Miles Davis คือนักดนตรีผู้พลิกโฉมหน้าของแจ๊ส และเขาก็เป็นแฟนตัวยงของ นาฬิกา Breitling รุ่น Navitimer ในวาระฉลองครบรอบวันเกิด 100 ปี ของเขา แบรนด์จึงเปิดตัว Breitling Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute to Miles Davis ที่ถอดแบบมาจาก Navitimer Ref. 806 Mk5 เรือนคู่ใจของเขา ผลิตเพียง 500 เรือน ทั่วโลก พร้อม Boxset 3 เรือนอีก 50 ชุดเท่านั้น


Breitling Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute to Miles Davis ความพิเศษฉลอง 100 ปีนักดนตรีแจ๊สระดับโลก
เรือนเวลารุ่นพิเศษที่ Breitling สร้างขึ้นเพื่อคารวะ Miles Davis ตำนานนักทรัมเป็ตผู้สวมใส่ Navitimer เป็นนาฬิกาคู่ใจ โดยอ้างอิงดีไซน์จาก Navitimer Ref. 806 Mk5 มาลงบนตัวเรือนยุคใหม่ขนาด 41 มิลลิเมตร ผลิตจำกัดเพียง 500 เรือน สำหรับรุ่นปกติ และมีรุ่น Boxset แบบ 3 เรือนที่ผลิตออกขาย 50 ชุด เท่านั้น
จุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจ: Miles Davis และ Breitling Navitimer
หนึ่งในคนดังที่ถือเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์ Breitling คือนักดนตรีแจ๊สชื่อก้องโลกอย่าง Miles Davis เพื่อระลึกถึงเขาและนาฬิกาคู่ใจอย่าง Navitimer Ref. 806 Mk5 ทาง Breitling จึงเปิดตัวเรือนเวลาสุดพิเศษรุ่นนี้ขึ้นในวาระ ครบรอบวันเกิด 100 ปี ของเขา
Miles Davis คือผู้เปลี่ยนนิยามของดนตรีแจ๊ส เขาท้าทายขนบธรรมเนียมด้วยการใช้ ความเรียบง่าย เป็นส่วนหนึ่งของเสียงดนตรี ใช้พื้นที่ว่าง ความเงียบ และโน้ตที่กระชับทรงพลังเพื่อสร้างความตึงเครียดและอารมณ์ ในขณะที่แจ๊สแบบดั้งเดิมเต็มไปด้วยนักดนตรีมากมาย และเมื่อใดที่รูปแบบดนตรีเริ่มแข็งตัวจนกลายเป็นขนบ เขาก็จะก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ

เขายังมีส่วนกำหนดนิยามของดนตรีที่รู้จักกันในชื่อ “Cool Jazz” นับตั้งแต่อัลบั้มรวมเพลงสำคัญในปี 1957 อย่าง Birth of the Cool อิทธิพลของเขาส่งต่อไปยังศิลปินรุ่นหลังในหลากหลายแนวดนตรี และ นาฬิกา Breitling Navitimer ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ ในฐานะเครื่องสะท้อนสไตล์ส่วนตัวและสัญชาตญาณในการสร้างสรรค์ของเขาอย่างแท้จริง
“Miles ไม่เคยแยกสไตล์ออกจากความเป็นตัวตน นาฬิกา Navitimer ของเขาไม่ใช่แค่ของประกอบฉาก แต่เป็นสิ่งที่เขาเลือกเพราะมันสื่อสารกับเขา”
— The Miles Davis Estate
“ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ เสื้อผ้า หรือนาฬิกาข้อมือ ทุกทางเลือกล้วนสะท้อนถึงความเป็นปัจเจกบุคคลและความเต็มใจที่จะกำหนดเส้นทางของตัวเอง เราภูมิใจที่ Breitling ให้ความสำคัญกับการยกย่องนี้อย่างพิถีพิถัน ไม่เพียงเฉลิมฉลองนาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นอิสระ และความเป็นต้นฉบับที่กำหนดชีวิตของ Miles ด้วย” ตัวแทนจาก The Miles Davis Estate กล่าว

“บนข้อมือของ Miles Davis นั้น Navitimer กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่า เขาเป็นตัวแทนของความมั่นใจและความเป็นต้นฉบับที่นิยาม Breitling”
— Georges Kern, CEO of House of Brands
ดีไซน์: ถอดแบบจาก Navitimer Ref. 806 Mk5 สู่ตัวเรือน 41 มม.
การพัฒนามีขึ้นบนพื้นฐานของ Navitimer B09 Chronograph 41 ตัวเรือน สเตนเลสสตีลขนาด 41 มิลลิเมตร หน้าปัดมาในสไตล์ Reverse Panda พื้นสีดำ ตัดกับวงหน้าปัดย่อยสีขาวและขอบสเกลด้านนอกของ Slide Rule สีขาว ถ่ายทอดองค์ประกอบที่โดดเด่นของ Navitimer เรือนที่ Davis สวมใส่ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ได้อย่างสมจริง พร้อมผสานวัสดุสมัยใหม่และกลไกแบบ In-House เข้าไว้ด้วยกัน
รายละเอียดที่ทำให้รุ่นนี้ดูเป็นวินเทจอย่างแท้จริงคือการใช้สารเรืองแสง Super-LumiNova สี “Old Radium” โทนครีม บนหลักชั่วโมงและเข็ม ให้อารมณ์เดียวกับนาฬิกาที่ผ่านกาลเวลามาหลายสิบปี ส่วนขอบตัวเรือนเป็น ขอบหมุนได้สองทิศทาง พร้อมสเกล Slide Rule แบบวงกลม เครื่องมือคำนวณประจำตัวนักบินที่เป็นเอกลักษณ์ของ Navitimer มาตั้งแต่วันแรก

หน้าปัด Reverse Panda กับโลโก้ Twin Jet ที่มีที่มา
บนหน้าปัดมีความพิเศษแตกต่างจาก Navitimer รุ่นปกติ เพราะอ้างอิงจากการถือกำเนิดของเรือนเวลารุ่นนี้ โดย Navitimer ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 1952 สำหรับสมาคม Aircraft Owners and Pilots Association (AOPA) โดยเฉพาะ ซึ่งจำหน่ายนาฬิกาโดยตรงให้กับสมาชิกพร้อมโลโก้รูปปีกสมาคมในตำแหน่ง 12 นาฬิกา
ขณะเดียวกันก็มีการผลิตเพื่อขายให้กับพลเรือนทั่วไปผ่านตัวแทนจำหน่ายของ Breitling ด้วย ซึ่งจะใช้โลโก้ Twin Jet แทน และนาฬิกา Navitimer Ref. 806 Mk5 ของ Miles Davis คือรุ่นแรกที่จับคู่สัญลักษณ์นี้เข้ากับหน้าปัดแบบ Reverse Panda — รูปแบบที่รุ่นใหม่นี้ยึดตามต้นฉบับดั้งเดิมอย่างซื่อตรง

สาย Air Racer ที่ถูกปลุกกลับมาอีกครั้ง
สำหรับสายมีให้เลือกทั้งรุ่น สายหนัง (Ref. AB09501A1B1X1) และ สายสเตนเลสสตีล (Ref. AB09501A1B1A1) ที่เรียกว่า Air Racer ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งรถแรลลี่ เปิดตัวครั้งแรกในทศวรรษ 1960 และได้รับความนิยมจากนักดนตรี Serge Gainsbourg ในทศวรรษ 1980
สาย Air Racer ทำจากสเตนเลสสตีล ยังคงรักษาดีไซน์แบบมีช่องระบายอากาศอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเพิ่มข้อต่อแบบบานพับใกล้กับตัวล็อก เพื่อความสบายและการสวมใส่ที่ดียิ่งขึ้น
ส่วนรุ่นสายหนังใช้ หนังลูกวัวสีน้ำตาลไล่ระดับแบบลงสีด้วยมือ พร้อมบานพับล็อกแบบ Folding Clasp ให้อารมณ์คลาสสิกที่เข้ากับหน้าปัด Reverse Panda ได้ลงตัว

กลไก In-House B09 อันทรงพลัง
ขับเคลื่อนด้วยกลไก In-House รหัส B09 แบบ ไขลาน (Manual-winding) มอบกำลังสำรองสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชัน Chronograph ที่จับเวลาได้ละเอียดระดับ 1/5 วินาที, 30 นาที และ 12 ชั่วโมง กันน้ำได้ลึก 30 เมตร และการันตีความแม่นยำระดับ Chronometer จากสถาบัน COSC
สิ่งที่ทำให้ B09 เป็นกลไกระดับสูงคือการใช้ Column Wheel ควบคุมการทำงานของ Chronograph ร่วมกับ Vertical Clutch ซึ่งให้สัมผัสการกดปุ่มที่คมและนุ่มนวล พร้อมตัดปัญหาเข็มกระตุกตอนเริ่มจับเวลา เป็นโครงสร้างเดียวกับที่พบในโครโนกราฟระดับหรูของวงการ
มองผ่าน ฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ จะเห็นกลไกทำงานอยู่เต็มตา และบนขอบฝาหลังยังสลักคำว่า “One of 500” และ “Miles Davis Centennial” ยืนยันสถานะลิมิเต็ดอิดิชั่นของเรือนนี้

Lifetime Club Member Set: 3 เรือน 50 ชุดทั่วโลก
สำหรับใครที่อยากเป็นสมาชิกตลอดชีพ Breitling มี Boxset พิเศษออกมาจำหน่ายในชื่อ “Lifetime Club Member Set” ภายในเซ็ตประกอบด้วยนาฬิการุ่นพิเศษ 3 เรือน ได้แก่ สเตนเลสสตีล (รอยืนยันรหัสรุ่น), ทองคำ 18K (Ref. KB09501A1B1X1) และแพลตินัม (Ref. LB09501A1C1X1)
สองรุ่นแรกเป็นหน้าปัดแบบขาวดำ ส่วนรุ่นแพลตินัมเป็นขาว-น้ำเงิน แต่ละเรือนมาพร้อมสายหนังลูกวัวไล่ระดับสี คือ สีน้ำตาลสำหรับรุ่นเหล็ก สีดำสำหรับรุ่นทองคำ 18K และสีน้ำเงินสำหรับรุ่นแพลตินัม

ในส่วนของแพ็กเกจได้รับแรงบันดาลใจจาก กล่องทรัมเป็ตแบบดั้งเดิม พร้อมด้วยหูหิ้ว ตัวล็อกคู่ และมุมเสริมความแข็งแรง ด้านในบุด้วยผ้าสีน้ำเงินเพื่อสื่อถึงอัลบั้ม Kind of Blue อันโด่งดังของ Davis ในขณะที่ทรัมเป็ตสีแดงขนาดเล็กวางอยู่เหนือนาฬิกาทั้ง 3 เรือน


สิทธิพิเศษเหนือระดับ: Breitling Social Club
อีกสิ่งที่พิเศษคือ Breitling กำลังรวบรวมคอมมูนิตี้ของแฟนๆ ทั่วโลกภายใต้ชื่อ Breitling Social Club โดยจะเปิดตัวแห่งแรกที่ วิลเลียมส์เบิร์ก นิวยอร์ก ปลายปี 2027 เพื่อเป็นพื้นที่รวมตัวของนักสะสมและผู้คนหลากหลายอาชีพที่เป็นแฟนของ Breitling
ผู้ที่ครอบครองนาฬิการุ่นนี้จะได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิก นาน 2 ปี ส่วนผู้ที่ซื้อ Lifetime Club Member Set จะได้สิทธิ์สมาชิก ตลอดชีพ

ราคาและรายละเอียดทางเทคนิค (Technical Specifications)
| เส้นผ่านศูนย์กลาง | 41 มิลลิเมตร |
| Lug to Lug | 47.09 มิลลิเมตร |
| ความหนา | 13 มิลลิเมตร |
| วัสดุตัวเรือน | สเตนเลสสตีล (ทองคำ 18K และแพลตินัม สำหรับรุ่น Boxset) |
| กลไก | ไขลาน In-House รหัส B09 (ความเที่ยงตรงระดับ Chronometer) |
| ความถี่ | 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง |
| กำลังสำรอง | 70 ชั่วโมง |
| การกันน้ำ | 30 เมตร |
| จำนวนผลิต | 500 เรือน (รุ่นปกติ) / 50 ชุด (Boxset) |
| ราคาไทย รุ่นสายหนัง | รอการยืนยันราคาไทยอย่างเป็นทางการ |
| ราคาไทย รุ่นสายสเตนเลส | รอการยืนยันราคาไทยอย่างเป็นทางการ |
| ราคา Boxset (50 ชุดทั่วโลก) | 96,400 ดอลลาร์สหรัฐ |
| ราคาต่างประเทศ (ประกาศจาก Breitling) | 8,900 ดอลลาร์ (สายหนัง) / 9,600 ดอลลาร์ (สาย Air Racer) |
สรุปแล้ว Breitling Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute to Miles Davis ไม่ได้เป็นแค่การนำดีไซน์เก่ามาปัดฝุ่น แต่เป็นการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนักดนตรีผู้เปลี่ยนโลกกับนาฬิกาที่เขาเลือกใส่จริง ด้วยจำนวนผลิตเพียง 500 เรือน บวกกับกลไกไขลาน In-House และสาย Air Racer ที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้นี่เป็นหนึ่งในรุ่นที่นักสะสม Navitimer ไม่ควรมองข้าม

อ่านข่าว Breitling รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Tribute To Concorde ฉลอง 50 ปีจุดเริ่มต้นของเครื่องบินเหนือเสียง
- Breitling Navitimer B19 Chronograph 43 Perpetual Calendar จัดเต็มนาฬิกานักบินหน้าปัด Ice Blue
- Breitling Navitimer B02 Cosmonaute ฉลอง 60 ปีของการท่องอวกาศครั้งแรก
- Breitling Top Time B01 Racing Kamen Rider Limited ด้วยความเคารพต่อไอ้มดแดง
- รวมข่าวนาฬิกา Breitling ทั้งหมดบน ANA-DIGI
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline










