เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ORIS เปิดตัวนาฬิการุ่น Star ออกสู่ตลาด ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้เปรียบเสมือนกับเครื่องหมายแห่งชัยชนะในการต่อสู้เพื่อยกเลิกกฎหมายควบคุม หรือ Swiss Watch Statute ที่ถูกใช้มานานถึง 30 ปี และทำให้แบรนด์ไม่สามารถนำนวัตกรรมมาใช้กับนาฬิกาของตัวเอง ดังนั้นเมื่อโอกาสแห่งความสำเร็จได้กลับมาถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง ORIS เปิดตัว Star Edition บนตัวเรือนขนาด 35 มิลลิเมตรพร้อมหน้าปัดถอดแบบมาจากนาฬิการุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อ 60 ปีที่แล้ว และขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 733 โดยไม่ได้มีการผลิตแบบ Limited Edition

ORIS Star Edition 2026 การกลับมาแห่งชัยชนะ
-
การนำนาฬิการุ่น Star ซึ่งนาฬิกาเรือนแรกที่ใช้กลไก lever escapement กลับมาสู่ตลาดอีกครั้งในปี 1966
-
ตัวเรือนขนาด 35 มิลลิเมตรพร้อมหน้าปัดถอดแบบมาจากนาฬิการุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อ 60 ปีที่แล้ว
-
ไม่ได้มีการผลิตแบบ Limited Edition และขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 733
นาฬิกาบางเรือนมักจะมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้นๆ แฝงอยู่ด้วย และในปี 1965 Oris ได้สร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส หลังจากที่พัฒนาการของอุตสาหกรรมนาฬิกาถูกแช่แข็งเอาไว้ในการห้ามพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมานานถึง 30 ปี เพราะกฎหมายควบคุม หรือ Swiss Watch Statute แต่แบรนด์ก็ต่อสู้จนผ่านมาได้ และส่งผลให้ในปีถัดมาพวกเขาสามารถเปิดตัวนาฬิการุ่นแรกที่ใช้กลไก lever escapement ออกสู่ตลาด เวลาผ่านไป 60 ปี ORIS Star Edition จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นอีกครั้งเพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์อันสำคัญนี้

ในช่วงทศวรรษ 1960 ก่อนเกิดวิกฤต Quartz Crisis อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสได้เผชิญกับเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษก่อนหน้านั้น ทุกแบรนด์ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส (Swiss Watch Statute) ซึ่งถูกประกาศใช้ในช่วงทศวรรษ 1930 เพื่อรับมือกับมาตรการกีดกันทางการแข่งขันของบริษัทต่างๆ ที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression)

หนึ่งในผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจของกฎหมายฉบับนี้ คือการห้ามไม่ให้บริษัทนาฬิกาสวิสพัฒนานวัตกรรมนอกเหนือจากที่มีอยู่ ซึ่ง ORIS เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรง กฎหมายนี้จำกัดให้แบรนด์ต้องใช้กลไกแบบ pin-lever ซึ่งมีความเที่ยงตรงน้อยกว่า และกฎหมายนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมในสวิตเซอร์แลนด์ที่พอใจที่จะเห็นการแข่งขันถูกควบคุมไว้
ในปี 1956 ORIS ได้ว่าจ้างทนายหนุ่มคนหนึ่ง และมอบหมายภารกิจให้เขาผลักดันให้มีการยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ ดร. Rolf Portmann ได้ต่อสู้กับ “กลุ่มผูกขาดในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส (Swiss Watch Cartel)” เป็นเวลากว่าทศวรรษ จนกระทั่งในปี 1965 เขาสามารถปลดพันธนาการที่เคยฉุดรั้ง ORIS และแบรนด์นาฬิกาอื่นๆ ได้สำเร็จ และกฎหมายดังกล่าวก็ถูกยกเลิก สำหรับ ORIS นั่นคืออิสรภาพ และความเป็นอิสระอย่างแท้จริง
![]() |
![]() |
![]() |
1 ปีให้หลังแบรนด์ได้เปิดตัว ORIS Star นาฬิการุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้กลไก lever escapement ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในบริษัทเอง ในปี 1982 ดร. Portmann และ Ulrich W. Herzog ได้ดำเนินการซื้อกิจการโดยทีมผู้บริหาร (management buyout) และในปัจจุบัน แม้จะมีอายุกว่า 90 ปีแล้ว เขาก็ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของ ORIS อยู่จนถึงปัจจุบัน
เพื่อเป็นการฉลองช่วงเวลาที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ไม่เฉพาะ ORIS เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแบรนด์ต่างๆ นาฬิกา Star Edition จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ของนาฬิกา ORIS รุ่นแรกที่ใช้กลไก lever escapement พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจที่อยู่เบื้องหลังนาฬิการุ่นนี้

ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคแห่งอิสรภาพทางแฟชั่น ความสง่างามไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงนาฬิกาทรงกลมในตัวเรือนทองคำอีกต่อไป มาตรฐานแบบเดิมที่เคร่งครัดเริ่มเลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วย ORIS Star ทรง tonneau ในสไตล์โมเดิร์นนิสต์ ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความสง่างามรูปแบบใหม่
นอกจากนี้ ดีไซน์ของนาฬิกายังมีกลิ่นอายของยุคอวกาศ สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของช่วงเวลานั้น ซึ่งทั้งหมดได้ถูกถ่ายทอดผ่านเรือนเวลาที่นำกลับมาผลิตใหม่รุ่นนี้

ในด้านดีไซน์ยังคงยึดถือเอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิมอย่างซื่อสัตย์ ตัวเรือนขนาด 35.00 มม. มาในรูปทรงถัง (barrel-shaped) พร้อมขาตัวเรือนที่ผสานเข้ากับรูปทรงโดยรวมได้อย่างกลมกลืน หน้าปัดสีเงินตกแต่งอย่างเรียบง่าย ด้วยหลักชั่วโมงแบบแท่งคู่และเข็มทรงปลายเหลี่ยม บนหน้าปัดเพิ่มข้อความ “Star”, “Automatic” และ “26 Jewels”
ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงสไตล์ยุค 1960 อย่างชัดเจน มีช่องแสดงวันที่แบบไม่สมมาตรที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และกระจก plexi สไตล์วินเทจ เป็นรายละเอียดที่เติมเต็มความสมบูรณ์ เช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมสายหนังสีดำ ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งชัยชนะครั้งสำคัญของ ORIS อีกครั้งหนึ่ง

นาฬิกาขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 733 ที่มาพร้อมพลังงานสำรอง 41 ชั่วโมง ฝาหลังสลัก ORIS Shield ในสไตล์ยุค 1960 อันเป็นเอกลักษณ์
ORIS Star Edition เป็นรุ่นผลิตปกติ(Non-limited) เพื่อการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค หากคุณกำลังมองหานาฬิกาที่มีเรื่องราว (Storytelling) ระดับตำนาน และดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา นี่คือเรือนเวลาที่คุณต้องมีไว้ในครอบครอง
เริ่มวางจำหน่าย: พฤษภาคม 2026 นี้เป็นต้นไป
## รายละเอียดทางเทคนิค (Technical Specifications)
| รายละเอียด | ข้อมูลจำเพาะ |
| ขนาดตัวเรือน | 35.00 มิลลิเมตร (ความหนา 11.1 มม.) |
| วัสดุ | สเตนเลสสตีล (Stainless Steel) |
| กลไก | อัตโนมัติ Calibre 733 (ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชม.) |
| สำรองพลังงาน | 41 ชั่วโมง |
| กระจก | Plexi-Crystal สไตล์วินเทจ |
| การกันน้ำ | 50 เมตร (5 bar) |
| ความยาวขาถึงขา (Lug to Lug) | 41.5 มิลลิเมตร |
High Light ORIS Star Edition: การกลับมาของ “เรือนเวลาแห่งชัยชนะ” และอิสรภาพของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส
## จุดกำเนิดจาก “กรงขัง” สู่อิสรภาพ: เบื้องหลังกฎหมาย Swiss Watch Statute
ในช่วงทศวรรษ 1930 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ได้ประกาศใช้ Swiss Watch Statute เพื่อควบคุมการแข่งขัน แต่กฎหมายนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่สั่งห้ามแบรนด์นาฬิกาพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ
-
ข้อจำกัด: ORIS ถูกบังคับให้ใช้กลไกแบบ Pin-lever ซึ่งมีความเที่ยงตรงน้อยกว่า
-
การต่อสู้: ในปี 1956 ดร. Rolf Portmann ทนายหนุ่ม (ปัจจุบันคือประธานกิตติมศักดิ์) ได้เริ่มภารกิจต่อสู้กับ “กลุ่มผูกขาด” นานนับ 10 ปี
-
ชัยชนะ: ปี 1965 กฎหมายถูกยกเลิก และในปี 1966 ORIS ก็ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น “Star” ซึ่งเป็นนาฬิกาเรือนแรกของแบรนด์ที่ใช้กลไก Lever Escapement ที่พัฒนาขึ้นเองได้สำเร็จ
## ดีไซน์ Modernist แห่งยุคอวกาศ: ORIS Star Edition
ORIS Star Edition รุ่นใหม่ปี 2026 (ครบรอบ 60 ปี) ไม่ใช่แค่การผลิตซ้ำ แต่เป็นการถ่ายทอด DNA จากรุ่นดั้งเดิมปี 1966 มาอย่างครบถ้วน ภายใต้รูปลักษณ์ที่เรียบหรูและสง่างาม
-
ตัวเรือนทรงถัง (Barrel-shaped): ขนาด 35 มิลลิเมตร ที่ถอดแบบมาจากพิมพ์เขียวเดิม ให้กลิ่นอายความสง่างามแบบยุค 60
-
หน้าปัดสไตล์วินเทจ: สีเงินเรียบง่าย ตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงแบบแท่งคู่ และเข็มปลายเหลี่ยม พร้อมข้อความอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง “Star”, “Automatic” และ “26 Jewels”
-
ความคลาสสิกที่ลงตัว: กระจก Plexi-crystal ทรงโค้งและช่องหน้าต่างวันที่แบบไม่สมมาตรที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
## สมรรถนะที่ทันสมัยในรูปลักษณ์ย้อนยุค
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูวินเทจ แต่หัวใจภายในถูกอัปเกรดเพื่อการใช้งานในชีวิตปัจจุบัน:
-
กลไก: ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 733
-
พลังงานสำรอง: 41 ชั่วโมง
-
ฝาหลัง: สลักตราสัญลักษณ์ ORIS Shield ในสไตล์ยุค 1960
-
สายนาฬิกา: สายหนังสีดำคุณภาพสูง เสริมลุคความสำเร็จที่เหนือกาลเวลา
“ORIS Star Edition ไม่ใช่รุ่น Limited Edition แต่เป็นรุ่นปกติ (Non-limited) ที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะได้ตั้งแต่วันนี้”
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline














