การเปิดตัว Tudor Black Bay Chrono 39 Bumblebee ไม่ได้เป็นแค่นาฬิกาที่มีหน้าปัดสีสดใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในตลาดเท่านั้น แต่เป็นการสื่อให้ลูกค้าได้รับทราบถึงความเปลี่ยนแปลง เพราะนาฬิกาเรือนนี้มากับตัวเรือนไซส์ใหม่ คือ 39 มิลลิเมตร พร้อมความเปลี่ยนแปลงทั้งสาย ตัวล็อก Pusher และเม็ดมะยม ขณะที่กลไกยังเป็นรุ่นเดิมแบบอัตโนมัติในรหัส MT5813 ที่มีความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer

Tudor Black Bay Chrono 39 Bumblebee ปรับไซส์พร้อมหน้าปัดสีสดใส
-
นอกจากจะเป็นการเพิ่มรุ่นหน้าปัดสีสดที่ Tudor ทำมาตั้งแต่ปี 2024 แล้ว ยังเป็นครั้งแรกของ Chrono ที่ปรับไซส์
-
ตัวเรือนลดจาก 41 มาเป็น 39 มิลลิเมตร พร้อมกับการปรับเปลี่ยนทั้งสาย ตัวล็อก Pusher และเม็ดมะยม
-
หน้าปัดสีเหลืองสดรับกับสีดำของหน้าปัดย่อย และขอบตัวเรือน
ความหมายเบื้องหลังนิยามเรือนเวลา “Bumblebee”
ในวงการนาฬิกาและดีไซน์ระดับสากล คำว่า “Bumblebee” มักถูกหยิบยกมาใช้เรียกขานสิ่งของหรือวัตถุใดๆ ก็ตามที่ผสานเสน่ห์ด้วยโทนสีทูโทน (Two-tone) ซึ่งเป็นการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่าง “สีดำและสีเหลือง” ดังนั้น เมื่อ Tudor ตัดสินใจเปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชันไอคอนิกรุ่นพิเศษนี้ภายใต้ชื่อต่อท้ายอย่างเป็นทางการว่า Bumblebee จึงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยากว่าโครงสีหลักจะเต็มไปด้วยความสปอร์ตดุดันตัดกับความสดใส ส่วนที่เหลือคือจินตนาการของผู้หลงใหลในเรือนเวลาว่าเฉดสีทั้งสองจะถูกจัดวางและกระจายน้ำหนักลงบนตัวเรือนได้อย่างงดงามเพียงใด
![]() |
![]() |
สานต่อ DNA ตระกูลหน้าปัดสีสันรุ่นพิเศษ (Special Edition)
Tudor Black Bay Chrono 39 Bumblebee หรือรหัสอ้างอิง Ref. m79310n-0001 คือโปรเจกต์ที่ได้รับการถ่ายทอดและสานต่อแนวคิดในการผลิตนาฬิการุ่นพิเศษ (Special Edition) ที่เน้นการนำเสนอเฉดสีบนหน้าปัดที่ฉีกกฎเกณฑ์ความคลาสสิกดั้งเดิมของตระกูล Black Bay Chrono รุ่นปกติ โดยจุดเริ่มต้นของซีรีส์นี้ได้ปักหมุดความสำเร็จมาตั้งแต่ปี 2024 ด้วยการเปิดตัวรุ่นหน้าปัดสีชมพู (Pink) ที่สร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลก ตามมาด้วยหน้าปัดสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ หรือ “Flamingo Blue” ในปี 2025 และล่าสุดในปีนี้กับสีเหลือง-ดำสุดทรงพลัง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้รุ่น Bumblebee ก้าวล้ำไปอีกขั้นและถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตระกูลนี้ คือการทลายสถาปัตยกรรมตัวเรือนแบบเดิม จากขนาดมาตรฐาน 41 มิลลิเมตร สู่ขนาดร่างใหม่ 39 มิลลิเมตร ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์นาฬิกายุคปัจจุบันที่เน้นขนาดพอเหมาะกะทัดรัด (Compact Luxury)
ในรุ่นนี้มากับตัวเรือน 39 มิลลิเมตรที่มีความหนา 13.1 มิลลิเมตร (รุ่น 41 มิลลิเมตรมีความหนา 14.4 มิลลิเมตร) ส่วนความกว้างขาสายก็เปลี่ยนจาก 22 มาเป็น 20 มิลลิเมตรในรุ่นนี้ ส่วนสายมากับ 3-Link ที่แฟนๆ Tudor คุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดี แต่ที่เปลี่ยนไปคือ พื้นผิวด้านข้างของสายทั้ง 2 ฝั่งจะไม่มีปุ่มนูนขึ้นมาเหมือนกับรุ่น 41 มิลลิเมตร อีกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือ เม็ดมะยม และขับขันเกลียวสำหรับกดปุ่มจับเวลาข้างตัวเรือนมีการเปลี่ยนลายของขอบกันลื่นใหม่เป็นแบบทรงสามเหลี่ยมนูน

สุนทรียศาสตร์บนหน้าปัด: การตัดกันของคู่สีที่สมบูรณ์แบบ
รายละเอียดบนหน้าปัดถือเป็นไฮไลต์เด่นที่สะกดทุกสายตา ด้วยการเลือกใช้พื้นหน้าปัดทรงโดม (Domed Dial) ที่มีเอกลักษณ์ลาดโค้งลงอย่างอ่อนช้อยบริเวณปลายขอบหน้าปัด ชุบด้วยสีเหลืองสดสะดุดตา ตัดกันอย่างทรงพลังกับหน้าปัดย่อยจับเวลา (Sub-dials) สีดำสนิท ในรูปแบบที่นักสะสมเรียกว่า “Reverse Panda” เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตคลาสสิกด้วยขอบตัวเรือนที่ติดตั้งอินเสิร์ต (Bezel Insert) สีดำพร้อมสเกลวัดความเร็ว Tachymeter และปิดท้ายความสมบูรณ์แบบด้วยกระจก Sapphire ทรงโดมโค้งมนที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน
![]() |
![]() |
![]() |
กลไกไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากรุ่น 41 มิลลิเมตรเป็นรหัส MT5813
ระบบขับเคลื่อนภายในยังคงเป็นกลไกอัตโนมัติระดับสูง In-House รหัส Calibre MT5813 ซึ่งได้รับการรับรองความเที่ยงตรงขั้นสูงในระดับ Chronometer จากสถาบัน COSC (Official Swiss Chronometer Testing Institute) ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยด้วยสายใยนาฬิกา (Balance Spring) ที่ผลิตจากวัสดุซิลิคอน (Silicon) ทำให้มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในการต้านทานผลกระทบจากสนามแม่เหล็กในชีวิตประจำวัน
โครงสร้างกลไกโครโนกราฟนี้ใช้ระบบควบคุมแบบ Column Wheel ร่วมกับระบบคลัตช์แนวตั้ง Vertical Clutch ซึ่งเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมนาฬิกาจับเวลาชั้นสูง ส่งผลให้ทุกครั้งที่ผู้สวมใส่กดปุ่มสตาร์ทหรือหยุดจับเวลา เข็มวินาทีจะเคลื่อนที่ได้อย่างนุ่มนวลสูงสุด ลดอาการกระตุก โดยกลไกชุดนี้ให้พลังงานสำรองยาวนานสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง (Weekend-proof) สามารถถอดวางไว้ในวันหยุดสุดสัปดาห์และนำมาสวมใส่ใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องตั้งเวลาใหม่
![]() |
![]() |

Tudor Black Bay Chrono 39 Bumblebee มีราคาอยู่ที่ 223,900 บาท
รายละเอียดทางเทคนิค (Technical Specifications)
| หัวข้อ / คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| รหัสอ้างอิง (Reference) | Ref. m79310n-0001 |
| เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน | 39 มิลลิเมตร (ไซส์ใหม่ล่าสุด) |
| ความหนาตัวเรือน | 13.1 มิลลิเมตร (เพรียวบางลงจากเดิม 14.4 มม.) |
| ความกว้างขาสาย (Lug Width) | 20 มิลลิเมตร |
| วัสดุตัวเรือนและสาย | สเตนเลสสตีล (Stainless Steel) |
| กระจกหน้าปัด | Sapphire Crystal ทรงโดมโค้ง (Domed) |
| ระบบกลไก | อัตโนมัติ In-House Calibre MT5813 พร้อมฟังก์ชั่นจับเวลา |
| มาตรฐานความเที่ยงตรง | ระดับ Chronometer (COSC Certified) |
| ระบบชุดจับเวลา | Column Wheel และ Vertical Clutch |
| ความถี่การทำงาน | 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) |
| พลังงานสำรอง | 70 ชั่วโมง |
| ประสิทธิภาพการกันน้ำ | 200 เมตร (660 ฟุต) |
| ราคาจำหน่ายในไทย | 223,900 บาท |
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline




















