หลังจาก Discontinued ไปในปี 2021 และหายหน้าไปจากตลาดราว 5 ปี ในที่สุด Tudor ก็นำชื่อของ Northflag กลับมาอีกครั้ง โดยยังคงเอกลักษณ์ของตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ที่มีขนาด 40 มิลลิเมตร พร้อมการใช้สีดำและเหลืองเป็นคู่สีในการตกแต่งรายละเอียดของตัวนาฬิกา แต่ปรับเปลี่ยนใหม่หมดทั้งดีไซน์ตัวเรือนและสาย ฟังก์ชั่นของนาฬิกาที่มีการเพิ่ม GMT เข้ามา รวมถึงกลไกใหม่ในรหัส MT5652-U พร้อมกำลังสำรอง 65 ชั่วโมง ที่มีความเที่ยงตรงซึ่งผ่านการรับรองทั้ง COSC และ METAS

Tudor Northflag 2026 กลับมาใหม่ เพรียวขึ้น เที่ยงตรงขึ้น
-
การกลับมาของ Northflag ที่ยุติการผลิตรุ่นแรกไปในปี 2021
-
ยังคงสไตล์ตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet 40 มิลลิเมตรแต่ลดความหนาลงมาอยู่ที่ 12.7 มิลลิเมตร
-
เปลี่ยนกลไกใหม่เป็นแบบเดียวกับ Pelagos FXD GMT มีความเที่ยงตรงตามมาตรฐาน METAS
ตอนแรกนึกว่า Tudor จะลืมคอลเล็กชั่น Northflag ไปแล้วหลังจากที่ผลิตออกขายในตลาดช่วงสั้นๆ ในระหว่างปี 2015-2021 และปล่อยหน้าที่นี้ให้กับรุ่น Ranger แทน แต่สุดท้ายนาฬิกาที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนักผจญภัยรุ่นนี้ก็กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันใหม่พร้อมการปรับปรุงในแง่ของดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น โดยที่ยังอยู่บนพื้นฐานของตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตรเหมือนเดิม แต่เพรียวบางลง และเที่ยงตรงขึ้นด้วยกลไกที่ผ่านมาตรฐานของ METAS

จุดเริ่มต้นของ Tudor Northflag นาฬิกาเพื่อนักผจญภัยขั้วโลก
Northflag ถือเป็นนาฬิกาสำหรับนักผจญภัยที่มีจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์มาจากเรือนเวลารุ่นดังในอดีตของ Tudor ที่ถูกนำไปใช้ในการเปิดโลกใหม่บนแผ่นน้ำแข็งทางตอนเหนือของ Greenland ในช่วงทศวรรษ 1950ของนักผจญภัย นาฬิกาของ Tudor ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะนาฬิกาใช้งานที่ทนทาน และถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงเป็นเวลา 2 ปีในสภาพอากาศหนาวเย็น บนข้อมือของนักผจญภัยผู้กล้าหาญ ในฐานะส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่แจกจ่ายให้กับสมาชิกของคณะสำรวจพื้นที่ทางตอนเหนือของ Greenland ของอังกฤษ



ดีไซน์และตัวเรือนใหม่ของ Tudor Northflag 2026
Tudor Northflag ใหม่ (Ref. M9140G1A0U-0001) มีจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวในช่วงแรกกับตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ขนาด 40 มิลลิเมตร และมีความหนา 12.7 มิลลิเมตร (รุ่นเดิม 13.4 มิลลิเมตร) ทั้งตัวเรือนและสายผลิตจากสเตนเลสสตีล โดยบานพับของสายจะมาพร้อมกับระบบ T-Fit ที่ช่วยปรับละเอียดให้รัดกระชับกับข้อมือโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเพิ่มข้อสาย ส่วนดีไซน์เป็นการนำเอารุ่น Ranger II ที่ผลิตในปี 1973 มาเป็นร่างต้นแบบก่อนที่จะปรับปรุงและพัฒนาให้ดูร่วมสมัยขึ้น

![]() |
![]() |
ทีมออกแบบยังเลือกใช้สีดำและเหลืองเป็นคู่สีของ Northflag โดยนำมาใช้ในการตกแต่งรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่บนหน้าปัด เช่น พื้นหน้าปัดเป็นสีดำ ส่วนเข็มที่ 4 เข็มวินาที และสเกลต่างๆ จะเป็นสีเหลือง โดยสเกลบอกเวลา 24 ชั่วโมงจะถูกวางให้เอียง 45 องศาเพื่อความสะดวกในการมองเห็น ส่วนหลักชั่วโมงจะถูกสร้างขึ้นจากเซรามิกแบบเรืองแสงที่ถูกหล่อขึ้นแบบ Monobloc ไม่ใช่เป็นการแต้มด้วยสารเรืองแสง
![]() |
![]() |
![]() |
กลไก MT5652-U มาตรฐาน METAS ระดับ “Weekend Proof”
หัวใจสำคัญของรุ่นนี้คือกลไกอัตโนมัติ MT-5652U (แบบเดียวกับ Pelagos FXD GMT) ที่มาพร้อมใยนาฬิกาซิลิคอนป้องกันสนามแม่เหล็ก และได้รับใบรับรอง METAS (Master Chronometer)
-
ความเที่ยงตรงเหนือระดับ: ทดสอบหลังจากประกอบลงตัวเรือนแล้ว มีค่าความคลาดเคลื่อนเพียง -2 ถึง +4 วินาทีต่อวัน (เหนือกว่ามาตรฐาน COSC ที่ทดสอบเฉพาะกลไกเปล่าที่ -4 ถึง +6 วินาทีต่อวัน)
-
กำลังสำรอง 65 ชั่วโมง: จัดอยู่ในกลุ่ม Weekend Proof หมายความว่า หากคุณถอดนาฬิกาวางไว้ในวันศุกร์ นาฬิกาจะยังมีพลังงานเดินต่อเนื่องพร้อมใส่ไปทำงานในเช้าวันจันทร์ได้อย่างสบาย


Tudor Northflag ใหม่ มีราคาอยู่ที่ 183,200 บาท พร้อมความสามารถในการกันน้ำ 100 เมตร



สรุปรายละเอียดทางเทคนิค (Technical Specifications)
- คอลเล็กชัน: Tudor Northflag (Ref. M9140G1A0U-0001)
- เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40 มิลลิเมตร
- ความหนา: 12.7 มิลลิเมตร (Lug to Lug: 48.8 มิลลิเมตร)
- วัสดุตัวเรือนและสาย: สเตนเลสสตีล (บานพับระบบ T-Fit)
- กระจก: คริสตัลแซฟไฟร์ (Sapphire) เคลือบสารกันสะท้อนแสง
- กลไก: อัตโนมัติรหัส MT5652-U พร้อมฟังก์ชัน GMT
- ความถี่: 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
- กำลังสำรอง (Power Reserve): 65 ชั่วโมง
- มาตรฐานความเที่ยงตรง: COSC และ METAS
- การกันน้ำ: 100 เมตร
- ราคาจำหน่าย: 183,200 บาท
อ่านเพิ่มเติม: TUDOR ร่วมจัดแสดงในงาน Bangkok Watch Week 2026 ที่สยามพารากอน 22-27 ก.ย. 2569 พร้อมเวที The Symposium on TUDOR: A Century of TUDOR
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline















