อีกโมเดลของ Casio G-SHOCK ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยการนำแนวคิดและมรดกทางด้านการออกแบบของแบรนด์มาต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์เรือนเวลาที่อยู่ในคอนเซ็ปต์ Refined และ Toughness โดยคอลเล็กชั่นใหม่ Casio G-SHOCK 2500 Series ได้รับการออกแบบเพื่อขยับขึ้นเป็น Iconic Model อีกรุ่นของ Casio G-SHOCK ซึ่งมี 2 แบบ ทั้งตัวเรือนสตีลที่ใช้รหัส GMC-2500 และตัวเรือนเรซินที่มากับรหัส GAC-2500 และขับเคลื่อนด้วยกลไกใหม่ Module 5757 แสดงผลแบบเข็ม

Casio G-SHOCK 2500 Series เรียบง่าย หรูหรา แต่คลาสสิค
-
คอลเล็กชั่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบเพื่อขยับขึ้นเป็น Iconic Model อีกรุ่นของ Casio G-SHOCK
-
มี 2 แบบ ทั้งตัวเรือนสตีลที่ใช้รหัส GMC-2500 และตัวเรือนเรซินที่มากับรหัส GAC-2500
-
ขับเคลื่อนด้วยกลไกใหม่ Module 5757 แสดงผลแบบเข็ม
Casio G-SHOCK 2500 Series ดีไซน์ DW-5000C ในแบบอนาล็อกล้วน
Casio G-SHOCK เปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ 2500 Series ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ถูกมองว่าจะได้รับความนิยมจากแฟนๆ ทั่วโลก จนสามารถขยับฐานะของมาเป็นอีกหนึ่ง Iconic ของแบรนด์เหมือนกับที่ 2100 Series ทำได้เมื่อเปิดตัวในปี 2019 โดยนาฬิกาเรือนใหม่นี้จะมาพร้อมกับงานดีไซน์ที่อ้างอิงรูปแบบของ DW-5000C นาฬิกา G-SHOCK เรือนแรก พร้อมการแสดงผลในแบบเข็มล้วนๆ ไม่มีหน้าจอดิจิตอล และมีเข็มวินาทีแยกหรือ Small Second โดยในช่วงแรกจะมีการทำตลาดถึง 9 รุ่นโดยแบ่งเป็น 5 รุ่นสำหรับการนำสตีลมาใช้ซึ่งจะเป็นรหัส GMC-2500 และอีก 4 รุ่นสำหรับการผลิตด้วยเรซินซึ่งจะมากับรหัส GAC-2500
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
แนวคิด Pure Analog ของ G-SHOCK 2500 Series
ทำไม Casio G-SHOCK ถึงสร้างซีรีส์ 2500 ขึ้นมา ?
นี่คือ คำถามที่น่าสนใจ เพราะ G-SHOCK ถือกำเนิดขึ้นในฐานะนาฬิกาดิจิทัล และได้พัฒนามาเป็นรุ่นผสมผสานระหว่างอนาล็อกและดิจิทัล ทำให้ฐานแฟนคลับขยายวงกว้างขึ้น
ในทางกลับกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้จำนวนมากขึ้นที่เลือกผลิตภัณฑ์โดยพิจารณาจากคุณค่าที่แท้จริงมากกว่าความแปลกใหม่หรือกระแสที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในวงการนาฬิกาเองก็มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการให้คุณค่ากับ “การอ่านเวลา” มากกว่าการเรียนรู้ฟังก์ชั่นต่างๆ และค้นหาคุณค่าในปรัชญาและเรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์
เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคุณค่านี้ พวกเขาจึงได้ทบทวน DW-5000C รุ่นดั้งเดิมอีกครั้ง และได้ข้อสรุปว่าแก่นแท้ของ G-SHOCK ไม่ใช่จอแสดงผลดิจิทัล แต่เป็น “ปรัชญาของการคงไว้เฉพาะสิ่งที่จำเป็น” “การแสวงหาความทนทาน” และ “ความงามทางสุนทรียศาสตร์ที่เกิดจากฟังก์ชั่น” (“the philosophy of keeping only what is necessary,” “the pursuit of toughness,” and “the aesthetic beauty born from function.”)
2500 Series เป็นการตีความความงามเชิงฟังก์ชัน (Functional Beauty) ของนาฬิกาดิจิทัลรุ่นแรกให้ออกมาเป็น นาฬิกาแบบอนาล็อกเต็มรูปแบบ (Pure Analog) ที่ไม่มีหน้าจอดิจิทัล โดยโปรเจ็กต์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากคำถามที่ว่า ‘If we were to reinterpret it using pure analog expression in this day and age, What kind of value will be created?’
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
Depth in Shadow แนวคิดการออกแบบ G-SHOCK 2500
แนวคิดการออกแบบคือ “Depth in Shadow” ในขณะที่มุ่งเน้น “แก่นแท้ของการบอกเวลา” และ “ความงามของฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่าย” หรือ “telling time” and “refined functional beauty,” เข็มนาฬิกาที่ถูกขัดแต่งโดยมีพื้นผิวที่รายละเอียดจะช่วยในเรื่องของการสร้างความงามและความแตกต่างเมื่อถูกแสงส่องกระทบลงมา และเงาที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจะแสดงถึงการผ่านไปของเวลา นี่ไม่ใช่เพียงแค่การกลับไปสู่พื้นฐาน แต่เป็นคอลเลกชันที่จะคงคุณค่าไว้
![]() |
![]() |
ตัวเรือนแปดเหลี่ยมจาก DW-5000C ขนาด Unisex
แน่นอนว่าตัวนาฬิกามาพร้อมกับกรอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมที่บรรดาแฟนๆ ของ Casio G-SHOCK ทั่วโลกต่างคุ้นเคยกันมาตั้งแต่รุ่น DW-5000C ซึ่งเป็นนาฬิกา G-SHOCK รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 1983 พร้อมกับการสร้างสรรค์เพื่อให้นาฬิกามีความเรียบง่ายที่สุด ประณีตที่สุด แต่ยังคงความทนทานตามแบบฉบับของ G-SHOCK โดยมีมิติตัวเรือนโดยรวมในแบบ Unisex เรียกว่าสามารถสวมใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
![]() |
![]() |
![]() |
และเพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์นี้ เพลงที่ถูกใช้ในภาพยนตร์โปรโมทของ 2500 Series จึงเป็นเพลงที่ถูกแต่งโดย Ryuichi Sakamoto นักดนตรีผู้ล่วงลับที่เคยสร้างผลงานชิ้นเยี่ยมเอาไว้ เช่น Merry Christmas, Mr.Lawrence. หรือ เพลงประกอบภาพยนตร์ The Last Emperor ที่ได้รับรางวัลออสการ์
Module 5757 กลไกอนาล็อกใหม่ของ G-SHOCK
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการพัฒนากลไกใหม่ทั้งหมดที่สามารถแสดงฟังก์ชันต่างๆ ที่พบได้ทั่วไปในนาฬิกาดิจิทัล แต่มาในรูปแบบอนาล็อก ไม่ใช่ดิจิตอลเหมือนกับรุ่นอื่นๆ เช่น นอกจากการแสดงเวลาจับเวลาโดยใช้แผ่นดิสก์แล้ว หรือฟังก์ชันปฏิทินอัตโนมัติเต็มรูปแบบอีกด้วย ดังนั้น การพัฒนากลไกนี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการกำเนิดของนาฬิกาซีรีส์ 2500 และนั่นคือที่มาของกลไก Module 5757 ซึ่งความเที่ยงตรงในระดับ +/-15 วินาทีต่อเดือน โดยมีหน้าต่าง Multi-Mission Date 3 ช่องที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา สำหรับแสดงวันที่ นาทีของการจับเวลา และข้อมูลการตั้งค่า ส่วนเข็มวินาทีย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาสามารถสั่งหยุดเพื่อประหยัดพลังงาน ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้สูงสุดราว 5 ปี และยังใช้โครงสร้างยึดเข็มด้วยแม่เหล็กเพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทก
![]() |
![]() |
GMC-2500 ตัวเรือนสตีล 5 รุ่นย่อย
สำหรับรุ่นที่ทำตลาดในช่วงแรกจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
GMC-2500D มากับตัวเรือนและสายสตีล อีกแบบคือ GMC-2500 ตัวเรือนสตีลและสายเรซิน ตัวเรือนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 43.8 มิลลิเมตร Lug to Lug 46.7 มิลลิเมตร และหนา 12.9 มิลลิเมตร โดยในช่วงแรกจะมีทั้งหมด 5 รุ่นย่อยคือ
- GMC-2500D-1A ตัวเรือนและสายสตีล หน้าปัดดำ
- GMC-2500D-1A2 ตัวเรือนและสายสตีล หน้าปัดฟ้าอ่อน
- GMC-2500-1A ตัวเรือนสตีล สายเรซิน หน้าปัดดำ
- GMC-2500-1A8 ตัวเรือนสตีล สายเรซิน หน้าปัดเงิน
- GMC-2500G-9A ตัวเรือนสตีล สายเรซิน หน้าปัดและตัวเรือนสีทองอ่อน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
GAC-2500 ตัวเรือนเรซิน 4 รุ่นย่อย
ถ้าใครชอบแบบเรซินต้องสัมผัสรุ่น GAC-2500 ซึ่งจะมีขนาดตัวเรือนแตกต่างจาก GMC-2500 เล็กน้อย มาพร้อมมิติตัวเรือนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 44.5 มิลลิเมตร Lug to Lug 46.7 มิลลิเมตร และหนา 12.7 มิลลิเมตร
- GAC-2500-1A ตัวเรือน สายเรซิน และหน้าปัดเป็นสีดำ
- GAC-2500-3A ตัวเรือน สายเรซิน และหน้าปัดเป็นสีเขียว
- GAC-2500-7A ตัวเรือน สายเรซิน และหน้าปัดเป็นสีขาว
- GAC-2500-9A ตัวเรือน สายเรซิน และหน้าปัดเป็นสีส้ม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ราคา Casio G-SHOCK 2500 Series
Casio G-SHOCK 2500 Series เปิดตัวในญี่ปุ่นแล้ว และจะเริ่มทำตลาดในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยราคาจะมี 3 ส่วนคือ GMC-2500D อยู่ที่ 49,500 เยน รุ่น GMC-2500 ราคา 37,400 เยนสำหรับตัวเรือนสีเงิน และ 39,600 เยนสำหรับตัวเรือนสีทอง และ GAC-2500 ราคา 20,900 เยน ส่วนราคาในไทยจากเว็บไซต์ Casio Thailand อยู่ที่ GMC-2500D 12,900 บาท GMC-2500 สีเงิน 10,900 บาท GMC-2500G สีทอง 11,500 บาท และ GAC-2500 5,200 บาท ดูรายละเอียดทุกรุ่นได้ที่ Casio G-SHOCK 2500 Series
รายละเอียดทางเทคนิค : Casio G-SHOCK 2500 Series
- รุ่น : GMC-2500D / GMC-2500 / GMC-2500G / GAC-2500
- เส้นผ่านศูนย์กลาง : 44.5 มิลลิเมตร (GAC-2500) / 43.8 มิลลิเมตร (GMC-2500)
- ความหนา : 12.7 มิลลิเมตร (GAC-2500) / 12.9 มิลลิเมตร (GMC-2500)
- Lug to Lug : 46.7 มิลลิเมตร (เท่ากัน)
- กระจก : Mineral
- กลไก : ควอตซ์ โมดุล 5757 แสดงผลแบบเข็ม
- การกันน้ำ : 200 เมตร
- น้ำหนัก : 138 กรัม (GMC-2500D) / 47 กรัม (GAC-2500)
- ความเที่ยงตรง : ±15 วินาทีต่อเดือน
- ฟังก์ชัน : ปฏิทินอัตโนมัติถึงปี 2099, จับเวลา 1/1 วินาที (30 นาที), ไฟ LED
- แบตเตอรี่ : CR1025 อายุใช้งานประมาณ 2 ปี
- ราคาในไทย : 5,200 – 12,900 บาท
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Casio G-SHOCK 2500 Series
Casio G-SHOCK 2500 Series ราคาเท่าไหร่?
ราคาในไทยเริ่มต้นที่ 5,200 บาทสำหรับ GAC-2500 ส่วน GMC-2500 อยู่ที่ 10,900–11,500 บาท และ GMC-2500D สายสตีลอยู่ที่ 12,900 บาท
GMC-2500 กับ GAC-2500 ต่างกันอย่างไร?
GMC-2500 ใช้ตัวเรือนเรซินที่หุ้มด้วยสเตนเลสสตีล ขนาด 43.8 มิลลิเมตร หนา 12.9 มิลลิเมตร ส่วน GAC-2500 เป็นเรซินทั้งเรือน ขนาด 44.5 มิลลิเมตร หนา 12.7 มิลลิเมตร และหนักเพียง 47 กรัม
G-SHOCK 2500 Series มีกี่รุ่น?
ช่วงแรกมีทั้งหมด 9 รุ่น แบ่งเป็น GMC-2500 จำนวน 5 รุ่น และ GAC-2500 จำนวน 4 รุ่น
G-SHOCK 2500 Series ใช้กลไกอะไร?
ใช้กลไกควอตซ์ Module 5757 แสดงผลแบบเข็มล้วน ความเที่ยงตรง ±15 วินาทีต่อเดือน
G-SHOCK 2500 Series กันน้ำได้กี่เมตร?
กันน้ำได้ 200 เมตร
แบตเตอรี่ G-SHOCK 2500 Series ใช้งานได้นานแค่ไหน?
แบตเตอรี่ CR1025 ใช้งานได้ประมาณ 2 ปี และยืดได้สูงสุดราว 5 ปีหากใช้ฟังก์ชันหยุดเข็มวินาทีเพื่อประหยัดพลังงาน
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline



































