Tudor ยังมีนาฬิกาที่แสดงถึงการมีส่วนร่วมในการแข่งขัน F1 ออกมาอย่างต่อเนื่องนับจากที่พวกเขาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีม Visa Cash App Racing Bulls เมื่อปี 2024 โดยในปีนี้ ทางแบรนด์เปิดตัว Tudor Black Bay Chrono Carbon26 ที่มีการผลิตจำนวน 2,026 เรือนตามปีของการแข่งขัน บนตัวเรือนที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมหน้าปัดที่ถูกเปลี่ยนสีสันจากรุ่นก่อนหน้านี้คือ Carbon25 มาเป็นสีขาว-เหลือง ตามสีรถแข่ง VCARB26 ที่ถูกใช้แข่งในปีนี้

Tudor Black Bay Chrono Carbon26 ความเร้าใจครั้งใหม่จากสนามแข่ง F1
-
นาฬิกาที่เกิดจากการเป็นพันธมิตรกับทีมแข่ง Visa Cash App Racing Bulls ที่ Tudor สนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2024
-
เหมือนกับรุ่นที่แล้วในปีนี้ใช้ตัวเรือนที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ขยายขนาดเป็น 42 มิลลิเมตร
-
ผลิต 2,026 ปีตามปีของการแข่งขัน และสีสันบนหน้าปัดยึดจากสีของรถแข่งในรหัส VCARB26 ของทีมแข่งนี้
เหมือนกับเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วสำหรับ Tudor ในการเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษสำหรับทีมแข่ง F1 ที่พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนอยู่อย่างทีม Visa Cash App Racing Bulls โดยในปีนี้มีการเปิดตัว Black Bay Chrono Carbon26 ซึ่งมาพร้อมกับตัวเรือนที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมกับสีสันที่ถอดแบบมาจากรถแข่งในรหัส VCARB26 ของทีมแข่งนี้ ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยการใช้สีเหลือง-ขาวที่ตัดกับสีดำของตัวเรือนอย่างลงตัว
![]() |
![]() |
![]() |
Tudor เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน F1 ในปี 2024 ด้วยการสนับสนุนทีมแข่ง Visa Cash App Racing Bulls ซึ่งเป็นทีมที่ต่อยอดมาจาก STR หรือ Scuderia Toro Rosso หรือทีมน้องของ Red Bulls F1 Racing และที่ผ่านมามีการเปิดตัวนาฬิกาที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันนี้ เช่น Black Bay Ceramic Blue หรือรุ่นพิแศษที่มากับหน้าปัดสีฟ้าอ่อนแบบไล่โทน ส่วนในปี 2025 เปิดตัว Black Bay Chrono Carbon25 ที่มีการใช้สีสันอ้างอิงรายละเอียดของรถแข่งที่ใช้ในการแข่งขันปี 2025 ซึ่งแนวทางนี้ได้ถูกนำมาใช้กับปี 2026 ด้วยเช่นกัน
![]() |
![]() |
สำหรับ Tudor Black Bay Chrono Carbon26 (Ref.M79377KN-0003) มากับคอนเซ็ปต์เดียวกับรุ่นที่แล้ว ซึ่งโดดเด่นด้วยความเบาแต่ทนทานของการใช้คาร์บอนไฟเบอร์เป็นวัสดุในการผลิตตัวเรือน End Link ของหัวสาย และขอบตัวเรือนที่มีสเกล Tachymeter ส่วนฝาหลัง เม็ดมะยม และปุ่มกด เป็นแบบไทเทเนียมเคลือบด้วย PVD เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นสเตนเลสสตีลแล้ว ตัวเรือนจะมีบางขึ้น ประมาณ 0.1 มิลลิเมตรโดยอยู่ที่ 14.3 มิลลิเมตร แต่เส้นผ่านศูนย์กลางขยับขึ้นอีก 1 มิลลิเมตรเป็น 42 มิลลิเมตร
![]() |
![]() |
![]() |
สิ่งที่แตกต่างจากเวอร์ชันปี 2025 คือ สีสันที่ถูกใช้บนหน้าปัด ซึ่งในรุ่นนี้จะเน้นสีขาวและเหลืองที่มีความสอดคล้องกับสีสันของรถแข่ง VCARB26 ของทีมแข่ง Visa Cash App Racing Bulls และมีการเล่นสีสันในแบบ Panda-Dial ซึ่งพื้นหน้าปัดหลักจะมากับสีขาว แต่บนหน้าปัดย่อยของระบบจับเวลาจะมากับสีดำ แต่เป็นลายคาร์บอนไฟเบอร์ และใช้สีเหลืองแซมตามขอบนอกของหน้าปัด และตัวเลขบนหน้าปัดย่อย ซึ่งทำให้มีการตัดกันอย่างลงตัว
![]() |
![]() |
ส่วนฝาหลังจะมีการสลักลวดลายที่แตกต่างจากเวอร์ชันปี 2025 ซึ่งในปีนี้จะเป็นรูปธงตราหมากรุก แทนที่จะเป็นรูปรถแข่ง F1 พร้อมหมายเลขการผลิตที่มีจำนวนทั้งสิ้น 2,026 เรือนตามปีของการแข่งขัน และสายของนาฬิการุ่นนี้ผลิตจากวัสดุผสมหรือ Hybrid Material ซึ่งเป็นแบบผ้าและยาง พร้อมกับลวดลายที่ดูคล้ายกับพื้นผิวของยางรถแข่ง

กลไกอัตโนมัติในรหัส MT5813 ยังเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเของ Black Bay Chrono ทุกรุ่น ซึ่งเป็นกลไกแบบ Manufacture Calibre ซึ่งออกแบบ พัฒนาและผลิตภายในโรงงานของ Tudor ใช้ซิลิคอนใยการผลิตบาลานซ์สปริง และมีความเที่ยงตรงที่ผ่านมาตรฐานของ Chronometer โดยสถาบัน COSC มาพร้อมฟังก์ชั่นจับเวลา Chronograph ที่จับเวลาสูงสุด 45 นาที พร้อมระบบคลัตช์แนวตั้ง และ Column Wheel ซึ่งจะช่วยทำงานให้เที่ยงตรงแม่นยำขึ้น และมีกำลังสำรอง 70 ชั่วโมง
Tudor Black Bay Chrono Carbon26 มีราคาอยู่ที่ 287,000 บาท
3 จุดเด่นที่ทำให้ Carbon26 คือ Rare Item ของปีนี้
-
Carbon Fiber Case: ตัวเรือนน้ำหนักเบาแต่ทนทานสูง ขยายขนาดใหม่เป็น 42 มม.
-
VCARB26 Livery: หน้าปัดสีขาว-เหลือง ถอดรหัสสีมาจากรถแข่ง VCARB26 ปีล่าสุด
-
Exclusive Production: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,026 เรือนทั่วโลก ตามปีคริสต์ศักราช
ดีไซน์ที่สะท้อน DNA รถแข่ง F1
หากรุ่นปี 2025 (Carbon25) คือจุดเริ่มต้น Carbon26 คือการยกระดับดีไซน์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนมาใช้หน้าปัดแบบ Panda-Dial พื้นสีขาวสะอาดตา ตัดกับหน้าปัดย่อย (Sub-dial) ลายคาร์บอนไฟเบอร์สีดำ เพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยรายละเอียดสีเหลืองที่ขอบหน้าปัดและตัวเลข
วัสดุระดับไฮเอนด์:
-
คาร์บอนไฟเบอร์: ใช้ในส่วนตัวเรือน, ขอบ Tachymeter และ End-link ของสาย
-
ไทเทเนียม PVD: ใช้ในส่วนฝาหลัง, เม็ดมะยม และปุ่มกดจับเวลา เพื่อความแข็งแกร่ง
-
สายไฮบริด (Hybrid Strap): ผสมผสานผ้าและยาง ลวดลายคล้ายพื้นผิวของยางรถแข่งในสนาม
จุดสังเกตสำคัญ: ฝาหลังรุ่นปี 2026 เปลี่ยนลวดลายสลักจากรูปรถแข่งเป็น “ธงตราหมากรุก” (Checkered Flag) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ พร้อมระบุหมายเลขการผลิต X/2026
สมรรถนะภายใน: กลไก Manufacture Calibre MT5813
ไม่ใช่แค่สวยภายนอก แต่ภายในยังบรรจุกลไกที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด:
-
มาตรฐาน Chronometer: รับรองโดยสถาบัน COSC เที่ยงตรงสูงสุด
-
ระบบจับเวลา: มาพร้อม Column Wheel และ Vertical Clutch แบบนาฬิกาจับเวลาระดับสูง
-
พลังงานสำรอง: ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง (Weekend-proof)
-
ความทนทาน: ใช้ Silicon Balance Spring ป้องกันสนามแม่เหล็ก และกันน้ำลึก 200 เมตร
สรุปข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)
| รายละเอียด | ข้อมูลเฉพาะ |
| รุ่น | Tudor Black Bay Chrono Carbon26 (M79377KN-0003) |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง | 42 มิลลิเมตร (หนา 14.3 มม.) |
| วัสดุตัวเรือน | คาร์บอนไฟเบอร์ และ ไทเทเนียมเคลือบ PVD |
| วัสดุสาย | แบบไฮบริด ผสมระหว่างหนังกับยาง หัวสาย End-Link ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ |
| กลไก | อัตโนมัติ MT5813 (จับเวลา 45 นาที) |
| สำรองพลังงาน | 70 ชั่วโมง |
| ความถี่ | 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง |
| การกันน้ำ | 200 เมตร |
| ราคาจำหน่าย | 287,000 บาท |
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline






















