Oris Aquis Depth Gauge ใช้ Passion นำแล้วจะดีเอง

0

ถือเป็นอีกครั้งที่เราต้องใช้ Passion นำหน้าในการตัดสินใจ เพราะถ้าเอาความคุ้มค่าจริงๆ แม้ว่า Tool Watch เรือนนี้จะเจ๋งขนาดไหน แต่ด้วยการจ่ายในระดับ 6 หลักเพื่อแลกกับฟังก์ชั่นที่เราๆ ท่านๆ แทบไม่ได้ใช้งาน มันก็เลยทำให้ความคุ้มค่ามีอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น

Oris Aquis Depth Gauge

Oris Aquis Depth Gauge ใช้ Passion นำแล้วจะดีเอง

  • เปิดตัวปลายปี 2013 และมาพร้อมแพ็คเกจสุดอลังการ

  • เป็นนาฬิกาดำน้ำแบบกลไกที่มีฟังก์ชั่นวัดระดับความลึก

  • กันน้ำได้ 500 เมตร

- Advertisement -

ความสามารถเพิ่มเติมของนาฬิกานอกเหนือจากการบอกเวลาแล้ว สำหรับพวกควอตซ์ หรือดิจิตอล มองในแง่ส่วนตัว ผมคิดว่ามันไม่มีความน่าตื่นตาตื่นใจสักเท่าไร เพราะสามารถนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความสามารถได้ง่ายและสะดวก แต่สำหรับสายอนุรักษ์นิยมอย่างพวกนาฬิกากลไกนี่สิ ถ้ามีฟังก์ชั่นอะไรที่แปลกใหม่เพิ่มเติมจากการบอกเวลาหรือระบบจับเวลา สิ่งเหล่านี้มักจะดึงดูดความสนใจผมได้เสมอ ส่วนจะได้ใช้หรือไม่นั้น อันนั้นเป็นประเด็นรองลงไปแล้ว เหมือนอย่างตอนที่ Oris เปิดตัว Aquis Depth Gauge ออกมาเป็นครั้งแรกเมื่อสัก 5 ปีที่แล้ว ผมถึงกับครางหงิงๆ แล้วตั้งปณิธานว่าจะต้องสอยเข้ามาอยู่ในกรุให้ได้

ถามว่าระบบวัดความลึกของการดำน้ำเป็นเรื่องใหม่หรือ ? คำตอบคือไม่ได้ใหม่อะไรเลย เพราะมันมีมานานแล้วตั้งแต่สมัยยุคทศวรรษที่ 1970 เพียงแต่ในช่วง 5 ปีที่แล้วตลาดตรงนี้ขาดแคลนของใหม่ และของที่มีอยู่อย่าง IWC Aqautimer Deep Three ก็เป็นอะไรที่เกินเอื้อมคนเบี้ยน้อยหอยน้อยอย่างผม ดังนั้น ตอนที่ Oris เปิดตัว Aquis Depth Gauge ออกมา มันถึงได้กระตุ้นต่อมอยากผมให้ทำงานได้ดีนักแล

ถาม (ต่ออีก) ว่า ผมได้ใช้ระบบนี้ไหม ? ตอบเลยว่าไม่เคย และคงไม่มีทาง เพราะผมไม่ใช่นักดำน้ำ หรือคนที่มีใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดแถวทะเล แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผมจะต้องปฏิเสธนาฬิกาดำน้ำไม่ใช่หรือ ? ผมชอบก็เพราะความสวย ส่วนฟังก์ชั่นก็เอาไว้คุยกับเพื่อน ดังนั้นงานนี้เหมือนกับหัวล้านได้หวีกลายๆ เพราะเท่ากับว่าผมกำลังจ่ายเงินจำนวนเฉียด 110,000 บาทตามราคาป้ายเพื่อการใช้งานในแบบ Aquis 3 เข็มรุ่นธรรมดาที่มีราคาถูกกว่าเกือบเท่าตัว

รุ่นที่ผมได้มาครอบครองเป็น Aquis Depth Gauge รุ่นแรกที่มี Ref. 7337675415442634EB โดยหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เปิดตัวทางเลือกที่ 2 ในแบบตัวเรือนรมดำและสายยางสีเหลืองออกมาขาย ซึ่งผมว่ามันก็สวยดีนะ แต่แค่ติดใจตรงที่ทำไมดันให้สายยางมา 2 เส้นแค่นั้นเองก็เลยดูแล้วไม่ค่อยคุ้มเท่าไร เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นแรกที่เป็นสายเหล็ก และแถมสายยางเอาไว้ใส่สลับ ส่วนอีกรุ่นที่ตามมาคือ Chronograph

สิ่งที่ทำให้ผมชอบและหลงใหล แน่นอนว่ามันคือเรื่องของฟังก์ชั่นวัดความลึก หรือ Depth Gauge ที่มีหลักง่ายๆ คือ การใช้แรงดันน้ำเป็นตัวทำหน้าที่ โดยเป็นการนำกฎ Boyle Mariotte Law เข้ามาปรับใช้ด้วยการให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่ช่องที่เจาะเอาไว้บริเวณกลางกระจกหน้าปัดตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา โดยแรงดันของน้ำจะเข้าไปดันอากาศที่อยู่ภายในช่องซึ่งจะแสดงความลึกให้เห็นได้จากจุดบรรจบของแถบสีเทาอ่อนกับแถบสีเทาเข้มบริเวณช่องรอบหน้าปัดโดยอ่านค่าจากสเกลบนขอบหน้าปัด ซึ่งสามารถวัดได้ลึกสุดถึง 100 เมตร และอาจจะเรียกว่ามากที่สุดเท่าที่มีอยู่ในตลาด เพราะขนาด Casio Frogman GWF-D1000 ยังวัดได้แค่ 80 เมตรเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ไอ้เจ้าระบบที่ผมชอบแต่ไม่ได้ใช้ก็เหมือนกับเป็นดาบสองคมในตัว เพราะดูเหมือนว่ารูที่ปรากฏอยู่บนกระจกและเปิดแบบเสรีตลอดเวลา เมื่อไม่ได้ใช้นานๆ อาจจะทำให้เกิดการหลุดเข้าไปของฝุ่นหรืออะไรที่มีขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบได้ เพราะฟังก์ชั่นนี้ไม่มีการเอาฝามาปิด ซึ่งดูเหมือนว่าทาง Oris เองก็อาจจะคิดมาแล้วในแง่ของความกังวลของลูกค้า พวกเขาก็เลยมีชุดทำความสะอาดที่เป็นกระบอกฉีดยาขนาดเล็กพร้อมกับสายยางที่เอาไว้ใช้แหย่ลงไปที่รู แต่เท่าที่ได้มาก็ยังไม่เคยลองตรงนี้เลยนะ

Oris Aquis Depth Gauge

Oris Aquis Depth Gauge

Oris Aquis Depth Gauge

Oris Aquis Depth Gauge

Oris Aquis Depth Gauge

Oris Aquis Depth Gauge

เอาละถ้าตัดเรื่องฟังก์ชั่นที่ดูเทพ แต่ผมแทบไม่ได้ใช้ออกไปแล้ว Oris Aquis Depth Meter ก็เหมือนกับนาฬิกา 3 เข็มทั่วไป ตัวเรือนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 46 มิลลิเมตร และ Lug-to-Lug ในระดับ 54 มิลลิเมตร อาจจะดูยาว แต่ด้วยการออกแบบขาสายที่งุ้มลง ทำให้ผมรู้สึกสวมใส่แล้วค่อนข้างเข้าและกระชับกับข้อมือ

บนหน้าปัดเด่นกับขอบนอกที่เป็นตัวมาตรวัดระดับความลึกที่ถูกออกแบบให้เป็นสีเหลืองตัดกับพื้นหน้าปัดสีดำออกด้านๆ ซึ่งว่ากันว่าช่วยลดแสงสะท้อน ขณะที่ชุดเข็มทรงดาบแม้ว่าจะดูคล้ายกับ Aquis รุ่นปกติ แต่ก็ย่อขนาดลงมา ทำให้ดูแล้วลงตัวกว่าเยอะ โดยที่ช่อง Date ยังอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

ตัวกระจกแบบแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2  ฝั่งมากับขนาดที่หนากว่าปกติ ซึ่ง Oris บอกว่าหนากว่ากระจกที่ใช้อยู่กับนาฬิกาดำน้ำรุ่นปกติอยู่ 50% เลยทีเดียว ซึ่งเหตุผลก็น่าจะมาจากการที่จะต้องเซาะร่องเพื่อเปฌ็นรูให้น้ำไหลเข้ามาก็เลยต้องการอะไรที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ขณะที่บนหน้าปัดแม้ว่าจะบอกว่ากันน้ำได้ 500 เมตร แต่รุ่นนี้ไม่มี Helium Valve แต่อย่างใด

Oris Aquis Depth Gauge

เรื่องของขาสายและสายยางของ Oris เป็นอะไรที่ถูกใจและขัดใจผมมาตลอด เพราะจากการออกแบบให้ขาสายมีรูปแบบเฉพาะทำให้ผมหมดสนุกกับการหาสายหนังสวยๆ มาเปลี่ยน  ขณะที่สายยางแบบใหม่ที่สามารถปรับละเอียดได้นั้นถือว่ามีความสะดวกอย่างมากในการปรับให้เหมาะกับข้อมือโดยที่ไม่ต้องตัดสายเหมือนกับสายยางรุ่นเก่าๆ ที่แฟน Oris บ่นกันฮึม แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบคือ สายด้านในมักจะยาวและปลิ้นออกมาเสมอเวลาที่รัดแน่นๆ โดยตัวสายยางยังมีกลิ่น Oreo อันเป็นเอกลักษณ์ของ Oris เหมือนเดิม

สำหรับตัวกลไกของรุ่นนี้เป็น Oris 733 ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Selitta 200 ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจาก ETA2824 อีกทีหนึ่ง ดังนั้นหมดห่วงในเรื่องของการดูแลรักษา และความทนทานในการใช้งาน เพียงแต่กลไกนี้มีระดับการสำรองพลังงานต่ำไปสักหน่อย เพียงแค่ 38 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

มีอยู่ 2 สิ่งที่ขัดใจผมสำหรับนาฬิการุ่นนี้คือ การออกแบบให้การเปลี่ยนสายยุ่งยากและเสี่ยงต่อการเกิดรอย เพราะว่าใช้น็อตหัวแบนทั้ง 2  ฝั่ง ซึ่งถ้าคุณต้องการเปลี่ยนสายก็ต้องใช้ไขขวง 2 ตัวแหย่เข้าไปและหมุนไปคนละทาง เพื่อคลายเกลียว หรือไม่ก็ต้องใช้ชุดคิตของการเปลี่ยนสายให้เป็น เพราะเท่าที่ได้มาผมลองพยายามเล่นกับเจ้าชุดคิตนี้แล้ว ผมว่ายากกว่าการใช้ไขขวงไข 2 ฝั่งเสียอีก

Oris Aquis Depth Gauge
Oris Aquis Depth Gauge ใช้ Passion นำแล้วจะดีเอง

Oris Aquis Depth Gauge
Oris Aquis Depth Gauge ใช้ Passion นำแล้วจะดีเอง

Oris Aquis Depth Gauge
Oris Aquis Depth Gauge ใช้ Passion นำแล้วจะดีเอง

อีกเรื่องคือ น้ำหนักตัวที่ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากตัวเรือนผลิตจากสแตนเลสและค่อนข้างใหญ่ บอกเลยว่าถ้าจับคู่กับสายเหล็กเนี่ย มีสิทธิ์เมื่อยข้อมือแน่ๆ หลังใส่ไปได้สักระยะ ถ้าคุณเคยชินก็จบ แต่ถ้ายังรู้สึกเป็นภาระข้อ ความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนสายถือเป็นอะไรที่เป็นข้อด้อยสุดๆ ของนาฬิกาในกลุ่มดำน้ำจาก Oris ซึ่งก็ยังดีที่ Aquis Depth Gauge มีสายยางมาให้ในเซ็ต เพราะถ้าซื้อเพิ่มเติมตอนหลัง บอกได้คำเดียวว่ามีจุกกับราคาแบบ 5 หลักที่แม้ว่าจะนำหน้าด้วยเลข 1 แต่ก็ยังทำเอาสะดุ้งได้ (เพราะผมเคยโดนมาแล้ว) ครั้นจะลองเปลี่ยนเป็นสายหนังแบบบังคับช่างให้ตัดให้ ผมลองเห็นหลายเรือนละ บอกได้คำเดียวว่า กลับไปเมื่อยข้อใส่สายเหล็กเหมือนเดิมดีกว่า

มาถึงบรรทัดสุดท้ายกับค่าตัวในระดับ 109,900 บาท (ซึ่งผมเชื่อว่าแฟนๆ Oris สามารถหาส่วนลดและดีลดีๆ ได้ไม่ยาก) บอกได้คำเดียวเลยว่า ไม่คุ้มอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ออฟฟิศ เพราะราคาที่แพงคือ การจ่ายเพื่อฟังก์ชั่นที่คุณไม่ได้ใช้ ดังนั้น สิ่งเดียวที่จะทำให้ดีลนี้สร้างความสบายใจให้คุณคือ ต้องใช้ Passion นำหน้าสถานเดียวเท่านั้น

รายละเอียดทางเทคนิค : Oris Aquis Depth Gauge

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง : 46 มิลลิเมตร
  • หนา : 13 มิลลิเมตร
  • Lug-to-Lug : 54 มิลลิเมตร
  • ระดับการกันน้ำ : 500 เมตร
  • กลไก : Oris 733 บนพื้นฐาน Selitta SW200
  • สำรองพลังงาน : 38 ชั่วโมง
  • กระจก : แซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน
  • จุดที่ประทับใจ : ฟังก์ชั่น แพ็คเกจ หน้าตาโดยรวม
  • จุดที่ไม่ประทับใจ : น้ำหนัก ความยุ่งยากในการเปลี่ยนสาย และราคา