5 Seiko Turtle Re-Issue ที่น่าสนใจ

0
5766

ตอนที่ Seiko เปิดตัว Turtle Re-Issue ออกสู่ตลาดเมื่อปี 2016 มันได้รับการตอบรับจากบรรดาแฟนๆ อย่างมาก และมีรุ่นย่อยตามออกมาขายมากมาย จนกระทั่งเกิดคำถามว่า แล้วเราจะเลือกรุ่นไหนเข้ามาอยู่ในกรุของเราดีละ

- Advertisement -

5 Seiko Turtle Re-Issue ที่น่าสนใจ

ปฏิเสธไม่ได้ว่านับจากที่ Seiko เปิดตัวเจ้า Turtle Re-Issue เมื่อสักประมาณ 3 ปีที่แล้ว นี่คือนาฬิกาที่ฮ็อตและได้รับความสนใจจากบรรดาแฟนๆ ของแบรนด์นี้อย่างมาก และคำถามหนึ่งที่ Ana-Digi.com เจอเสมอคือ ‘ควรจะซื้อรุ่นไหนดี ?’ เพราะตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นาฬิการุ่นนี้มีการเปิดตัวออกมาหลายรุ่นย่อย และแต่ละรุ่นล้วนมีความน่าสนใจแตกต่างกันไป จนบางครั้งอาจจะทำให้ใครที่ไม่ได้ติดตามอ่านข้อมูลอาจจะเกิดอาการงงและละลานตาจนเลือกไม่ถูก เอาละวันนี้เรามีคำตอบกับ 5 Seiko Turtle Re-Issue ที่น่าสนใจ

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องนั้น เรามาทำความรู้จักกับนาฬิการุ่นนี้กันสักหน่อย เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ทำไมถึงเรียกมันว่า Turtle ?

คำตอบคือ รูปทรงของมันที่มีลักษณะบานออก และเมื่อมองจากด้านบนแล้วมีส่วนคล้ายกับกระดองเต่า นั่นก็เลยเป็นที่มาของชื่อรุ่น ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมถึงมีคำว่า Re-Issue ต่อท้าย นั่นเป็นเพราะว่า SRP773-779 ที่เปิดตัวออกมานั้น เป็นการอ้างอิงรูปทรงนาฬิกาดำน้ำรุ่นคลาสสิคของ Seiko ในอดีตอย่างรหัส 6309-7040 หรือ 6309-7049 ที่เริ่มขายเมื่อปี 1976 และยุติการผลิตเมื่อปี 1988

ล็อตแรกของ Turle Re-Issue นั่นคือ SRP773 หน้าน้ำเงินสายเหล็ก SRP775 สีดำทองสายเหล็ก SRP777 สีดำสายยาง และ SRP779 ขอบเป็บซี่สายยาง จากนั้นมีการเปิดตัวเพิ่มอีก 2  รุ่น คือ SRP787 ขอบ Batman สีน้ำเงิน-ดำ และ SRP789 ขอบ Coke สีแดง-ดำ โดยหลังจากนั้น ทางเลือกของเต่าก็ออกสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่ามากมายชนิดหลายรุ่นกันเลยทีเดียว และทุกรุ่นใช้กลไกใหม่อย่าง 4R36 ในการขับเคลื่อน

1.Black Series SRPC49J1 : เปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อต้นปี 2018 และกลายเป็นคอลเล็กชั่นที่บรรดาแฟนๆ Seiko ต่างเฝ้าจับตามอง และแน่นอนว่า รวมถึงบ้านเรา โดยเมื่อเปิดตัวออกมาก็ถูกแฟนๆ ไล่ล่ากันจนของหมดจากตลาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสวยในการเล่นสีของตัวเรือนเคลือบ PVD ดำ หน้าปัดที่เน้นมาร์คเกอร์ในสไตล์วินเทจ ทำให้พรายน้ำอมเหลืองเหมือนกับ Tritium ที่หมดอายุ และเข็มนาทีสีส้มสวยตัดกับสีตัวเรือน สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ ในตลาดญี่ปุ่นมีการผลิตออกมาเป็น Limited Edition ที่มีเพียง 300 เรือนเท่านั้น ซึ่งความต่างก็คือ บนเพลทของวันในสัปดาห์ หรือ Day จะมีตัวอักษร Kanji มาให้ด้วย ซึ่งในบ้านเรา บรรดาพ่อค้าก็กวาดมาขายด้วยเช่นกัน แต่ราคาแพงกว่า Black Series รุ่นปกติร่วม 2 เท่าตัวครึ่ง โดยราคาสุดท้ายที่เราเห็นในตลาดคือ 35,000 บาท

ระดับความสวย : 5 ดาว / ระดับความหายาก : 4 ดาว

2.The Origin SRP777 : เราอยากบอกพวกคุณว่า บางครั้งควรกลับไปสู่อะไรที่เป็นดั้งเดิมบ้างโดยที่ไม่ต้องมานั่งสนใจหรอกกับพวกรุ่นพิเศษทั้งหลายและนั่นคือเหตุผลที่เรากำลังจะบอกว่าการเลือกเอารุ่นหน้าดำสายยาง ที่มีรหัส SRP777 คือ สิ่งที่ควรจะมีติดกรุเอาไว้ เพราะมีความคลาสสิคและดูลงตัวอย่างมาก ที่สำคัญคือ ราคาคุ้มค่าสุดๆ เพราะก่อนที่ของจะขาดตลาด เราสามารถหาของใหม่มือหนึ่งในราคาของหิ้วได้ในระดับ 7,000 บาทต้นๆ ส่วนตอนนี้แม้ว่าของจะค่อนข้างหายากสักนิด แต่ราคาไม่เกิน 8,000 บาทสำหรับเต่าดำถือว่ายังพอหาได้

ระดับความสวย : 4 ดาว / ระดับความหายาก : 3 ดาว

3.The First Zimbe SRPA19K1 : ตอนที่ Seiko คลอดแคมเปญ Save the sea พร้อมกับปล่อยนาฬิกาในคอลเล็กชั่น Zimbe ออกมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว Turtle Re-Issue คือ นาฬิกาที่ได้รับเลือกให้ถูกดัดแปลงจากเต่าให้กลายเป็นฉลามวาฬสำหรับขายเป็นรุ่นแรกของ Zimbe Collection และสารภาพเลยว่าเราประเมินสถานการณ์ของมันผิดพลาด เพราะคิดว่าด้วยราคาตั้งในระดับ 23,000 บาทเพื่อแลกกับนาฬิกาที่ใช้กลไก 4R36 ที่มีการดัดแปลงหน้าตานิดหน่อยถือเป็นอะไรที่ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร แต่ปรากฏว่า มันขายดีอย่างมาก และหายไปจากตลาดอย่างรวดเร็ว จนในปัจจุบัน แทบจะเป็นเรื่องยากมากที่เราจะได้เจอประเภท NIB บนกระดานซื้อขาย

ระดับความสวย : 4 ดาว / ระดับความหายาก : 5 ดาว

4.PADI Edition SPRA21 : Turtle Re-Issue ถือเป็นนาฬิการุ่นแรกๆ ที่ได้รับเลือกให้วางขายในฐานะที่เป็น PADI Edition และต้องบอกว่าใครที่ยังไม่ได้ซื้อในตอนนี้นั้นถือว่าโชคดีสุดๆ ที่ไม่ต้องติดดอยท่ามกลางความหนาวเหน็บ เหมือนกับพวกที่เฮโลกันไปซื้อในช่วงแรกๆ เพราะ ณ ปัจจุบัน ราคา NIB ของ SPRA21 นั้นไม่ได้สูงอะไรเหมือนกับช่วงแรกๆ ที่ว่ากันว่าทะลุ 20,000 บาทไปเลย โดยตอนนี้ถ้าคุณกำแบงค์พันสัก 12 ใบก็สามารถหาของใหม่แบบครบๆ ได้ไม่ยากเย็น และถ้าคุยกับพ่อค้าถูกคอ อาจจะมีเงินเหลือเอาไว้กินข้าวอร่อยๆ ได้อีกสักมื้อก็ได้ โดยความสวยของ PADI Edition คือ หน้าปัดเล่นแสง สีน้ำเงินพร้อมกับมีคำว่า PADI อยู่บนหน้าปัด  และเข็มนาทีที่มากับสีแดงสวย และตัดกันอย่างลงตัวกับขอบ Bezel แบบ Pepsi และ Insert Ring  ในหน้าปัดที่มีการใช้สีแดงเป็นตัวมาร์คบนตำแหน่งชั่วโมง

ระดับความสวย : 4 ดาว / ระดับความหายาก : 4 ดาว

5.The Orange Dial SRPC95K1 : ตอนแรกเราค่อนข้างแอนตี้เจ้าเต่าตัวนี้เพราะการที่มันใช้หน้าปัดสีส้มที่แทนจะเป็นแบบทึบ แต่กลับมาในแบบเงามันวิ้งๆ และเล่นกับแสง จนกระทั่งได้มาเห็นตัวจริงเข้าให้ นั่นแหละความคิดก็เลยเปลี่ยนไป เพราะมันดูสวยและลงตัวอย่างมาก และถือเป็นเต่าที่ดูลงตัวที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีความพิเศษ…ในกรณีที่คุณอยากได้เหตุผลมาสนับสนุน คือ มันเป็น Asian Edition ที่ผลิตขายเพื่อตลาดแถวนี้ ส่วนจำนวนการผลิตนั้นไม่มีการระบุเอาไว้ ที่สำคัญคือ มันมีสายยางแถมมาให้ด้วย อันนี้ถือว่าชอบมากสำหรับคนที่ไม่ชอบใส่สายเหล็ก และในปัจจุบันที่ยังพอจะหาของใหม่ในราคาที่พอคบหาได้ไม่ยาก ดังนั้น ใครที่สนใจก็รีบๆ จัดการเสีย ก่อนที่มันจะกลายเป็นของหายาก และคุณต้องจ่ายเพิ่มเติม

ระดับความสวย : 4 ดาว / ระดับความหายาก : 3 ดาว

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync