Blacnpain Formosa clouded leopard งามศิลป์บนเรือนเวลาจาก Métiers d’Art เพื่อไต้หวัน

0
40

บลองแปง (Blancpain) ยลโฉมพยัคฆ์ลายเมฆอันงามสง่า กับสองเรือนเวลาเมติเยร์ ดาร์ท บูติกอิดิชั่นรุ่นพิเศษ เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับไต้หวันโดยเฉพาะ

- Advertisement -

Blancpain

Blacnpain Formosa clouded leopard งามศิลป์บนเรือนเวลาจาก Métiers d’Art เพื่อไต้หวัน

เรือนเวลาคอลเลคชั่น เมติเยร์ ดาร์ท (Métiers d’Art) ซึ่งเดอะ แมนูแฟคเจอร์ (The Manufacture) หรือสำนักนวัตกรรมเรือนเวลาของบลองแปง (Blancpain) ได้รังสรรค์ขึ้นนั้น นำพาให้ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอันหลากหลายอีกทั้งความสัมพันธ์กับโลกกว้างยังนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผสมผสานทั้งการรังสรรค์เรือนเวลาด้วยความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศ ผนวกกับสุดยอดทักษะศิลป์อันทรงคุณค่า สู่การสดุดีธรรมชาติ

Blancpain

หมุดหมายแห่งการเดินทางของบลองแปงในครั้งนี้คือไต้หวัน กับการเผยโฉมเรือนเวลาสุดพิเศษที่มีเพียงสองเรือนในโลกเท่านั้น เพื่อถ่ายทอดความอัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตที่พบได้เฉพาะบนเกาะแห่งนี้  ทั้งยังมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอีกด้วย นั่นคือ เสือลายเมฆฟอร์โมซา (Formosa clouded leopard)

ในอดีต เสือลายเมฆฟอร์โมซา เป็นสัตว์พื้นถิ่นของเกาะไต้หวัน เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงจิตอนุรักษ์ของผู้คนในเกาะ และยังเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเผ่าไพวัน (Paiwan) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมเคารพบูชา ปัจจุบันเสือลายเมฆเรียกได้ว่าแทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว เนื่องจากแทบไม่มีประชากรเสือชนิดนี้หลงเหลืออยู่เลย

บลองแปงปรารถนาที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของเสือลายเมฆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะอันโดดเด่นของเสืออันงดงาม ผ่านศิลปะการรังสรรค์เรือนเวลาอันเป็นงานหัตถ์ศิลป์ ที่บลองแปงได้เพาะบ่มพัฒนาจนเชี่ยวชาญยิ่ง เสือลายเมฆนั้นถือเป็นสัตว์หายาก ส่วนศิลปะขั้นสูงในระดับที่บลองแปงร่วมสืบสานอยู่นี้ ก็เป็นความชำนาญที่หาใครเทียมได้ยากเช่นกัน อย่างการวาดภาพจิตรกรรมขนาดเล็กด้วยเทคนิคเคลือบสีลงยา (miniature enamel painting)

ในโลกนี้ก็มีผู้ทำนาฬิกาเพียงน้อยรายเท่านั้นที่สามารถทำได้ หรือเทคนิคชากุโด (shakudō)  ซึ่งเป็นการนำทองแดงและทองคำมาผ่านกระบวนการทำปฏิกริยาให้เปลี่ยนสี ก็มีบลองแปงเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถทำได้

บลองแปงได้พัฒนาและสืบสานศิลปะหลากหลายแขนง รวมถึงมรดกศิลป์โบราณต่างๆ ซึ่งฝ่ายเมติเยร์ ดาร์ท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเวิร์คชอป ”เดอะ ฟาร์ม” ของบลองแปงในเมืองเลอ บราซูส์ (Le Brassus) ได้เพียรฝึกฝนและพัฒนาศิลปะหลักๆ 5 แขนงด้วยกัน ได้แก่ ศิลปะพอร์ซเลน, การวาดภาพจิตกรรมขนาดเล็กด้วยเทคนิคเคลือบสีลงยา, เทคนิคชากุโด, งานสลักมือ และ ศิลปะการคร่ำ (damascening) ซึ่งบลองแปงมักจะนำมาใช้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษอยู่เสมอ รวมถึงหน้าปัดนาฬิการูปเสือลายเมฆไต้หวันนี้ ซึ่งเป็นเรือนเวลารุ่นพิเศษที่มีเพียง 2  เรือนเท่านั้นในโลก นับเป็นสุดยอดผลงานสร้างสรรค์อันปราณีตโดยช่างศิลป์ของบลองแปง

หน้าปัดเผยให้เห็นเสือลายเมฆกำลังเยื้องย่างอยู่ในป่า  เสือชนิดนี้เป็นนักกายกรรมตัวยง และชอบแฝงตัวอยู่ตามต้นไม้และพงไพร ช่างศิลป์ได้ค่อยๆบรรจงวาดและแกะสลักรายละเอียดขนาดเล็ก ทั้งต้นไม้ใบไม้ รวมถึงรายละเอียดบนตัวของเสือลายเมฆอันงดงามน่าพิศมัย ที่ต้องอาศัยทั้งฝีมือวาดภาพลงบนเนื้อพอร์ซเลน, การสลัก และ ศิลปะชากุโด เพื่อส่งให้ลายขนแซมจุดของเสือลายเมฆ ที่ดูคล้ายเมฆนั้นยิ่งสมจริงและโดดเด่น

สำหรับรุ่นสลักลายนั้น ช่างศิลป์แห่งเดอะ แมนูแฟคเจอร์ใช้ความปราณีตถึงขั้นบรรจงประดับหนวดเสือทีละเส้นด้วยทองคำบางประดุจเส้นไหม โดยใช้เทคนิคการคร่ำทอง หน้าปัดนาฬิกาจึงเปรียบเสมือนงานหัตถ์ศิลป์ที่ก่อกำเนิดด้วยมือของช่างศิลป์ นับเป็นการผสมผสานทั้งสุดยอดสุนทรียะและฝีมืออันเลอเลิศเข้าไว้ด้วยกัน

ส่วนรุ่นหน้าปัดรูปเสือลายเมฆฟอร์โมซาเรือนที่เป็นรูปวาดอีนาเมลบนเนื้อพอร์ซเลนนั้นมีขนาด 33 มม. มาในตัวเรือนทองคำขาว พร้อมกรอบหน้าปัดล้อมเพชร ทำงานด้วยกลไกอินเฮ้าส์ขึ้นลานอัตโนมัติรหัส 1154 ที่ถูกขัดแต่งอย่างงดงามเผยโฉมอยู่ด้านหลังตัวเรือน ส่วนเรือนที่สร้างสรรค์จากศิลปะชากุโดคร่ำทอง มาในตัวเรือนเรดโกลด์ขนาด 45 มม. ด้านหลังตัวเรือนซึ่งเป็นกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ใส เผยให้เห็นกลไกขึ้นลานด้วยมือรหัส 15B ที่สลักลาย โกต์ เดอ เฌแนฟ (Côtes de Genève) อีกด้วย

ศิลปะการวาดภาพอีนาเมลขนาดเล็กอันวิจิตรบนพอร์ซเลน

การสร้างสรรค์จิตรกรรมอีนาเมลขนาดเล็ก เป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ช่างศิลป์บลองแปง ณ เวิร์คชอป “เดอะ ฟาร์ม” ในเมืองเลอ บราซูส์ สืบสานและพัฒนาฝีมือจนเชี่ยวชาญ การนำเทคนิคเคลือบสีลงยามาใช้กับหน้าปัดนาฬิกานั้นมีขั้นตอนแสนซับซ้อน เริ่มต้นจากการเตรียมผิวพอร์ซเลนให้เหมาะแก่การวาดลวดลาย ความงดงามของหน้าปัดอีนาเมลในแบบฉบับของบลองแปง ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน สลับกับการตากชิ้นงาน และเข้าเตาเผา เนื้อพอร์ซเลนทำจากผงแร่ควอร์ตซ์, ผงแร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) และดินคาโอลิน (kaolin)  นำไปผสมน้ำให้จับตัวเล็กน้อย จากนั้นนำไปกรองเพื่อกำจัดสิ่งที่อาจปะปนหรือฝุ่นผงออก แล้วจึงนำไปขึ้นรูปในพิมพ์หน้าปัดนาฬิกา