หลังจากเปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อปี 2025 ในตอนนี้ Louis Erard เพิ่มสีสันใหม่ให้กับคอลเล็กชั่น 2340 ด้วยสีม่วงอ่อน หรือ Mauve และสีเขียวอ่อน Forest บนตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ไทเทเนียมขัดลายซาตินผสานสเตนเลสสตีลขัดเงา ขนาด 40 มิลลิเมตร และขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่มีกำลังสำรอง 56 ชั่วโมง

Louis Erard 2340 เพิ่ม 2 สีใหม่รับซัมเมอร์
-
ต่อยอดจากคอลเล็กชั่น 2340 ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2025
-
ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตรมาในแบบ Integrated Bracelet
-
2 สีสันใหม่ของหน้าปัดคือ Mauve และ Forest
Louis Erard เผยโฉมสองเฉดสีใหม่ภายใต้คอลเลกชั่น 2340 คือ“Mauve” สีม่วงอ่อนที่ดูนุ่มนวลมีมิติ พร้อมลวดลายปั๊มทรงรีคล้ายแคปซูล และ “Forest” สีเขียวเข้มสไตล์กราฟิกโดดเด่นด้วยลายเส้นแนวนอน โดยนาฬิกาทั้งสองรุ่นยังคงสะท้อนแนวคิดการออกแบบดั้งเดิมที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2025
![]() |
![]() |
นาฬิกา 2340 เป็นการสร้างสรรค์เพื่อสื่อถึงทิศทางการออกแบบใหม่ของแบรนด์และเมืองบ้านเกิด โดยตัวเลข 2340 คือรหัสไปรษณีย์ที่กลายมาเป็นชื่อของคอลเลกชั่น และตั้งชื่อตาม 2340 Le Noirmont เมืองบ้านเกิดของ Louis Erard บนเทือกเขา Jura ของสวิตเซอร์แลนด์ คอลเล็กชั่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2025 พร้อมนิยามทิศทางการออกแบบใหม่ของแบรนด์ ผ่านนาฬิกาที่มาพร้อมสายแบบ Integrated ดีไซน์สปอร์ต และการให้ความสำคัญกับวัสดุ
![]() |
![]() |
“คอลเลกชั่น 2340 เริ่มต้นจากพื้นฐานสำคัญ อย่างตัวเรือนและสาย ที่นำเสนอในสัดส่วนที่ถูกออกแบบไว้อย่างลงตัว และสำหรับสีใหม่อย่าง Mauve และ Forest ทาง Louis Erard ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหลักเหล่านั้น แต่เลือกปรับรายละเอียดบนหน้าปัด ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ที่สามารถเปลี่ยนบุคลิกของนาฬิกาได้อย่างชัดเจน โดย Mauve ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมีจังหวะที่ดูพลิ้วไหว ส่วน Forest มอบลุคที่ลุ่มลึกและโดดเด่นในแบบกราฟิก แม้จะอยู่บนพื้นฐานเดียวกันของตัวเรือน 2340 แต่ทั้งสองสีต่างถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และนี่คือแนวทางของ Louis Erard ที่เชื่อว่ารายละเอียดเล็กน้อย สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้”Manuel Emch ผู้ก่อตั้งแบรนด์กล่าว
![]() |
![]() |
2340 ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสะท้อนแนวคิดด้านดีไซน์ของ Louis Erard ผ่านสายแบบ Integrated ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ตัวเรือนแบบไฮบริด และรูปทรงที่บางเฉียบ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ขอบตัวเรือนขัดเงาที่ช่วยให้เส้นสายด้านข้างดูต่อเนื่อง ไปจนถึงการซ่อนจุดเชื่อมต่อของโครงสร้างไว้อย่างแนบเนียน วัสดุ รูปทรง และพื้นผิวต่าง ๆ ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันเป็นภาษาดีไซน์เดียวกัน โดยตัวเรือนไทเทเนียมช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความสบายในการสวมใส่ ขณะที่สเตนเลสสตีลขัดเงาช่วยเพิ่มความคมชัดให้กับเส้นสายของนาฬิกา ส่วนสายยังช่วยสร้างความต่อเนื่องให้ภาพรวมทั้งหมดดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่เป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตัวเรือนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร โครงสร้างผสานวัสดุไฮบริดระหว่างไทเทเนียมขัดลายซาตินเพื่อลดน้ำหนัก และสเตนเลสสตีลขัดเงาเพื่อเน้นความเฉียบคมของเส้นสาย จับคู่กับสายแบบ Integrated รุ่นแรกของแบรนด์ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรวม 92 ชิ้น มอบความกลมกลืนและเบาสบายบนข้อมืออย่างลงตัว
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นาฬิกาทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันผ่านตัวเรือนที่บางเฉียบเพียง 8.95 มิลลิเมตร ซึ่งติดตั้งกลไกอัตโนมัติ Sellita คาลิเบอร์ SW300-1 ความหนาเพียง 3.60 มิลลิเมตร (ระดับ élaboré grade) ให้พลังงานสำรองประมาณ 56 ชั่วโมง พร้อมโรเตอร์ฉลุพิเศษตกแต่งสัญลักษณ์ด้วยแลคเกอร์สีดำ
ด้านหน้าปัดเคลือบแลคเกอร์หลากมิติ ปกป้องด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมหลักชั่วโมงและเข็มชุบโรเดียมแบบไดมอนด์คัต เคลือบสารเรืองแสง SLN-C1 สีน้ำเงิน สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 5 บาร์ (50 เมตร) ถ่ายทอดความเชื่อของแบรนด์
และ Manuel Emch ที่ว่ารายละเอียดเล็กน้อยบนหน้าปัดสามารถเปลี่ยนบุคลิกและอารมณ์ของงานดีไซน์ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างหลัก ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพลักษณ์และภาษาดีไซน์เดียวกันที่ไม่มีรายละเอียดใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ช่องทางการจัดจำหน่าย:
ผู้ที่สนใจสัมผัสเรือนจริงของ Louis Erard 2340 Mauve และ Forest มีราคาเท่ากันที่ 154,000 บาท สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ PMT The Hourglass โทรศัพท์: 02 610 9828
ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)
- คอลเล็กชั่น: Louis Erard 2340 (สี Mauve และ สี Forest)
- เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40 มิลลิเมตร
- ความหนา: 8.95 มิลลิเมตร
- Lug to Lug: 41.5 มิลลิเมตร
- วัสดุตัวเรือนและสาย: ไทเทเนียมขัดลายซาติน ผสานสเตนเลสสตีลขัดเงา
- กระจกหน้าปัด: คริสตัลแซฟไฟร์ (Sapphire) เคลือบกันแสงสะท้อน
- กลไก: อัตโนมัติ Sellita คาลิเบอร์ SW300-1 (élaboré grade)
- ความถี่กลไก: 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz)
- กำลังสำรองพลังงาน: 56 ชั่วโมง
- การกันน้ำ: 50 เมตร (5 บาร์)
- ราคา: 154,000 บาท
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline






























