ORIS Big Crown Pointer Date Bullseye การกลับมาของหน้าปัดสุดสวย

0

เรื่องราวแห่งจิตวิญญาณความเป็นอิสระของ ORIS ถูกถ่ายทอดอย่างเด่นชัดผ่านนาฬิกา Big Crown Pointer Date เวอร์ชั่นผลิตแบบไม่จำกัดจำนวน ซึ่งเป็นดีไซน์ที่เหล่านักสะสมเรียกขานกันว่ารุ่น “Bullseye” โดยมากับตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรของ Big Crown Pointer Date พร้อมสายหนังของ Cervo Volante ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 754 ที่มาพร้อมกับโรเตอร์สีแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของ ORIS และสามารถมองเห็นผ่านทางฝาหลังแบบใส ส่วนกำลังสำรองของกลไกนั้นอยู่ที่ 41 ชั่วโมง

นาฬิกา Oris Big Crown บนข้อมือขนาด 17 ซม. แสดงความพอดีของขนาด 38 มิลลิเมตร
Oris Big Crown Pointer Date Bullseye

ORIS Big Crown Pointer Date Bullseye การกลับมาของหน้าปัดสุดสวย

  • หลังจากหายไปจากตลาดในช่วงปี 1998 หน้าปัดในสไตล์ Bullseye กลับมาอีกครั้ง

  • ตัวหน้าปัดจะมีการแบ่งชั้นด้านนอกและในโดยใช้วงแหวรสีดำคาด ทำให้ดูเหมือนกับเป้าที่ใช้ในการทดสอบความแม่น

  • มากับตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรของ Big Crown Pointer Date พร้อมสายหนังของ Cervo Volante

- Advertisement -

หลังจากหายหน้าไปจากตลาดนานร่วม 30 ปีในตอนนี้ ORIS นำความงามของหน้าปัดแบบวงขาวดำที่ถูกเรียกชื่อว่า Bulleye กลับมาสู่ตลาดอีกครั้ง และครั้งนี้เปิดตัวผ่านทางนาฬิกานักบินสุดคลาสสิคชื่อดังของแบรนด์อย่าง Big Crown Pointer Date ที่มีตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตร พร้อมกับสายหนัง Cervo Volante

เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวคิดแห่งความเป็นอิสระของ ORIS จำเป็นต้องย้อนกลับไปสู่รากฐานของแบรนด์ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1904 เมื่อช่างทำนาฬิกาสองคนจากเมือง Le Locle ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการทำนาฬิกาแบบดั้งเดิม ได้ย้ายถิ่นฐานมายังพื้นที่อุตสาหกรรมทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก วิสัยทัศน์ของพวกเขาคือการผสานงานฝีมือแบบแฮนด์คราฟต์จากภาคใต้ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส เข้ากับศักยภาพด้านอุตสาหกรรมของภาคเหนือ เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาที่มีคุณค่าทางสุนทรียภาพสูง พร้อมทั้งคุณภาพ ความเที่ยงตรง และความน่าเชื่อถือ ในราคาที่สมเหตุสมผล

แม้จะสวนกระแสในยุคนั้น แต่แนวคิดนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จ ORIS เติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นที่รู้จักจากนาฬิกาข้อมือและนาฬิกาตั้งโต๊ะที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และความเที่ยงตรงสูง มรดกแห่งความเป็นอิสระจึงได้ถือกำเนิดขึ้น

นาฬิกา Oris Big Crown บนข้อมือขนาด 17 ซม. แสดงความพอดีของขนาด 38 มิลลิเมตร นาฬิกา Oris Big Crown บนข้อมือขนาด 17 ซม. แสดงความพอดีของขนาด 38 มิลลิเมตร

ในปี 1938 นาฬิกา Big Crown Pointer Date ของแบรนด์ได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยการออกแบบที่อ่านค่าได้อย่างชัดเจน เพื่อให้นักบินสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก พร้อมฟังก์ชั่นแสดงวันที่ด้วยเข็มชี้จากจุดศูนย์กลาง ดีไซน์ที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ และใช้งานได้จริงนี้ ได้ครองใจผู้หลงใหลในนาฬิกานับไม่ถ้วน และกลายมาเป็นหนึ่งในไอคอนของ ORIS

วันนี้ นาฬิการุ่นนี้ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมดีไซน์หน้าปัดที่สะท้อนกาลเวลานั้นเช่นกัน โดย Oris ได้นำเสนอหน้าปัด “Bullseye” เป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1910 ที่มาจากเป้าในการฝึกซ้อมยิงธนูในยุคกลาง ซึ่งมักใช้กะโหลกวัวเป็นเป้าหมาย และการยิงเข้าที่เบ้าตาคือการทำคะแนนสูงสุด  ในเชิงการออกแบบนาฬิกา หน้าปัดรุ่นนี้แบ่งออกเป็น 4 วงแหวนหลักที่มีความเข้มและสีที่ตัดกันอย่างชัดเจน  เริ่มจากวงกลางที่เป็นสีเทาคูลเกรย์ (Cool Grey) ที่มีความสะท้อนแสงในระดับหนึ่ง ถัดออกมาคือวงแหวนสีดำเข้มซึ่งบรรจุตัวเลขชั่วโมงเลขอารบิกขนาดใหญ่ และวงแหวนถัดมาคือทางรถไฟ (Railroad Track) สำหรับแสดงนาที ปิดท้ายด้วยวงแหวนวันที่สีเทาอ่อนที่ขอบนอกสุด 

การใช้โทนสีเทาและดำ หรือที่เรียกว่า “Tuxedo Style” นี้ มอบผลลัพธ์ที่มีความลึก (Depth) มากกว่าที่คาดไว้ เมื่อแสงตกกระทบหน้าปัด ส่วนที่เป็นสีเทาจะมีการเปลี่ยนโทนระหว่างสีเทาเย็นไปจนถึงสีครีมอ่อนๆ สร้างมิติที่น่าดึงดูดใจบนข้อมือ  การเติมแต่งด้วยสีแดงสปอร์ตบนวงแหวนวันที่และปลายเข็ม Pointer Date ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงาม แต่ยังเป็นการแยกแยะฟังก์ชันวันที่ออกจากฟังก์ชันบอกเวลาปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ดีไซน์นี้ปรากฏขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 Oris นำดีไซน์นี้กลับมาใช้อีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายในปี 1998 ก่อนที่จะหายไปจากคอลเลกชั่น

Oris Big Crown Bullseye 38mm ทูโทนสีเทาดำ พร้อมเข็ม Pointer Date สีแดง

ขณะนี้ ดีไซน์นี้กลับมาอีกครั้งใน Big Crown Pointer Date “Bullseye” นาฬิการุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Big Crown Pointer Date ขนาดตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรของOris Big Crown Pointer Date Bullseye ถือเป็น “Sweet Spot” หรือขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับยุคปัจจุบันที่เทรนด์นาฬิกาขนาดเล็กลงกำลังได้รับความนิยม  การวัดระยะจากขาถึงขา (Lug to Lug) อยู่ที่ 45.5 มิลลิเมตร ทำให้ตัวเรือนไม่ยื่นเกินข้อมือและสวมใส่สบาย  ขอบตัวเรือนแบบเซาะร่อง (Fluted Bezel) ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงามแบบคลาสสิกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ย้อนกลับไปถึงยุคที่นักบินต้องหมุนขอบตัวเรือนเพื่อช่วยในการคำนวณ 

สายนาฬิกา ORIS Big Crown Pointer Date Bullseye ทำจากหนังกวาง Cervo Volante แบบรักษ์โลก พร้อมระบบ Quick-change ORIS Big Crown Pointer Date Bullseye กลไก Oris Calibre 754 พร้อมโรเตอร์สีแดง Red Rotor สัญลักษณ์ของนาฬิกาอิสระ

“นาฬิกา Big Crown Pointer Date คือภาพสะท้อนของจิตวิญญาณแห่งความเป็นอิสระของ Oris” Ulrich W. Herzog ประธานบริษัท กล่าว “เวอร์ชั่นนี้เชื่อมโยงเข้ากับจิตวิญญาณแห่งยุคสมัย และตอกย้ำให้เห็นอีกครั้งว่าทำไม Big Crown จึงเป็นดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา”

การขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของกลไกอัตโนมัติ Calibre 754 ที่มาพร้อมกับโรเตอร์สีแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของ ORIS และสามารถมองเห็นผ่านทางฝาหลังแบบใส ส่วนกำลังสำรองของกลไกนั้นอยู่ที่ 41 ชั่วโมง

ORIS Big Crown Pointer Date Bulleye Ref. 754 7779 4061-07 5 19 25 มีราคาในเมืองไทยอยู่ที่ 93,900 บาท

รายละเอียดทางเทคนิค : ORIS Big Crown Pointer Date Bullseye

คุณสมบัติ รายละเอียดทางวิศวกรรมและวัสดุ
รหัสอ้างอิง (Reference Number) 754 7779 4061-07 5 19 25
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน 38.00 มิลลิเมตร
Lug to Lug  45.5 มิลลิเมตร
วัสดุตัวเรือน สเตนเลสสตีลแบบหลายชิ้น (Multi-piece stainless steel)
ความหนา (รวมกระจกแซฟไฟร์) 12.20 – 13.20 มิลลิเมตร (ขึ้นอยู่กับจุดที่วัด)
กระจกหน้า แซฟไฟร์ทรงโดมคู่ (Double-domed) เคลือบสารป้องกันการสะท้อนด้านใน
ฝาหลัง แบบขันเกลียว พร้อมกระจกใส Mineral Glass มองเห็นกลไก
กำลังสำรอง 41 ชั่วโมง
เม็ดมะยม แบบขันเกลียวขนาดใหญ่ (Screw-in security crown)
ความกว้างขาสาย (Lug Width) 19.00 มิลลิเมตร
กลไก อัตโนมัติ Calibre 754 แบบ Pointer Date
ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
การกันน้ำ 5 บาร์ / 50 เมตร (165 ฟุต)