแบบการเขียน ทั้งความรู้สึก การมองเห็น หรือแม้แต่การได้ยินเสียง เพราะมงต์บลองค์ต้องการเพียงความสมบูรณ์แบบเท่านั้น

เพราะหัวปากกาคือหัวใจสำคัญที่แท้จริงของปากกาหมึกซึม ในปี ค.ศ.2011 มงต์บลองค์จึงได้ยกระดับงานฝีมือไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวบริการสั่งทำหัวปากกาตามความต้องการของลูกค้า ลายมือถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการแสดงตัวตนที่จะคงอยู่อย่างยาวนาน ดังนั้นหัวปากกาที่ทำขึ้นตามความต้องการเฉพาะตนจึงถือเป็นการแสดงถึงตัวตนที่มีเอกลักษณ์และบุคลิกเฉพาะตัวได้อย่างคาดไม่ถึง ในการผสมผสานประเพณีดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่หลอมรวมกันได้อย่างดีเยี่ยม บริการสั่งทำหัวปากกาเฉพาะตนนี้ที่ให้บริการในมงต์บลองค์บูติกเฉพาะแห่งทั่วโลก โดยจะบันทึกค่าลายมือของลูกค้าแต่ละท่านด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ  และจะส่งต่อหัวปากกาไปยังโรงงานผลิตในฮัมบวร์ก โดยหัวปากกาแต่ละชิ้นจะได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตโดยช่างฝีมือผู้เปี่ยมด้วยความชำนาญการ รวมถึงมีบริการสลักชื่อลูกค้าด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ด้วยเวลากว่า 160 ปีที่มงต์บลองค์อยู่ในวงการการทำนาฬิกาสวิสมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน การผลิตนาฬิกาอันแสนประณีตของมงต์บลองค์ ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสองโรงงานในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ดีที่สุดและกลไกคาลิเบอร์อันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมระดับสูงสุดที่วงการผลิตนาฬิกาสวิสจะสามารถทำได้

โรงงานสร้างสรรค์นาฬิกาใน วิลเลอเล่(Villeret) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีชื่อว่า Montblanc’s Movement & Innovation Excellence Center ตั้งอยู่ในตึกเดียวกับโรงงานระดับตำนานอย่างมิเนอร์ว่า(Minerva) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1858 และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา การผลิตตัวต้นแบบ และการประกอบชิ้นส่วนภายในโรงงานเองทั้งหมด ตั้งแต่ชิ้นส่วนที่ซับซ้อนอันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมและการค้นพบใหม่ๆ ไปจนถึงชิ้นส่วนเล็กๆ ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย

ณ ที่แห่งนี้เองที่มงต์บลองค์ได้สืบสานการยกระดับวงการการผลิตนาฬิกาสวิสด้วยงานประดิษฐ์ล้ำสมัยภายในอะเตอลิเยร์ ส่วนประกอบของกลไกทั้งหมดได้รับการผลิตขึ้นอย่างประณีตและประกอบขึ้นด้วยมือ ทักษะคล่องแคล่วว่องไวอันโดดเด่นของช่างทำนาฬิกา คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานฝีมือที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนอย่างการผลิตสายใยนาฬิกา(Balance springs) โรงงานผลิตนาฬิกาของมงต์บลองค์ในวิลเลอเล่ คือหนึ่งในโรงงานการผลิตเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่รู้ขั้นตอนการผลิตสายใยนาฬิกาด้วยตนเองทั้งหมดตั้งแต่จนจบ โดยช่างทำนาฬิกาที่สามารถวัดขนาดความยาวโดยไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ แต่เป็นการวัดด้วยมือ ร่วมกับขนบธรรมเนียมการผลิตที่สืบทอดมายาวนานและความแม่นยำในระดับสูงสุด

ในขณะที่จักรกรอกนาฬิกา(Balance wheel) ที่ผลิตขึ้นในวิลเลอเล่จะมีความถี่ของการแกว่งอยู่ที่ 18,000 semi-oscillations ต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้มงต์บลองค์เป็นเจ้าของหนึ่งในจักรกรอกนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาวกผู้คลั่งไคล้นาฬิกาเลยก็ว่าได้

อีกหนึ่งโรงงานผลิตใน เลอ ล็อกค์(Le Locle) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือที่ตั้งของ Watch & Quality Excellence Center ของมงต์บลองค์ที่มีการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม คือ ผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยถึงขีดสุด ตั้งแต่การออกแบบอันงดงามไปจนถึงโครงสร้าง การผลิตตัวต้นแบบ และการประกอบชิ้นส่วนในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งกล่าวได้ว่า ความเชี่ยวชาญทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการรังสรรค์เรือนเวลาที่มีเอกลักษณ์ได้รวบรวมอยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้วนั่นเอง

ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เครื่องหนังของมงต์บลองค์มีฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานผลิตหนังของกลุ่มบริษัท Richemont ในเมืองฟลอเรนซ์(Florence) ประเทศอิตาลี เป็นสถานที่ซึ่งงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดีไซน์เหมือนกาลเวลา มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ที่ส่งผ่านออกมาทางผลิตภัณฑ์เครื่องหนังของ  มงต์บลองค์ในทุกการเริ่มต้นคอลเลกชั่นใหม่ ความสามารถพิเศษและฝีมือด้านศิลปะของช่างฝีมือในอุตสาหกรรม(Pelletteria) ด้วยการสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมและนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ที่มีความละเอียดอ่อน ในทุกๆ ขั้นตอนของการผลิตถูกควบคุมดูแลโดยแหล่งเดียวกัน ตั้งแต่ตัวต้นแบบแต่ละชิ้นที่มีความแม่นยำสูง ไปจนถึงการเลือกหนังจากโรงงานฟอกสีหนังของชาวฟลอเรนซ์ที่ตั้งอยู่ริ่มฝั่งแม่น้ำอาร์โนมากมายหลายแห่ง ตลอดจนการควบคุมระยะการผลิต และในขั้นตอนสุดท้ายคือการทดสอบและควบคุมคุณภาพ ที่โรงงานของเรามีอุปกรณ์ที่พิเศษและทันสมัยเรียงรายอยู่ในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิเพื่อเป็นการจำลองสภาพอากาศทั้งร้อนและชื้นในแบบของโซนเอเชีย ตลอดจนหุ่นยนต์หนึ่งแขนที่มีหน้าที่ในการทดสอบความทนทานของสายสะพายกระเป๋า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าของเราที่จะมอบให้ลูกค้านั้นมีความทนแข็งแรงได้มาตรฐานสูงตามแบบฉบับของมงต์บลองค์ และเราสัญญาว่าจะส่งมอบแอคเซสเซอรี่เครื่องหนังที่จะกลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจของลูกค้าตราบนานเท่านาน

MONTBLANC HERITAGE PULSOGRAPH LIMITED EDITION 100

ไฮไลต์ของแบรนด์ในนาฬิกาตระกูลใหม่นี้คือ  Montblanc Heritage Pulsograph Limited Edition 100 เป็นนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจนาฬิกาที่เหล่านักสะสมเรียกว่า ‘นาฬิกาคุณหมอ’ เนื่องจากใช้ช่วยจับเวลาในการนับจังหวะชีพจรในอดีต ตัวเรือนขนาด 40 มม. ผลิตจากสตีล ทำงานด้วย calibre MB M13.21กลไกโครโนกราฟแบบโมโนพุชเชอร์ (ควบคุมการจับเวลา รีเซ็ต สตาร์ท สต็อป ได้ด้วยปุ่มเดียว) ซึ่งสามารถชื่นชมได้ผ่านฝาหลังตัวเรือน และมีสเกล pulsograph สำหรับวัดการเต้นของหัวใจ 30 คร้ัง หน้าปัดทรงโดมสีแซลมอนดูสง่างาม สะท้อนถึงดีไซน์โค้ดของนาฬิกาที่โรงงานมิเนอร์ว่าผลิตขึ้นในช่วง 1940-1950 โดยนาฬิการุ่นนี้มีคุณสมบัติพิเศษดังนี้

  • หน้าปัดทรงโดม เพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้สองเฉดสีและสองเทคนิคการตกแต่งที่แตกต่าง
  • ตัวเลขอารบิกและอินเด็กซ์แบบจุดเคลือบแอนทราไซต์ประดับแบบแอพพลายด์
  • เข็มชั่วโมงและนาทีทรงโดฟีนเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า* และเข็มทรงบาตองสีน้ำเงิน
  • รางนาที
  • หน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลานาทีจะมีขีดยาวทุก 3 นาที (บริเวณนาทีที่ 3, 6 และ 9) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญของเมืองต่างประเทศในสมัยก่อนที่จะต้องหยอดเหรียญเพิ่มทุก 3 นาทีเวลาโทรทางไกลไปต่างประเทศ
  • สายรัดข้อมือหนังจระเข้ Sfumato เคลือบแอนทราไซต์

หมายเหตุ *Super-LumiNova เป็นเครื่องหมายการค้าซึ่งไม่ใช่ของมงต์บลองค์

MONTBLANC HERITAGE PERPETUAL CALENDAR LIMITED EDITION 100

นาฬิกา Montblanc Heritage Perpetual Calendar ทำงานด้วย calibre MB 29.22 กลไกใหม่ล่าสุดของแบรนด์ แสดงชั่วโมง นาที วันที่ เดือน มูนเฟส และปีอธิกสุรทินหรือ leap year โดยออกแบบให้อ่านค่าเหล่านี้ได้ง่ายเนื่องจากวงหน้าปัดย่อย ณ ตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกา มีขนาดใหญ่  กลไกนี้ใช้เวลาในการพัฒนานาน 3 ปี และภายในทำงานด้วยวีลซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบลีเวอร์ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งนาฬิกาด้วยการหมุนเม็ดมะยมเดินหน้าหรือถอยหลังได้ ซึ่งทำให้สะดวกและใช้งานง่ายกว่า

นอกจากนี้ มงต์บลองค์ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพื่อความปลอดภัย โดยตัวตั้งค่าเวลาจะถูกล็อกไว้ ป้องกันไม่ให้ตั้งนาฬิกาในระหว่าง 20.00-24.00 น. ซึ่งอาจส่งผลให้กลไกเสียหายได้ นาฬิกา  Montblanc Heritage Perpetual Calendar ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติพร้อมกำลังลานสำรอง 48 ชั่วโมง และยังมีฟังก์ชั่นบอกเวลาในประเทศที่สองด้วยเข็มแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมงแบบเจาะโปร่งตรงกลางหน้าปัด ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากเมื่อเวลาต้องเดินทาง

ตัวเรือนขนาด 40 มม. รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นผลิตจากเรดโกลด์ 18k และสเตนเลสสตีลสำหรับรุ่นปกติ ขาตัวเรือนแบบโค้งดูสง่างาม กระจกแซฟไฟร์กลาสทรงโดม หน้าปัดเฉดสีขาวเงิน

MONTBLANC STAR LEGACY SUSPENDED EXO TOURBILLON LIMITED EDITION 58

Suspended Exo Tourbillon เรือนเวลาหน้าปัดเปลือยใหม่ในตระกูล Star Legacy (สตาร์ เลกาซี่) มีคอมพลิเคชั่นที่ได้รับการพัฒนาและรังสรรค์ขึ้นโดยช่างทำนาฬิการะดับชั้นครูของแบรนด์ภายในโรงงาน Montblanc Manufacturer ในวิลเลอเล่เองทุกขั้นตอนด้วยความมุมานะเป็นระยะเวลายาวนานถึง 3 ปี โดยคำว่า “Exo” มาจากภาษากรีกที่แปลว่า “ภายนอก” ซึ่งหมายความถึง จักรกรอก (Balance Wheel) ขนาดใหญ่พร้อมเฟืองอยู่ภายนอกกรงตูร์บิญงนั่นเอง

วิศกรของมงต์บลองค์ได้รังสรรค์ Suspended Exo Tourbillon นี้ขึ้นเพื่อต้องการให้มองเห็นกลไกตูร์บิญงอันแสนสลับซับซ้อนและเปิดเผยความงดงามที่แอบซ่อนอยู่ภายใน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ช่างนาฬิกาที่โรงงาน Montblanc Manufacturer ในวิลเลอเล่ สามารถใช้จักรกรอกขนาดใหญ่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดกลไกหรือตัวเรือน โดยจักรกรอกขนาดใหญ่นี้ถูกยกขึ้นให้สูงกว่าหน้าปัด 3.2 มม. ซึ่งทำให้ดูเสมือนว่าจักรกรอกกำลังลอยอยู่เหนือหน้าปัดอย่างไรอย่างนั้น ที่เป็นเช่นนี้ได้ต้องขอขอบคุณสะพานจักรเชื่อมตูร์บิญงแขนเดียวที่ทำจากสเตนเลสสตีลในทรงโค้งมาบรรจบที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำให้เกิดมุมมองสามมิติและสร้างสุนทรียภาพอันงดงามให้กับนาฬิกาเรือนหรูนี้ ด้วยโครงสร้างแบบอสมมาตร ทำให้การจัดเรียงกลไกตูร์บิญงที่มีสะพานจักรแขนเดียวนี้ถือเป็นความท้าทายของช่างนาฬิกาและต้องอาศัยทักษะและความชำนาญขั้นสูงสุดในการทำรังสรรค์เรือนเวลานี้ให้สำเร็จ ความซับซ้อนของ Exo Tourbillon หน้าปัดเปลือยนี้มาจากการหาขอบเขตของแกนยาวที่จำเป็นจะต้องมีความแม่นยำระดับสูงสุด รวมถึงโครงสร้างของคอมพลิเคชั่นเองด้วยเช่นกัน ที่แกนบาลานซ์จะต้องตั้งฉากกับกลไกอย่างพอดิบพอดี หากตำแหน่งของสะพานเคลื่อนไปเพียง 5 ไมครอน (0.005 มม.) อาจส่งผลให้เกิดการคลาดเคลื่อนได้ 0.05 มม. ซึ่งจะทำให้มีระยะห่างถึง 10 เท่าเลยทีเดียว

ในแง่ของประสิทธิภาพการทำงาน โครงสร้างทางสถาปัตย์ของหน้าปัดเปลือยของ Exo Tourbillon อันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมนี้ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากกว่ากลไกตูร์บิญงปกติเนื่องจากกรงตูร์บิญงมีขนาดเล็กกว่า และปราศจากน้ำหนักของจักรกรอก เมื่อน้ำหนักของกรงตูร์บิญงลดลง จึงทำให้น้ำหนักโดยรวมทั้งหมดน้อยกว่านาฬิกาตูร์บิญงแบบปกติ และรักษาสมดุลด้วยตัวเชื่อมสีทองสองฝั่ง การที่จักรกรอกถูกวางไว้ที่ตำแหน่งด้านนอกของกรงตูร์บิญงยังเป็นการตัดผลกระทบจากแรงเฉื่อยของกรง ที่ทำให้ช่วยเพิ่มระดับความแม่นยำได้มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้อีกหนึ่งเอกลักษณ์เด่นของ Exo Tourbillon เรือนนี้คือระดับความเร็วของการหมุนรอบ กรงตูร์บิญงสามารถหมุนได้เต็มรอบต่อหนึ่งนาทีและยังสามารถบอกวินาทีได้ ในขณะเดียวกันก็ยังเชื้อเชิญให้ผู้สวมใส่ได้ชื่นชมเสน่ห์ความงดงามของกลไกตูร์บิญงนั่นเอง

จักรกรอกขนาดใหญ่เดินด้วยความถี่ 18,000 รอบต่อชั่วโมง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 14.5 มม. โดยสิ่งเหล่านี้มีบทบาทสำคัญกับกลไกการทำงานของเรือนเวลาที่มีเฟือง 18 ชิ้น โดยเฟืองสองชิ้นสามารถปรับเปลี่ยนได้ และอีก 16 ชิ้นที่เหลือเป็นเฟืองที่ยึดติดแน่น จึงทำให้ช่วยเพิ่มระดับความแม่นยำและยังเป็นการดำเนินรอยตามแบบแผนดั้งเดิมในการรังสรรค์นาฬิกาอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง กลไกคาลิเบอร์ MB M16.68 จึงได้รับการรังสรรค์ขึ้นภายใน Montblanc Manufacturer ในวิลเลล่ทั้งหมดโดยมีฟินนิชชิ่งที่ทำขึ้นด้วยมือ อาทิเช่น การตกแต่งลวดลาย Côtes de Genève, การวัดมุมภายใน, การสลักลายเกรนเป็นวงกลม, แกนไขลานขัดเงาด้วยเข็มมิเนอร์ว่า

ตัวเรือนทรงกลมได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างสะพานจักรสามมิติ มีกระจกหน้าปัดทรงโดมทำจากคริสตัลแซปไฟร์ด้านหน้า ที่ช่วยเสริมให้งานดีไซน์ทั้งหมดมีความสมบูรณ์แบบ ตัวเรือนขนาด 44.8 มาพร้อมเรดโกลด์ 18k และฝาหลังตัวเรือนทำจากกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ด้วยเช่นกันซึ่งเผยให้เห็นถึงความงดงามของคาลิเบอร์ MB M16.68 และยังสามารถมองเห็นกลไกของ Exo Tourbillon จากด้านหน้าสู่ด้านหลังได้อีกด้วย

หน้าปัดสามมิติแสนหรูหราของ Montblanc Star Legacy Suspended Exo Tourbillon Limited Edition 58 ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ทั้งหมด 8 ส่วนที่ทำขึ้นด้วยมือจากเทคนิคเอกลักษณ์ดั้งเดิมของแบรนด์ ขอบตัวเรือนทำจากทอง 18k และเสริมด้วยลวดลายกิโยเช่ที่ช่วยเพิ่มความงดงามให้กับหน้าปัด โดยทุกขั้นตอนรังสรรค์ด้วยความละเอียดประณีต หน้าปัดบอกเวลาทรงกลมนูนสีขาวเงินตกแต่งลาย azuré ตรงกลาง บอกชั่วโมงและนาที ช่วยให้สะท้อนเอฟเฟ็กต์สามมิติของ Suspended Exo Tourbillon ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ได้แก่ เข็มนาฬิกาเรดโกลด์ 18k ที่บอกชั่วโมงและนาที และบอกวินาทีด้วยลูกศรสีฟ้าบน Exo Tourbillon นอกจากนี้ยังมีแผ่นป้ายเล็กๆ ที่มีตัวเลขลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มาช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับสะพานจักรอีกด้านของ Exo Tourbillon อีกด้วย

นาฬิกา Montblanc Star Legacy Suspended Exo Tourbillon Limited Edition 58 ผลิตจำนวนจำกัดที่ 58 เรือนเท่านั้น เพื่อเป็นการสดุดีแด่ปีค.ศ.ที่ Montblanc Manufacturer ได้ก่อตั้งขึ้นในวิลเลเล่ในปี 1858 มาพร้อมสายรัดข้อมือหนังอัลลิเกเตอร์สีดำที่ผลิตโดย Montblanc Pelletteria ในฟลอเรนซ์ อิตาลี และมีตัวพับสามชั้นพร้อมตัวกดรักษาความปลอดภัย ที่ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น และยังได้รับการรับรองโดย Montblanc Laboratory Test 500 เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 28 เรือนพร้อมตัวเรือนประดับเพชรทรงบาแกตต์ 54 เม็ดขนาด 2.35 กะรัตอีกด้วย

เกี่ยวกับ มงต์บลองค์(Montblanc)

มงต์บลองค์ได้ปฏิวัติวัฒนธรรมการเขียนด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีจิตวิญญาณแห่งนักบุกเบิกเป็นผู้นำทางมาตั้งแต่ปีค.ศ.1906 และในปัจจุบันนี้ มงต์บลองค์ยังได้ผลักดันและพัฒนางานหัตถศิลป์ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์เครื่องเขียนสุดหรู นาฬิกา ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แอคเซสเซอรี่ น้ำหอม และแว่นตา รวมไปถึงการนำเสนองานดีไซน์ล้ำสมัยพร้อมด้วยฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ผสมผสานมรดกตกทอดของแบรนด์อันเต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหราและงานฝีมือแสนประณีตด้วยมาตรฐานระดับสูงสุด ผ่านทักษะและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือในโรงงานแต่ละแห่งของมงต์บลองค์ อันได้แก่ โรงงานสร้างสรรค์อุปกรณ์เครื่องเขียนในเมืองฮัมบวร์ก(Hamburg) ประเทศเยอรมนี โรงงานสร้างสรรค์นาฬิกาในเมืองเลอ ล็อกค์(Le Locle) และเมืองวิลเลอเล่ (Villeret) ที่ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาฌูว์รา (Jura) สวิตเซอร์แลนด์ หรือโรงงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังในเมืองฟลอเรนซ์(Florence) ประเทศอิตาลี นอกจากนี้มงต์บลองค์ยังได้รังสรรค์คอลเลกชั่นน้ำหอมสำหรับสุภาพบุรุษในชื่อ Montblanc Emblem ที่ได้กลายมาเป็นเครื่องหมายการันตีระดับสูงสุดถึงประสิทธิภาพ นวัตกรรม คุณภาพ และสไตล์เปี่ยมรสนิยม อันสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินภารกิจอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สุดหรูคู่ใจที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าไปตลอดชีวิต และด้วยจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่มีรากเหง้าจากวัฒนธรรมการเขียนนี้เอง มงต์บลองค์จึงได้ยึดมั่นในการสืบสานวัฒนธรรมนี้ไปทั่วโลกด้วยการริเริ่มโปรเจ็กต์ใหม่ๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนวงการศิลปะและวัฒนธรรมในหลากหลายแขนง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความเคารพแก่ลูกค้าในยุคสมัยใหม่ที่สนับสนุนความเจริญก้าวหน้าของงานศิลป์อีกด้วย