Longines พาคุณย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของเรือนเวลาดำน้ำสุดคลาสสิคของแบรนด์อย่าง Legend Diver ที่เปิดตัวในปี 1959 ด้วยรุ่น Legend Diver 59 นาฬิกาที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยอ้างอิงแรงบันดาลใจของดีไซน์จาก Legend Diver รุ่นแรกด้วยหน้าปัดแบบ No Date มากับตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตรพร้อมกับสาย Milnese และสายยาง ขับเคลื่อนด้วยกลไก L888.6 ที่มีความเที่ยงตรงระดับ Chronometer และการกันน้ำ 300 เมตร

Longines Legend Diver 59 กลิ่นอายดั้งเดิมเพิ่มเติมด้วยความทันสมัย
-
นาฬิกาที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยอ้างอิงแรงบันดาลใจของดีไซน์จาก Legend Diver รุ่นแรกในปี 1959
-
มากับตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตรพร้อมกับสาย Milnese และสายยาง
-
ขับเคลื่อนด้วยกลไก 6 ที่มีความเที่ยงตรงระดับ Chronometer และการกันน้ำ 300 เมตร
หากจะพูดถึงหนึ่งในเรือนเวลาดำน้ำที่มีประวัติศาสตร์และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สุดในโลก ย่อมต้องมีชื่อของ Longines Legend Diver อยู่ในอันดับต้น ๆ ล่าสุด Longines พาทุกคนย้อนเวลากลับสู่จุดเริ่มต้นในปี 1959 อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Longines Legend Diver 59 นาฬิกาดำน้ำรุ่นพิเศษที่ผสานดีไซน์หน้าปัดแบบ No Date ดั้งเดิม เข้ากับเทคโนโลยีกลไกยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Highlight สำคัญของ Longines Legend Diver 59
- Heritage Design: ถอดรหัสดีไซน์จาก Legend Diver รุ่นแรกในปี 1959 ด้วยหน้าปัดแบบ “ไม่มีวันที่” (No Date)
- Modern Dimensions: ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร จัดเต็มด้วยสายสเตนเลสถัก (Milanese) และสายยาง Tropical ในเซ็ตเดียว
- High Performance: ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติ L888.6 เที่ยงตรงระดับ Chronometer และกันน้ำลึกถึง 300 เมตร
![]() |
![]() |
ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิสเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการกันน้ำในช่วงทศวรรษที่ 1910 และถือเป็นจุดเริ่มต้นในการนำไปสู่พัฒนาการของการสร้างารรค์นาฬิกาดำน้ำ โดยทาง Longines ผลิตนาฬิกาที่มีความสามารถในการกันน้ำเรือนแรกเมื่อทศวรรษที่ 1910 และในปี 1937 พวกเขาได้เปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรกที่มาพร้อมกับ Pusher ซึ่งสามารถกันน้ำได้ ซึ่งได้รับสิทธิบัตรในปีถัดมา
ในช่วงทศวรรษ 1940 Longines ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานร่วมกับ UK Hydrographic Institute หรือสถาบันอุทกศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อออกแบบนาฬิกาข้อมือสำหรับใช้ในการดำน้ำเรือนแรก เพื่อส่งต่อให้กับนักดำน้ำของกองทัพเรืออังกฤษ
ในช่วงนั้นการดำน้ำเป็นกิจกรรมของทหารและนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ในที่สุดการดำน้ำก็กลายเป็นกิจกรรมสันทนาการที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมและชื่นชอบมากขึ้น การสำรวจทะเลลึกเริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากอุปกรณ์ เช่น อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำแบบวงจรเปิด (Scuba) หรือ Aqualung เรกูเลเตอร์ หน้ากาก และตีนกบ เพื่อใช้ในการดำน้ำแล้ว การดำน้ำยังต้องการอุปกรณ์ทางเทคนิคอื่นๆ เช่น เกจ์วัดความลึก เกจ์วัดความดัน และนาฬิกาดำน้ำที่เชื่อถือได้สำหรับจับเวลาในการดำน้ำได้อย่างแม่นยำ
![]() |
![]() |
กว่าจะมาเป็น Legend Diver ที่ครองใจนักสะสมมานานกว่า 6 ทศวรรษ Longines ได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกากันน้ำมาอย่างยาวนาน:
-
ทศวรรษ 1910: เริ่มผลิตนาฬิกาข้อมือที่มีความสามารถในการกันน้ำเรือนแรกของแบรนด์
-
ปี 1937: เปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรกของโลกที่มาพร้อมปุ่มกด (Pusher) กันน้ำ (ได้รับสิทธิบัตรในปี 1938)
-
ทศวรรษ 1940: ร่วมมือกับ UK Hydrographic Institute (สถาบันอุทกศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร) ออกแบบนาฬิกาดำน้ำเพื่อส่งมอบให้กองทัพเรืออังกฤษ
-
ปี 1958: เปิดตัว Nautilus Skin Diver รองรับการกันน้ำ 12 บาร์ (120 เมตร) พร้อมสายเหล็กปรับละเอียดสำหรับสวมทับชุด Wet Suit
-
ปี 1959: กำเนิด Legend Diver รุ่นแรก นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อการสำรวจใต้น้ำโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดหมุนได้ภายในกระจก (Internal Rotating Bezel) ควบคุมผ่านเม็ดมะยมตำแหน่ง 2 นาฬิกา ซึ่งเป็นไอเดียที่คิดค้นมาตั้งแต่ปี 1936
ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบ Super Compressor ที่มีเม็ดมะยมคู่ขันเกลียวนี้ ทำให้นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ จนถูกนำกลับมารีไอคอนิกอีกครั้งในปี 2007 และยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งจนถึงปัจจุบัน
Legend Diver เป็นสัญลักษณ์ของ Longines มากว่า 6 ทศวรรษ และได้สร้างชื่อเสียงอันโดดเด่นในประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกากับการบุกเบิกตลาดนาฬิกาดำน้ำด้วยตัวเรือนในแบบ Super Compressor ซึ่งมี 2 เม็ดมะยมแบบขันเกลียว ซึ่งเม็ดมะยมด้านบนจะใช้สำหรับการปรับตั้งเวลาในการดำน้ำ และจากรูปทรงที่มีเอกลักษณ์ทำให้ในปี 2007 Longines ได้นำชื่อของ Legend Diver กลับมาสู่ตลาดอีกครั้ง และอยู่ยาวจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
Longines Legend Diver 59 (Ref. Ref. L3.795.4.59.9) เป็นการนำเสนอรูปลักษณ์และรูปแบบดั้งเดิมของคอลเล็กชั่นนี้ที่เปิดตัวในปี 1959 ผ่านการผลิตและใช้กลไกที่มีความทันสมัยเพื่อให้รองรับกับการใช้งานได้ เรียกว่าเป็นการผสานอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
![]() |
![]() |
ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร มาพร้อมสายสเตนเลสถัก หรือ Milanese หน้าปัดสีดำแบบมีลายช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนและคมชัดเป็นพิเศษ พร้อมทั้งคงเอกลักษณ์ของคอลเลกชันไว้อย่างครบถ้วน ดัชนีสีขาวและตัวเลขอาหรับนูน จับคู่กับเข็มนาฬิกาแบบด้าน เคลือบด้วย Super-LumiNova® โทนสี “Light Old Radium” เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนในทุกสภาพแวดล้อม คุณสมบัติเพื่อความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับนักดำน้ำคือเข็มวินาทีที่มีปลายเรืองแสง ซึ่งช่วยยืนยันว่านาฬิกายังทำงานอยู่ แม้ในที่มืด พร้อมกับกระจก Sapphire ทรงโดมที่มีการเคลือบสารกันการสะท้อนแสง ทำให้สามารถมองรายละเอียดบนหน้าปัดได้อย่างชัดเจนแม้ว่าจะอยู่ใต้น้ำ
สิ่งที่น่าสนใจคือ ขุมพลังกลไก L888.6 เที่ยงตรงระดับ Chronometer หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนนาฬิกาเรือนนี้คือ กลไกอัตโนมัติรหัส L888.6 ซึ่งผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับสูงสุด
-
ความเที่ยงตรงมาตรฐานโครโนมิเตอร์: กลไกชุดเดียวกับที่เคยอยู่ในรุ่นขนาด 39 มม. นำมาจัดวางในรูปแบบ No Date ย้อนยุค
-
พลังงานสำรองยาวนาน: สำรองพลังงานได้สูงถึง 72 ชั่วโมง (3 วันเต็ม)
-
ทนทานต่อสนามแม่เหล็ก: ติดตั้งใยนาฬิกา (Hairspring) ที่ผลิตจาก ซิลิคอน (Silicon) ได้มาตรฐานการต้านทานสนามแม่เหล็ก ISO 764
-
มาตรฐานนาฬิกาดำน้ำระดับสากล: ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 6425 กันน้ำ 300 เมตร โดยทาง Longines ได้ผ่านการทดสอบแรงดันเพิ่มพิเศษถึง +25% จากสเป็กระบุ เพื่อการันตีความอึดในทุกสภาวะสมบุกสมบัน

Longines Legend Diver 59 มาพร้อมกับแพ็คเกจกล่องสุดพิเศษ ภายในเซ็ตประกอบด้วยนาฬิกาสายถัก Milanese, สายยาง Tropical เพิ่มเติม และเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนสาย โดยเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 132,600 บาท และที่สำคัญคือ ไม่ได้จำกัดจำนวนการผลิต (Non-Limited Edition) ทำให้นักสะสมและผู้ที่รักนาฬิกาวินเทจไดเวอร์สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้อย่างทั่วถึง
ตารางสรุปข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)
| คุณสมบัติ (Features) | รายละเอียด (Specifications) |
| ชื่อรุ่น (Model) | Longines Legend Diver 59 (Ref. L3.795.4.59.9) |
| ขนาดตัวเรือน (Diameter) | 42 มิลลิเมตร |
| ระยะขาถึงขา (Lug to Lug) | 50.1 มิลลิเมตร |
| ความหนา (Thickness) | 12.85 มิลลิเมตร |
| ความกว้างขาสาย (Lug Width) | 22 มิลลิเมตร |
| วัสดุตัวเรือน (Case Material) | สเตนเลสสตีล (Stainless Steel) |
| กระจกหน้าปัด (Crystal) | Sapphire ทรงโดม เคลือบสารกันสะท้อนแสง (Anti-reflective coating) |
| กลไก (Movement) | อัตโนมัติ (Automatic) รหัส L888.6 (Chronometer Certified) |
| ความถี่ (Frequency) | 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง (vph) |
| พลังงานสำรอง (Power Reserve) | 72 ชั่วโมง |
| การกันน้ำ (Water Resistance) | 300 เมตร (มาตรฐาน ISO 6425 ทดสอบแรงดันพิเศษ +25%) |
| การป้องกันสนามแม่เหล็ก | มาตรฐาน ISO 764 (Silicon Hairspring) |
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline


















