ถูกใจเหล่าคนรักนาฬิกา! @midowatches จัดงาน MIDO Novelties 2026 Preview & New Collection Launch อวดโฉมเรือนเวลาน่าสะสมประจำปี 2026 สำหรับคนรักนาฬิกาตัวจริงโดยมีไฮไลต์เป็นคอลเลกชั่น Multifort 8 One Crown ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ TECHNOMETRY ด้วยการหลอมรวมระหว่างเทคโนโลยีและรูปทรงเรขาคณิต ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีฟ้าบนกรอบตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์และเม็ดมะยมแบบขันเกลียวทรงแปดเหลี่ยมซึ่งถูกออกแบบให้สอดรับกับรูปทรงของตัวเรือนได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งในงานยังมีคอลเลกชั่น Commander Datoday, Multifort TV Big Date, Ocean Star GMT และ Multifort 8 Chronograph Quartz ที่มาเผยโฉมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงนักแสดงหนุ่ม เจษ-เจษฎ์พิพัฒ @jesjpp ที่มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเรือนเวลาหรู Multifort 8 One Crown ในครั้งนี้ด้วย

Mido เปิดตัวเรือนเวลาใหม่ Novelties 2026
Mido สร้างปรากฏการณ์แห่งเรือนเวลาครั้งยิ่งใหญ่กับงาน MIDO Novelties 2026 Preview & New Collection Launch ที่พร้อมนำเสนอเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดแห่งปี นำโดย ตุลพร วัฒนาศรมศิริ ผู้อำนวยการแบรนด์ Mido ประเทศไทย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์ หลังจากสร้างการกล่าวถึงครั้งสำคัญด้วยการประกาศเปิดตัว Lee Jong-Suk (อีจงซอก) นักแสดงแถวหน้าจากเกาหลีใต้ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ สะท้อนทิศทางของแบรนด์ที่ผสานความร่วมสมัยเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเรือนเวลาอย่างลงตัว
สำหรับเรือนเวลาที่มาอวดโฉมภายในงานนี้ มีไฮไลต์เด่นคือคอลเลกชั่น Multifort 8 One Crown ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นคอลเลกชั่นที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก Multifort 8 Two Crown ในปีที่ผ่านมา พร้อมยกระดับแนวคิดการออกแบบไปอีกขั้น
ภายใต้คอนเซ็ปต์ TECHNOMETRY การหลอมรวมระหว่างเทคโนโลยี (Technology) และรูปทรงเรขาคณิต (Geometry) ถ่ายทอดออกมาเป็นเรือนเวลาที่แม่นยำ แข็งแกร่ง และเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์
อีกทั้งยังมีคอลเลกชั่น Commander Datoday, Multifort TV Big Date, Ocean Star GMT และ Multifort 8 Chronograph Quartz ที่มาอวดโฉมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด
โดยในงานได้รับเกียรติจากนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเรือนเวลาหรู Multifort 8 One Crown ในครั้งนี้ด้วย

Mido แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ Georges Schaeren เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน
ตุลพร วัฒนาศรมศิริ ผู้อำนวยการแบรนด์ Mido ประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า “งานนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดทิศทางของ Mido ในปี 2026 ทั้งด้านการออกแบบและนวัตกรรม พร้อมเปิดประสบการณ์ให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ใกล้ชิดกับเรือนเวลาน่าสะสมแห่งปี ก่อนใคร ไฮไลต์สำคัญคือ Multifort 8 One Crown เรือนเวลารุ่นล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดจาก Multifort 8 Two Crown และยกระดับแนวคิดการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ TECHNOMETRY การผสานเทคโนโลยีเข้ากับเส้นสายเรขาคณิตอย่างลงตัว ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Mido ที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ ดีไซน์ร่วมสมัย และการใช้งานจริงในทุกวัน”
![]() |
![]() |
สำหรับไฮไลต์ของปีอย่าง (Multifort 8 One Crown ยังคงโดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 40 มิลลิเมตร ผ่านการขัดซาตินสลับขัดเงาอย่างประณีต ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งแต่ยังคงความสง่างาม หน้าปัดสีฟ้าสดใสช่วยสะท้อนมิติของแสงและเงา เสริมลูกเล่นด้วยลวดลายเส้นแนวนอนที่สร้างมิติของพื้นผิวอย่างกลมกลืน ขอบแสดงนาที (Flange)
ด้านในช่วยเพิ่มความแม่นยำในการอ่านค่าเวลา เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีผ่านการขัดซาตินและขัดเงา พร้อมเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์มิโนวา (Super-luminova®) สีขาวเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในทุกสภาพแสง ขณะที่เข็มวินาทีถูกขัดเหลี่ยมเพชรอย่างประณีต เสริมความหรูหราให้กับรายละเอียดบนหน้าปัด โดยมีช่องแสดงวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือเม็ดมะยมแบบขันเกลียวทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งถูกออกแบบให้สอดรับกับรูปทรงของตัวเรือนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของดีไซน์เรขาคณิตได้อย่างชัดเจน พร้อมระบบล็อกสายบานพับที่มาพร้อมปุ่มกดสองด้าน และสลักโลโก้ Mido อย่างประณีต
รวมถึงแกนสปริงสำหรับถอดเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว และด้านหลังตัวเรือนถูกออกแบบเป็นฝาหลังโปร่งใส เผยให้เห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติ Calibre 80 ที่ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลาย Côtes de Genève บนโรเตอร์ขึ้นลาน พร้อมสลักโลโก้ Mido และหมายเลขประจำเรือน
ครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อความคมชัดในการมองเห็นกลไกภายใน และมาพร้อมบาลานซ์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับกลไก ทนทานต่อสนามแม่เหล็กและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุด 80 ชั่วโมง และรองรับการกันน้ำลึกถึง 10 บาร์ หรือ 100 เมตร
Multifort 8 One Crown ยังมาพร้อมตัวเลือกหน้าปัดสีดำเพิ่มเติม และสายนาฬิกาให้เลือก 2 สไตล์ ทั้งสายสแตนเลสสตีลขัดซาตินที่มอบลุคทางการเรียบหรู และสายยางสีดำที่เติมกลิ่นอายสปอร์ตอย่างเต็มตัว สะท้อนแนวคิดของเรือนเวลาที่สามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจในทุกโอกาส
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งดีไซน์ที่สะท้อนความหรูหราทว่าคลาสสิก ผ่านหน้าปัดสีดำบนตัวเรือนสเตนเลสสตีล โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมทรงแปดเหลี่ยมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ พร้อมเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ในโทนเดียวกัน เสริมความสง่างามด้วยสายนาฬิกาสเตนเลสสตีลที่ตกแต่งข้อต่อกลางด้วยสีโรสโกลด์อย่างประณีต กลมกลืนทุกองค์ประกอบอย่างมีระดับ
นอกจากไฮไลต์ของปีแล้ว ภายในงานยังรวบรวมเรือนเวลาน่าสะสมจาก Mido ไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Commander Datoday การตีความใหม่ของคอลเลกชั่นไอคอนิกที่สืบทอดมรดกกว่า 60 ปีของ Mido ถ่ายทอดความสง่างามเหนือกาลเวลาผ่านตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงเอกลักษณ์ หน้าปัดขัดเงาแบบซันเรย์พร้อมขอบยกสูง
โดดเด่นด้วยหน้าต่างแสดงวันและวันที่ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลกชั่น ผสานกลไกอัตโนมัติ Calibre 80 ที่สำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ตอกย้ำความแม่นยำและความทนทานในการใช้งานระยะยาว
ถัดมาที่ Multifort TV Big Date เปิดตัวรุ่นใหม่ที่เติมความหรูหราด้วยตัวเรือนและสายนาฬิกาเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ จับคู่กับหน้าปัดสีน้ำเงินไล่เฉด และยังคงดีไซน์ทรงทีวีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น มาพร้อมหน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร และฟังก์ชัน Big Date ที่อ่านค่าได้ชัดเจน ผสานความสง่างามและกลิ่นอายสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
คอลเลกชั่นต่อมา Ocean Star GMT เรือนเวลาสำหรับนักเดินทางที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง มาพร้อมฟังก์ชัน GMT สำหรับแสดงเวลา 2 โซน ทั้งเมืองต้นทางและเมืองปลายทาง ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 80 ที่ให้พลังงานสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง โดดเด่นด้วยคู่สีขาว–ดำสุดเท่ เสริมลูกเล่นด้วยเข็ม GMT และปลายเข็มวินาทีสีส้ม ซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ที่สะท้อนความแข็งแกร่งในแบบฉบับนาฬิกาดำน้ำโอเชี่ยนสตาร์
และปิดท้ายที่ Multifort 8 Chronograph Quartz สำหรับผู้ที่มองหาเรือนเวลาสไตล์สปอร์ตที่ใช้งานได้หลากหลาย มาพร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟที่แม่นยำด้วยระบบควอตซ์ หน้าปัดขนาด 42 มิลลิเมตร ถ่ายทอดดีไซน์เรขาคณิตอันโดดเด่นของตระกูลมัลติฟอร์ท 8 ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน
![]() |
![]() |
ด้านนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ได้เผยถึงเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาเรือนโปรดตามแบบฉบับหนุ่มยุคใหม่ว่า “สำหรับเรานาฬิกาที่ดีต้องเริ่มจากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ดีไซน์ต้องชัด มีเอกลักษณ์
แต่ก็ต้องเข้ากับหลายจังหวะของชีวิต อย่าง มัลติฟอร์ท 8 วัน คราวน์ (Multifort 8 One Crown) เรือนนี้ที่สะดุดตาตั้งแต่แรกคือดีไซน์ทรงเรขาคณิตที่ดูโมเดิร์น แข็งแรง แต่ยังคงความสุภาพ หน้าปัดฟ้าให้ความรู้สึกมีพลัง สดใส และมีมิติ ทำให้ใส่แล้วดูไม่จำเจ ไลฟ์สไตล์ของเราค่อนข้างเคลื่อนไหวตลอดเวลา
ทั้งทำงาน ถ่ายซีรีส์ ออกอีเว้นท์ หรือออกไปใช้ชีวิต ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ดังนั้นนาฬิกาที่เลือกจึงต้องรองรับทุกบทบาทได้อย่างลงตัว อีกจุดที่ชอบคือความยืดหยุ่นของสายนาฬิกาที่สามารถปรับลุคได้ตามโอกาส ไม่ว่าจะเป็นลุคทางการด้วยสายสแตนเลสสตีล หรือลุคสปอร์ตกับสายยางสีดำ
ซึ่งสะท้อนตัวตนของเราได้ดี ทั้งความจริงจัง ความคล่องตัว และความทันสมัยที่อยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบในเรือนเวลาเดียว”
พบกับเรือนเวลาจากแบรนด์ มิโด (MIDO) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์
- มิโด (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน,
- เดอะมอลล์
- และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
- หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada
- และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com
- Facebook: Mido Watches และ
- LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-146-8406
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline




















