Mido เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับคอลเล็กชั่น Ocean Star ด้วยฟังก์ชั่น Worldtimer พร้อมรูปลักษณ์ที่ให้อารมณ์ในสไตล์ย้อนยุค โดยขอบตัวเรือนมีการระบุชขื่อเมืองต่างๆ ที่ใช้ในการอ้างอิงของเขตโซนเวลา เพื่อทำให้ผู้ใช้งานทราบถึงเวลาของเมืองต่างๆ ได้ และตัวเรือนขนาด 40.5 มิลลิเมตรมาพร้อมกับสาย 3 เส้นและ Bund ซึ่งเป็นแผ่นหนังเอาไว้สำหรับรองตัวนาฬิกา

Mido Ocean Star Worldtimer ย้อนยุคบนความร่วมสมัยสำหรับนักเดินทาง
-
ทางเลือกใหม่สำหรับคอลเล็กชั่น Ocean Star ด้วยฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์สำหรับนักเดินทาง
-
ขอบตัวเรือนมีการระบุชขื่อเมืองต่างๆ ที่ใช้ในการอ้างอิงของเขตโซนเวลา เพื่อทำให้ผู้ใช้งานทราบถึงเวลาของเมืองต่างๆ ได้
-
ตัวเรือนขนาด 40.5 มิลลิเมตรมาพร้อมกับสาย 3 เส้นและ Bund ซึ่งเป็นแผ่นหนังเอาไว้สำหรับรองตัวนาฬิกา
ที่ผ่านมาคอลเล็กชั่น Ocean Star ของ Mido มีมากมายหลายทางเลือกของรุ่นย่อย แต่นี่คือครั้งแรกที่มีการเปิดตัวเวอร์ชัน Worldtimer แบบเพียวๆ ผ่านทางออกสู่ตลาด กับ Mido Ocean Star Worldtimer นาฬิกาที่ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจย้อนยุคกับงานดีไซน์บนหน้าปัดที่ให้อารมณ์ในยุค 1970 พร้อมกับสายหนังที่มีให้สัมผัสถึง 3 เส้นและมาพร้อมกับแผ่นหนังสำหรับรองตัวเรือนที่เรียกว่า Bund

จริงๆ แล้วคอลเล็กชั่น Ocean Star มีเวอร์ชัน GMT จำหน่ายอยู่แล้ว และมีการเพิ่มขึ้นความสามารถในการทำงานมากขึ้นกับรุ่น Decompressor ที่มีการใช้ขอบตัวเรือนแบบ Worldtimer เพื่อทำงานร่วมกับหลักชั่วโมงปกติและเข็ม GMT แต่สำหรับรุ่น Worldtimer แบบเพียวๆ ที่อาศัยขอบตัวเรือนทำงานร่วมกับหลักชั่วโมงเพียงอย่างเดียว คงต้องบอกว่านี่คือครั้งแรกที่ Mido นำมาใช้กับนาฬิการุ่นนี้
นับตั้งแต่ปี 1944 คอลเลกชั่น Ocean Star ได้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญระดับตำนานของ Mido ในด้านคุณสมบัติการกันน้ำ ในปี 1930 แบรนด์ได้เป็นผู้บุกเบิกด้วยระบบ Aquadura และได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งนาฬิกากันน้ำ” ในช่วงทศวรรษ 1980 ความเชี่ยวชาญนี้เป็นที่โดดเด่นสะดุดตา และถูกนำมาใช้กับนาฬิการุ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการกันน้ำ
![]() |
![]() |
สำหรับ Ocean Star Worldtimer Ref. M026.830.16.030.00 มีตัวเรือนขนาด 40.5 มิลลิเมตรมากับสายหนังที่มีให้เลือก 3 เส้น คือ สายเรียบ สายหนังสีดำเย็บตะเข็บสีแดง และสายสปอร์ตที่เย็บซับในด้วยด้ายสีขาว โดยจะมีแผ่นรองที่ทำจากหนังสีดำ ซึ่งเรียกว่า Bund เพิ่มมาให้เพื่อระลึกถึงนาฬิกาแห่งการผจญภัยของนักบินในสมัยก่อน
![]() |
![]() |
ขอบตัวเรือนแบบหมุนทางเดียวมาพร้อมกับอินเสิร์ตอะลูมิเนียมสีดำ ที่มีการวางตำแหน่งเมืองสำคัญทั่วโลก ที่ใช้ในการอ้างอิงเรื่องของโซนเวลา เพื่อใช้ในการเทียบเวลาทั่วโลกกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ฝาหลังแบบขันเกลียวสแตนเลส ประทับลายปลาดาวขัดเงานูน และมีความสามารถในการกันน้ำ 200 เมตร
ให้ความสะดวกและความชัดเจนในการอ่านค่าต่างๆ บนตัวนาฬิกา โดยผสานความเป็นเลิศแบบดั้งเดิมเข้ากับคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงและเสน่ห์แบบฉบับดั้งเดิม หน้าปัดสีเงินขัดเงาแบบ “กำมะหยี่” โดดเด่นด้วยลายตารางหมากรุกสีดำและแดงเพื่อบอกเวลา พร้อมโลโก้ MIDO สไตล์วินเทจ กระจกแซฟไฟร์สไตล์ “Glassbox” หรือทรงยกสูง สะท้อนความงามแบบวินเทจยุค 1970
![]() |
![]() |
![]() |
ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ MIDO Caliber 80 พัฒนาพื้นฐานจาก ETA C07.621 ใช้ใยนาฬิกาที่ผลิตจาก Nivachron เพื่อความเที่ยงตรง และลดผลกระทบอันเป็นผลมาจากสนามแม่เหล็ก และมีกำลังสำรองอยู่ในระดับ 80 ชั่วโมง แม้จะถูกปกปิดด้วยฝาหลังแบบขันเกลียว แต่ยังคงตกแต่งด้วยลวดลายโกตส์ เดอ เฌอแนฟ (Côtes de Genève) และสลักโลโก้ Mido ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการตกแต่งอย่างประณีต
![]() |
![]() |
สำหรับ Mido Ocean Star Worldtimer พร้อมทำตลาดแล้ว โดยมีราคาอยู่ที่ 37,000 บาท
รายละเอียดทางเทคนิค : Mido Ocean Star Worldtimer
- เส้นผ่านศูนย์กลาง :5 มิลลิเมตร
- Lug to Lug :04 มิลลิเมตร
- ความหนา :4 มิลลิเมตร
- ความกว้างขาสาย : 21 มิลลิเมตร
- วัสดุตัวเรือน : สเตนเลสสตีล
- กระจก : Sapphire Box Shape
- กลไก : Calibre 80 อัตโนมัติ
- ความถี่ : 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง
- กำลังสำรอง : 80 ชั่วโมง
- ความถี่ : 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง
- การกันน้ำ : 200 เมตร
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline























