Rolex Oyster Perpetual Yacht-Master II กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ถูกประกาศเลิกผลิตไปในปี 2024 โดยตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตรถูกออกแบบใหม่เพื่อให้เพรียวสวมใส่สบาย และมีให้เลือกทั้ง Oystersteel และทองคำ 18K พร้อมความทันสมัยของกลไกรุ่นใหม่ 4162 พร้อมฟังก์ชันจับเวลาถอยหลัง Regatta 10 นาที และมีกำลังสำรองขยับขึ้นมาเป็น 72 ชั่วโมง

Rolex Oyster Perpetual Yacht-Master II กลับมาอีกครั้งเพื่อนักเดินเรือ
-
การกลับมาหลังจากที่ Discontinued ไปเมื่อปี 2024
-
ตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตรถูกออกแบบใหม่เพื่อให้เพรียวสวมใส่สบาย และมีให้เลือกทั้ง Oystersteel และทองคำ 18K
-
ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติใหม่ 4162 พร้อมฟังก์ชันจับเวลาถอยหลัง Regatta 10 นาที
หลังจาก Discontinued ไปเมื่อเดือนเมษายนปี 2024 ในที่สุด Rolex ก็นำชื่อของ Yacht-Master กลับมาอีกครั้ง โดย Rolex เปิดตัว Oyster Perpetual Yacht-Master II รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีให้เลือกทั้งแบบ Oystersteel หรือทองคำ 18K นาฬิกาโครโนกราฟสำหรับการแข่งขันเรือใบรุ่นใหม่นี้ ด้วยดีไซน์และกลไกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พร้อมฟังก์ชันนับถอยหลังของนาฬิกาเดินเรือรุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือนักเดินเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงเริ่มต้นการแข่งขันที่สำคัญ
![]() |
![]() |
แม้ว่าความสัมพันธ์ของ Rolex กับโลกแห่งการเดินเรือจะมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1950 แต่ทว่าชื่อของ Yacht-Master เพิ่งเป็นที่รู้จักในปี 1992 เมื่อพวกเขาเปิดตัวนาฬิการุ่นนี้ออกมาเพื่อนักเดินเรือโดยเฉพาะ โดยนาฬิการุ่นนี้มาพร้อมความหรูหราสง่างาม ผสมผสานฟังก์ชันการทำงานและสไตล์ที่สะท้อนอัตลักษณ์แห่งการเดินเรือไว้ร่วมกันได้อย่างลงตัว เพื่อการสวมใส่ทั้งในและนอกผืนน้ำ
จากนั้นในปี 2007 จึงเปิดตัว Yacht-Master II ออกมา มาพร้อมระบบจับเวลาถอยหลังแบบตั้งโปรแกรมได้ และออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการใช้งานในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขันแล่นเรือ โดยการนับถอยหลังของนาฬิการุ่นนี้สามารถตั้งโปรแกรมจากขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ที่ทำงานร่วมกับระบบ Ring Command โดยทำตลาดควบคู่กันระหว่างรุ่น Yacht-Master เวอร์ชัน 3 เข็ม และ Yacht-Master II มาพร้อมฟังก์ชันจับเวลาถอยหลัง โดยในปี 2023 Rolex ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ของ Yacht-Master และจากนั้นอีก 3 ปีให้หลังก็ถึงคิวของ Yacht-Master II ใหม่


ดีไซน์ใหม่: เพรียวบางกว่าที่เคยบนขนาด 44 มม.
แม้จะยังคงเอกลักษณ์ตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตร แต่ Rolex ได้ปรับปรุงโครงสร้างตัวเรือนใหม่ให้มีรูปทรงที่ “เพรียวและบางลง” (Slimmer Profile) ส่งผลให้การสวมใส่บนข้อมือมีความสมดุลและสบายยิ่งขึ้น โดยมีวัสดุให้เลือก 2 สไตล์:
-
Oystersteel (Ref.126680): แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมขอบ Cerachrom สีน้ำเงินตัดกับเข็มจับเวลาสีแดง
-
ทองคำ 18K (Ref.126688): หรูหราเหนือระดับด้วยตัวเรือนและสายทองคำแท้ ตัดกับขอบ Cerachrom สีน้ำเงินและเข็มทอง
สำหรับหน้าปัดเคลือบด้วยแล็กเกอร์สีขาวแบบด้าน เพื่อลดแสงสะท้อน ขอบหน้าปัดสำหรับฟังก์ชันนับถอยหลังอยู่รอบหน้าปัดหลักและถูกยกระดับให้สูงขึ้นจากขอบหน้าปัดปกติมีการแบ่งสเกลจาก 10 ถึง 0 นาที โดยครึ่งนาทีแสดงด้วยรูปสามเหลี่ยม ทำงานร่วมกับเข็มนาทีและวินาทีของฟังก์ชันนับถอยหลังในนาฬิการุ่นนี้หมุนทวนเข็มนาฬิกา และขอบตัวเรือนมีสเกล 0-60 อยู่บนอินเสิร์ตที่ผลิตจากวัสดุอย่าง Cerachrom ที่มีความทนทานต่อการขูดขีด
![]() |
![]() |
![]() |
สายนาฬิกา Oyster ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองทั้งความลงตัวของรูปแบบและระบบการทำงาน เช่นเดียวกับความทนทานและความรู้สึกสบายขณะสวมใส่ด้วย พร้อมระบบ Oysterlock ชุดตัวล็อกแบบพับได้ที่ป้องกันการเลื่อนเปิดออกโดยไม่ตั้งใจ และระบบขยายความยาวสาย Easylink ที่มีพิเศษเฉพาะของ Rolex ทำให้ผู้สวมใส่สามารถปรับขยายความยาวของสายนาฬิกาได้อีกประมาณ 5 มิลลิเมตร เพื่อความสะดวกสบายที่มากขึ้นในทุกสภาพแวดล้อม
Oyster Perpetual Yacht-Master II ใหม่วางกลไก Calibre 4162 ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากกลไก Calibre 4161 ในรุ่นก่อนหน้า นอกจากจะมีการปรับปรุงฟังก์ชันนับถอยหลังใหม่ทั้งหมดแล้ว ยังรวมเอาเทคโนโลยีสำคัญๆ ที่ Rolex นำมาใช้กับกลไกนาฬิกาของตนไว้มากมาย รวมถึงระบบ Chronergy escapement และแฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความสวยงามกับการตกแต่งด้วยลวดลาย Rolex Côtes de Genève

![]() |
![]() |
ส่วนฟังก์ชั่นนับถอยหลังใช้งานง่าย โดยสามารถกดปุ่มด้านล่างในตำแหน่ง 4 นาฬิกาเพื่อให้เข็มนาทีปลายลูกศรขนาดใหญ่ขยับทีละ 1 ครั้ง ให้ไปอยู่ที่ตัวเลขที่ต้องการจับเวลาถอยหลัง เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วก็กดปุ่มในตำแหน่ง 2 นาฬิกาเพื่อเริ่มจับเวลา แต่ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเวลาออกสตาร์ท ผู้สวมใส่สามารถกดปุ่มที่ 4 นาฬิกาเพื่อปรับเวลาใหม่โดยที่ไม่จำเป็นต้องกดหยุด โดยเข็มวินาทีกลางจะถูกรีเซ็ตโดยอัตโนมัติและเริ่มเดินอีกครั้งทันทีที่ปล่อยปุ่มในขณะเดียวกัน เข็มนาทีนับถอยหลังจะถูกซิงโครไนซ์โดยอัตโนมัติกับนาทีที่ใกล้เคียงที่สุดเพื่อชดเชยการนับถอยหลังที่เริ่มเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป
เข็มนาทีนับถอยหลังจะหยุดโดยอัตโนมัติเมื่อสิ้นสุดเวลาการนับถอยหลังที่ถูกเซ็ตเอาไว้ และเข็มวินาทีกลางจะยังคงเดินต่อไปจนกว่าผู้สวมใส่จะหยุดโดยการกดปุ่มด้านบน จากนั้นสามารถรีเซ็ตฟังก์ชันนับถอยหลังได้โดยการกดปุ่มด้านล่าง เข็มจะกลับไปยังตำแหน่งเริ่มต้นสำหรับการนับถอยหลังครั้งต่อไป
เช่นเดียวกับนาฬิกา Rolex ทุกรุ่น Oyster Perpetual Yacht-Master II ได้รับการรับรองมาตรฐาน Superlative Chronometer ซึ่งมีเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้นตั้งแต่ปี 2026 ด้วยค่าความคาดเคลื่อน -2/+2 วินาที/วัน หลังจากงานประกอบตัวเรือน พร้อมกำลังสำรอง 72 ชั่วโมง
Oyster Perpetual Yacht-Master II ใหม่
| รุ่น (Model) | วัสดุ (Material) | ราคาประมาณการ (THB) |
| Ref.126680 | Oystersteel | 733,000 บาท |
| Ref.126688 | 18K Yellow Gold | 2,091,400 บาท |
รายละเอียดทางเทคนิค : Oyster Perpetual Yacht-Master II
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง | 44 มิลลิเมตร |
| ความหนา | 13.90 มิลลิเมตร |
| วัสดุตัวเรือนและสาย | Oystersteel และทองคำ 18K |
| กระจก | Sapphire |
| กลไก | อัตโนมัติ Calibre 4162 พร้อมฟังก์ชันจับเวลาถอยหลัง Regatta 10 นาที |
| ความถี่ | 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง |
| ความคลาดเคลื่อน | -2/+2 วินาที/วัน |
| กำลังสำรอง | 72 ชั่วโมง |
| การกันน้ำ | 100 เมตร |
การกลับมาของราชันแห่งท้องทะเล: Rolex Oyster Perpetual Yacht-Master II รุ่นปี 2026
ขุมพลังใหม่ Calibre 4162: แม่นยำระดับ Superlative
หัวใจสำคัญของการกลับมาครั้งนี้คือการอัปเกรดกลไกจาก 4161 สู่ Calibre 4162 ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุดที่รวบรวมเทคโนโลยีสูงสุดของแบรนด์:
-
สำรองพลังงานนานขึ้น: ขยับจาก 72 ชั่วโมง (จากเดิม 72 ชม. ในรุ่นก่อนหน้า แต่เพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟ)
-
เทคโนโลยีล้ำสมัย: ติดตั้งระบบ Chronergy escapement, แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้า และตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex
-
ความแม่นยำสูงสุด: มาตรฐาน Superlative Chronometer ที่เข้มงวดขึ้น (ค่าความคลาดเคลื่อนเพียง -2/+2 วินาทีต่อวัน)
ฟังก์ชันจับเวลาถอยหลัง Regatta 10 นาที (Re-Engineered)
นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ชัยชนะ” ในการแข่งขันเรือใบ โดยระบบการนับถอยหลังสามารถตั้งโปรแกรมได้ผ่าน Ring Command Bezel (ขอบตัวเรือนหมุนได้) ทำงานสอดประสานกับกลไกภายในอย่างสมบูรณ์แบบ
-
ระบบ Flyback: สามารถรีเซ็ตเข็มวินาทีกลางและซิงโครไนซ์เข็มนาทีให้เข้ากับสัญญาณปล่อยตัวได้ทันที แม้ในขณะที่นาฬิกากำลังเดินอยู่
-
การอ่านค่าที่ชัดเจน: หน้าปัดแล็กเกอร์สีขาวแบบด้าน (Matte White) ช่วยลดแสงสะท้อน พร้อมสเกลนับถอยหลังที่ยกระดับให้มองเห็นได้ง่าย
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline


















