เหตุผล 4 ข้อที่ทำให้ Casio G-Shock Frogman GWF-A1000 น่าเป็นเจ้าของ

0
323

สำหรับใครที่ไปเดินดู Casio G-Shock Frogman ตัวเป็นๆ ที่งาน Watch Fair ที่เซ็นทรัลชิดลม แล้วยังติดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อดีนั้น วันนี้เรามีเหตุผลดีๆ ถึง 4 ข้อที่จะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของคุณในครั้งนี้

- Advertisement -

Casio G-Shock Frogman GWF-A1000

เหตุผล 4  ข้อที่ทำให้ Casio G-Shock Frogman GWF-A1000 น่าเป็นเจ้าของ

Casio นำนาฬิการุ่น Frogman มาเปิดตัวในตลาดเมืองไทย และด้วยราคาป้ายที่เชิญชวนในตัวเลข 32,000 บาท เราเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังลังเลหรือมองหาเหตุผลที่ดีพอมาสนับสนุนในการตัดสินใจการซื้อในครั้งนี้ ซึ่งถ้าคุณยังไม่มีเหตุผลที่ดีพอ เราข้อเสนอเหตุผล 4 ข้อที่น่าจะทำให้การตัดสินใจในครั้งนี้ของคุณ เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

1.ครั้งแรกของการผลิตนาฬิกาแบบเข็มสำหรับ Frogman : ถ้าคุณเป็นสาวกของ Frogman ตั้งแต่รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 1993 จนกระทั่งถึงรุ่นล่าสุดอย่าง GWF-D1000 สิ่งที่เห็นคือ พวกเขาใช้หน้าจอดิจิตอลในการแสดงเวลาและข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเป็น Tool Watch เพื่อใช้ในการดำน้ำ แต่สำหรับ GWF-A1000 มีความแตกต่างจากเพื่อนร่วมสายพันธุ์และถือเป็นครั้งแรกที่ Casio กล้าที่จะฉีกกรอบเดิมๆ ของคอลเล็กชั่นที่มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างแข็งแรงและมีเอกลักษณ์ที่คงอยู่คู่กันมานานถึง 27 ปี ด้วยการใช้ชุดเข็มในการแสดงเวลา เช่นเดียวกับการแสดงฟังก์ชั่นอื่นๆ และนั่นทำให้ Frogman รุ่นล่าสุดอย่าง GWF-A1000 ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับนาฬิกาดำน้ำรุ่นนี้

สำหรับในโหมดการใช้งานสำหรับการดำน้ำ ผู้ใช้งานจะสามารถตรวจสอบเวลาในการดำน้ำของตนได้จากหน้าปัดอะนาล็อกโดยเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีจะเคลื่อนตัวมาซ้อนรวมกันเป็นเข็มเดียวเพื่อให้อ่านค่าเวลาที่ผ่านไปของการดำน้ำได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ทั้งนี้เพื่อให้การสลับการแสดงค่าของเข็มจากการบอกเวลาปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเวลาที่ใช้ในการดำน้ำได้อย่างรวดเร็ว คาสิโอจึงพัฒนาโมดูลแบบใหม่ให้มีมอเตอร์ชนิดขดลวดคู่ถึง 3 ชุดด้วยกัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟส่องสว่างชนิด ซูเปอร์ อิลลูมิเนเตอร์ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านค่าได้แม้อยู่ในความมืด

2.ครั้งแรกของการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth : การใช้ชุดเข็มถือว่าสร้างจุดอ่อนบางอย่างขึ้นมา นั่นคือ การแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นในการดำน้ำ แต่ทีมงานของ Casio ก็แก้ปัญหาตรงนี้ด้วยการทำให้ Frogman สามารถเชื่อมต่อได้ตามแนวคิด Connected ของพวกเขาที่เคยประกาศออกมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สิ่งที่ได้ตามมาคือ การแสดงผลที่หลากหลาย ชัดเจน และตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากกว่าการดูบนหน้าจอขนาดจำกัดบนตัวนาฬิกา และทำให้ชุดข้อมูลมีมิติที่หลากหลาย และสามารถบันทึกการใช้งาน เช่น Log ในการดำน้ำ หรือพิกัดของการดำน้ำที่เที่ยงตรงและแม่นยำกว่าเดิมซึ่งนาฬิกาเป็นแบบระบบปิดและผู้ใช้งานต้องบันทึกเอาเองเข้าไปในตัวนาฬิกา นอกจากนั้นในแง่ของการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ด้วยการที่ตัวนาฬิกามี Bluetooth ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Application บนสมาร์ทโฟนนั้น ทำให้นาฬิกาสามารถ Sync เวลาได้ตาม Server Time ของเวลาท้องถิ่นนั้นๆ ได้โดยที่ไม่ต้องมานั่งกดปุ่ม Adjust ค้างเอาไว้เพื่อปรับเวลากันเอง

3.ความทนทานที่เกิดคาดคิด : การนำเทคโนโลยีการผลิตตัวเรือนแบบ Carbon Core Guard มาใช้นั้นถือว่าส่งผลในหลายๆ ด้าน เช่น การลดน้ำหนักตัวเรือนลงเพราะจากเดิมที่เป็นแบบสตีลผสมเรซิน แต่ที่สำคัญคือ การทำให้ตัวนาฬิกามีความทนทานและแข็งแกร่งมากกว่าเดิมภายใต้สภาพการใช้งานต้ำน้ำ เพราะจากการที่ตัวเรือนเป็นแบบ Monocoque case ไม่มีฝาหลัง เท่ากับว่าไม่มีรอยต่อที่ทำให้เกิดการรั่วซึมอาจจะเพราะแรงดันของน้ำ หรือการเสื่อมของขอบยางต่างๆ เมื่อผ่านการใช้งานมานานๆ และทาง Casio เองก็มั่นใจถึงขนาดบอกว่า Frogman สามารถแช่อยู่ในน้ำได้นานถึง 1 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความยอดเยี่ยมของการผนึกตัวเรือนที่มีความแน่นหนา และรูปแบบของตัวเรือนที่เป็นแบบ Monocoque case และขึ้นรูปด้วย Carbonfiber Reinforced Resin แต่สิ่งที่น่ากังวลคงเป็นเรื่องของการเซอร์วิสหรือการซ่อม ที่จะยุ่งยากกว่าเดิม เพราะต้องเปิดดูแลนาฬิกาผ่านทางด้านหน้าและต้องยกทั้งชุดกลไกและหน้าปัดออกมา

สายนาฬิการุ่นนี้ทำจากวัสดุฟลูออโรอีลาสโตเมอร์ซึ่งมีคุณสมบัติต้านทานการเกิดรอยด่างและการเสื่อมสภาพของวัสดุจากการทำปฏิกิริยากับน้ำ ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้จึงมั่นใจได้ว่านาฬิการุ่นนี้จะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานหลายปีโดยไม่ต้องกังวลถึงการเสื่อมสภาพแต่อย่างใด

นอกจากนั้น Frogman ใหม่ยังคงความสามารถในการเป็นนาฬิกาดำน้ำตัวจริงของค่าย เพราะได้รับการพัฒนาให้ผ่านมาตรฐาน ISO6245 และมีความสามารถในการกันน้ำระดับ 200 เมตร และยังต้านทานแรงกระทบกระเทือน, ต้านทานแม่เหล็ก (ตามมาตรฐาน ISO 764)

4.ราคาที่จับต้องได้ และบ้านเราเข้ามาจำกัด : ในท้องตลาดทั่วไป Frogman รุ่นใหม่ GWF-A1000 ไม่ได้มีการผลิตจำกัด แต่สำหรับเมืองไทยในช่วงแรกนั้นจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 สีๆ ละ 40 เรือนเท่านั้น ถ้าหมดแล้วจะมีล็อตใหม่เข้ามาอีกหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้มีการคอนเฟิร์มในเรื่องนี้ โดยรุ่นที่ทำตลาดนั้นคือ GWF-A1000-1A GWF-A1000-1A2 และ GWF-A1000-1A4 ส่วนราคาก็ถือว่าจับต้องได้ และถูกกว่ารุ่นที่ผ่านมา โดยราคาป้ายของทั้ง 3 รุ่นตั้งเอาไว้ที่ 32,000 บาท

รายละเอียดทางเทคนิค

โครงสร้าง ต้านทานแรงกระทบกระเทือน, ต้านทานแม่เหล็ก (ตามมาตรฐาน ISO 764)
การกันน้ำ มาตรฐานการกันน้ำสำหรับการดำน้ำ ISO 200 เมตร
สัญญาณเทียบเวลามาตรฐาน 77.5 กิโลเฮิร์ตซ์ (DCF77: เยอรมนี); 60 กิโลเฮิร์ตซ์ (MSF: สหราชอาณาจักร); 60 กิโลเฮิร์ตซ์ (WWVB: สหรัฐอเมริกา); 40 กิโลเฮิร์ตซ์ (JJY: ฟุกุชิมา, ญี่ปุ่น) / 60 กิโลเฮิร์ตซ์ (JJY: คิวชู, ญี่ปุ่น); 68.5 กิโลเฮิร์ตซ์ (BPC: จีน)
ข้อกำหนด

ของวิธีการสื่อสาร

มาตรฐานของ

วิธีการสื่อสาร

บลูทูธ ชนิดใช้พลังงานต่ำ
ระยะสัญญาณ สูงสุดถึง 2 เมตร (อาจต่างไปจากนี้โดยขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม)
ความละเอียดของการจับเวลา หน่วยการจับเวลา: 1 วินาที; ระยะการจับเวลา: 23:59’59”99
นาฬิกาจับเวลาถอยหลัง หน่วยการนับย้อน: 1 วินาที (สูงสุด 24 ชั่วโมง)
โหมดการดำน้ำ เวลาในการดำน้ำ: เพิ่มขึ้นระดับละ 1 วินาที, สูงสุดถึง 1:59’59;

การจับเวลาเหนือผิวน้ำขณะรอลงดำน้ำ: สูงสุดถึง 24 ชั่วโมง;

ข้อมูลที่บันทึกได้: สูงสุดถึง 30 บันทึก

ฟังก์ชั่นการทำงานอื่น ๆ ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน (การปรับตั้งเวลาโดยอัตโนมัติ, การตั้งค่านาฬิกาอย่างง่าย; เวิลด์ไทม์: แสดงเวลา

ทั่วโลกได้มากกว่า 300 เมือง, บันทึกการดำน้ำ, กราฟแสดงน้ำขึ้น/น้ำลง: ประมาณ 3,300 สถานที่, ค้นหาโทรศัพท์), การปรับเข็มให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ, คุณสมบัติการเลื่อนเข็ม, นาฬิกาปลุกที่ทำงานทุกวัน,

แสดงเวลาของ 2 เขตเวลาได้พร้อมกัน (27 เขตเวลา, สลับตำแหน่งการแสดงเวลากับเมืองหลักได้, สลับแสดงเวลาฤดูร้อน (เวลาออมแสง) โดยอัตโนมัติ),

แสดงระดับพลังงานแบตเตอรี่, การประหยัดพลังงาน, แสดงปฏิทินแบบเต็มโดยอัตโนมัติ, ไฟแอลอีดี (ซูเปอร์ อิลลูมิเนเตอร์ และระบบหน่วงระยะเวลาการเปล่งแสง), แสดงวันและวันที่

แหล่งพลังงาน ระบบพลังงาน ทัฟ โซลาร์ (พลังงานแสงอาทิตย์)
การทำงานอย่างต่อเนื่อง อายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยประมาณ

การใช้งานตามปกติ: ประมาณ 5 เดือน

ขณะอยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน: ประมาณ 30 เดือน

ขนาดของตัวเรือน 56.7 x 53.3 x 19.7 มม.
น้ำหนักรวม ประมาณ 119 กรัม

 

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync