การปรับปรุงครั้งใหม่ของ Black Bay Ceramic ด้วยเวอร์ชันปี 2026 ซึ่งนอกจากจะมากับหน้าตาโดยรวมที่คล้ายกับเวอร์ชัน One Off ที่ Tudor ผลิตเพื่อใช้ในการประมูล Only Watch ในปี 2019 แล้ว ยังมีขนาดการปรับมิติตัวเรือนทั้งความหนา และความกว้างของขาสายใหม่ โดยที่เส้นผ่านศูนย์กลางยัง 41 มิลลิเมตรเท่าเดิม เช่นเดียวกับกับกลไกอัตโนมัติ ที่ยังเป็นรหัส MT5602-1U มีความเที่ยงตรงระดับ Master Chronometer และได้รับการผลิตจากโรงงาน Kenissi

Tudor Black Bay Ceramic 2026 ปรับปรุงใหม่ในแบบเซรามิกทั้งตัวเรือนและสาย
-
การปรับปรุงครั้งใหม่ของ Tudor Black Bay Ceramic โดยมาในแบบ Full Ceramic ทั้งตัวเรือนและสาย
-
แม้จะมีขนาด 41 มิลลิเมตรแต่มิติตัวเรือนบางจุดได้รับการปรับปรุงเช่น ความหนาลดลง และความกว้างขาสายก็ลดลง
-
ยังขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติแบบ Master Chronometer ที่ได้รับการผลิตจากโรงงาน Kenissi
ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Black Bay ที่มากับการใช้เซรามิกในการผลิตตัวเรือน เพราะทาง Tudor เผยโฉมเวอร์ชันนี้ออกมาตั้งแต่ปี 2021 อย่างรหัส Ref.m79210cnu-0001 ก่อนจะตอกย้ำอีกครั้งในปี 2024 กับเวอร์ชัน F1 ที่มีหน้าปัดสีฟ้าเข้ม แต่ครั้งนี้แตกต่างกว่าที่ผ่านๆ มา เพราะนี่คือครั้งแรกสำหรับ Black Bay ในแบบ Full Ceramic ทั้งตัวเรือนและสาย โดยยังคงขนาดตัวเรือนด้วยไซส์ 41 มิลลิเมตรเหมือนเดิม
แน่นอนว่าเซรามิกกับ Black Bay นั้นถ้าให้ย้อนความจริงๆ ต้องเริ่มจากงานประมูล Only Watch ในปี 2019 ด้วยรุ่น Black Bay Ceramic One ที่มีการผลิตออกมาเพียงแค่เรือนเดียวเท่านั้น และหลังจากนั้นค่อยถึงคิวรุ่นผลิตจริงของ Black Bay Ceramic ในปี 2021 ซึ่งตอนนั้นมีเฉพาะสายผ้าหรือไม่ก็สายแบบไฮบริด และรุ่น Black Bay Ceramic Blue ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ Tudor สนับสนุนทีมแข่ง F1 อย่าง Visa Cash App RB Formula One
![]() |
![]() |
สำหรับ Tudor Black Bay Ceramic เวอร์ชั่น 2026 ใหม่นี้ (Ref. M7941A1ACNU-0001) ถือว่ามีความน่าสนใจ 2 เรื่อง คือ รูปลักษณ์และการใช้สีที่มีความเหมือนกับ Black Bay Ceramic One ที่ถูกใช้ในการประมูล เรียกว่ามากับความดำสนิทของสารเรืองแสง SuperLuminova ที่เคลือบบนหลักชั่วโมง ขณะที่รุ่น Black Bay Ceramic เดิมนั้นจะเป็นสารเรืองแสงสีขาว ส่วนอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ นาฬิกาเรือนนี้คือ Full Ceramic นั่นหมายความว่าทั้งตัวเรือนและสายแบบ 3-Link ผลิตจากเซรามิก
![]() |
![]() |
![]() |
ตัวเรือนมีขนาดเท่าเดิมคือ 41 มิลลิเมตร แต่ในแง่ของขนาดตัวเรือนนั้นมีการออกแบบใหม่เพื่อความสะดวกในการสวมใส่ โดยมีความหนาลดลงจาก 14.4 มาอยู่ที่ 13.6 มิลลิเมตร และความกว้างขาสายลดจาก 22 มาอยู่ที่ 21 มิลลิเมตร นอกจากนั้น ทุกรายละเอียดบนตัวเรือนยังมีการขัดแต่งอย่างสวยงาม ส่วนอินเสิร์ตบนขอบตัวเรือนนั้นเป็นเซรามิกที่มีการขัดเงาในแบบซันเบิร์สท์เพื่อความสวยงาม โดยทั้งขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมผลิตจากสเตนเลสสตีลแต่มีการเคลือบ PVD สีดำเพื่อให้เข้ากับตัวเรือน

![]() |
![]() |
![]() |

การขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของกลไกอัตโนมัติที่มีความเที่ยงตรงในระดับ Master Chronometer ที่ผลิตจากโรงงาน Kenissi ที่เป็นการร่วมทุนของแบรนด์นาฬิกาหลายแห่ง และ Tudor คือ หนึ่งในนั้น โดยตัวกลไกผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงทั้ง C.O.S.C. และ METAS จนได้ความเที่ยงตรงในระดับสูงสุด และใช้ใยนาฬิกาที่ผลิตจากซิลิคอนเพื่อลดผลกระทบจากสนามแม่เหล็กที่มาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยกำลังสูงสุดอยู่ที่ 70 ชั่วโมง และมีความสามารถในการกันน้ำ 200 เมตร
![]() |
![]() |
Tudor Black Bay Ceramic ปี 2026 เปิดตัวแรงด้วยราคาในประเทศไทย 256,400 บาท การมาถึงของรุ่น Full Ceramic ในครั้งนี้ส่งผลให้ Tudor ตัดสินใจถอดรุ่นเดิม (ปี 2021 และรุ่นหน้าปัดฟ้า F1 ปี 2024) ออกจากหน้าเว็บไซต์หลักทันที เพื่อมุ่งเน้นไปที่ทิศทางใหม่ของวัสดุเซรามิกอย่างเต็มตัว
คุณสมบัติทางเทคนิค (Technical Specifications)
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง | 41 มิลลิเมตร |
| ความหนา | 13.6 มิลลิเมตร |
| Lug to Lug | 49.4 มิลลิเมตร |
| ความกว้างขาสาย | 21 มิลลิเมตร |
| วัสดุตัวเรือน | เซรามิก |
| วัสดุฝาหลัง | สแตนเลสสตีล 316L |
| กระจก | Sapphire ทรงโดม |
| กลไก | อัตโนมัติ MT5602-1U มีความเที่ยงตรงระดับ Master Chronometer |
| ความถี่ | 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง |
| กำลังสำรอง | 70 ชั่วโมง |
| การกันน้ำ | 200 เมตร |
Tudor Black Bay Ceramic ปี 2026: ปรากฏการณ์ “Full Ceramic” ครั้งแรกของตระกูล BB
3 จุดเปลี่ยนสำคัญในรุ่นปี 2026
-
Full Ceramic Construction: เป็นครั้งแรกที่ใช้สายแบบ 3-Link ผลิตจากเซรามิกทั้งหมด ให้ความแข็งแกร่ง ทนทานต่อรอยขีดข่วน และน้ำหนักที่เป็นเอกลักษณ์
-
มิติตัวเรือนที่เพรียวบางลง (Slimmer Profile): แม้จะคงเส้นผ่านศูนย์กลางที่ 41 มิลลิเมตร แต่ Tudor ได้ปรับลดความหนาลงเหลือเพียง 13.6 มม. (จากเดิม 14.4 มม.) และปรับความกว้างขาสาย (Lug Width) เป็น 21 มม. เพื่อการสวมใส่ที่รับกับข้อมือมากขึ้น
-
ความประณีตระดับ High-End: ขอบตัวเรือน (Bezel Insert) ใช้เซรามิกขัดเงาลาย Sunburst ตัดกับตัวเรือนเซรามิกผิวด้านได้อย่างลงตัว
ขุมพลัง Master Chronometer จาก Kenissi
หัวใจหลักยังคงเป็นกลไกประสิทธิภาพสูง In-house Calibre MT5602-1U ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสูงสุดจาก 2 สถาบัน:
-
C.O.S.C. (ความเที่ยงตรงของตัวเครื่อง)
-
METAS (ความเที่ยงตรงในระดับ Master Chronometer ทั้งเรือน)
Highlight: กลไกนี้มาพร้อมสายใยนาฬิกาซิลิคอน (Silicon Hairspring) ป้องกันสนามแม่เหล็ก และสำรองพลังงานได้นานถึง 70 ชั่วโมง (Weekend-proof)
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline




















