Jaeger LeCoultre Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco’ Series ความงามอย่างเรียบง่ายบนตัวเรือนทอง

0

Jaeger LeCoultre นำคุณย้อนกลับสู่ตความรุ่งเรืองของยุค Art Deco ในช่วงทศวรรษที่ 1920-1930 ด้วยคอลเล็กชั่น Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco’ Series ซึ่งมีให้เลือก 3 รุ่นย่อยผ่านทางวัสดุตัวเรือนอย่าง Pink Gold และ White Gold โดยทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน Calibre 822 ที่มีกำลังสำรอง 42 ชั่วโมง ทั้งแบบ 2 เข็ม และ 2 เข็มครึ่ง และมีไฮไลท์อยู่ที่รุ่น ‘Or Deco Cocktail’ มาพร้อมกับการประดับอัญมณีทรง Baguette 3 แบบใน 3 รุ่นคือ ทับทิม มรกต และไพลิน ที่ประดับอยู่ระหว่างร่องบนและล่างของหน้าปัด

- Advertisement -

นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำ

Jaeger LeCoultre Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco’ Series ความงามอย่างเรียบง่ายบนตัวเรือนทอง

  • คอลเล็กชั่นใหม่ที่นำเสนอความงามแบบเรียบง่ายใน 3 รูปแบบของวัสดุตัวเรือนอย่าง Pink Gold และ White Gold

  • ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน Calibre 822 ที่มีกำลังสำรอง 42 ชั่วโมง ทั้งแบบ 2 เข็ม และ 2 เข็มครึ่ง

  • ทุกรุ่นมีการผลิตในแบบจำกัดจำนวน ยกเว้น Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco Solo Tempo’ ที่ไม่ได้มีการระบุตัวเลขการผลิต

แน่นอนว่าทองในรูปแบบต่างๆ คือ วัสดุที่ทาง Jaeger LeCoultre นำมาใช้ในการผลิตเรือนเวลาของ Reverso มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ถ้าความต้องการของคุณคือ ความเรียบง่ายในสไตล์ Monochrome

นี่คือ ซีรีส์ที่น่าสนใจ เพราะช่างฝีมือของ Jaeger LeCoultre ได้นำแนวคิดของการสร้างสรรค์ครั้งใหม่มาใช้กับเรือนเวลาในคอลเล็กชั่นนี้จนได้ Jaeger LeCoultre Reverso Monoface ‘Or Deco’ Series เรือนเวลาที่มีทั้งตัวเรือนทองแบบเรียบง่าย และการประดับอัญมณีเพื่อยกระดับความสวยงาม

นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำ นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco
นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำ นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco Cocktail ประดับอัญมณีทรง Baguette นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco Cocktail ประดับอัญมณีทรง Baguette

สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ถือเป็นการย้อนรำลึกถึงยุคทองของนาฬิกาแบบ Gem-set cocktail watches ที่ถือกำเนิดจากขบวนการArt Deco ซึ่งปรากฏครั้งแรกในทศวรรษ 1920 และเฟื่องฟูอย่างแท้จริงในช่วงทศวรรษ 1930

โดย Jaeger LeCoultre นำเสนอทางเลือกด้วยกัน 5 รุ่นย่อยจาก 3 แบบหลักซึ่งนาฬิกาทุกเรือนจะขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน Calibre 822 ที่มีกำลังสำรอง 42 ชั่วโมง ซึ่งจะมาพร้อมกับการนำเสนอเวลาในรูปแบบ 2 เข็ม และ 2 เข็มครึ่งหรือ Small Second

Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco Solo Tempo’ (Ref.Q716216J) มากับตัวเรือนขนาด 40.1×24.4 มิลลิเมตร ที่มีความหนาเพียง 7.56 มิลลิเมตรเท่านั้น ตัวเรือนและสายแบบ Milanese ผลิตจากทองคำ Pink Gold 18k (750/1000) แสดงเวลาในแบบ 2 เข็ม

ขณะที่รุ่น Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco’ (Ref. Q713312J) มากับตัวเรือนที่ใหญ่กว่า ด้วยไซส์ 45.6×27.4 มิลลิเมตร ส่วนความหนาเท่ากัน โดยเรือนนี้จะผลิตด้วยทองคำขาว White Gold 18k (750/1000) แสดงเวลาในแบบ 2 เข็มครึ่ง หรือ Small Second

นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำนาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำนาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco

ส่วนอีก 3 รุ่นจะอยู่ในเซ็ต Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco Cocktail’ มาพร้อมกับการประกับอัญมณีทรง Baguette ที่ประดับอยู่ระหว่างร่องบนและล่างของหน้าปัด ช่วยเสริมความโดดเด่นของรูปทรงเรขาคณิตของ Reverso และสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนกับตัวเรือนทองคำขัดเงาและสายนาฬิกาแบบ Milanese

นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco Cocktail ประดับอัญมณีทรง Baguetteนาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco Cocktail ประดับอัญมณีทรง Baguetteนาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำ

ผลงานทั้งหมดมาจากฝีมือของช่างฝังอัญมณีจากห้องทำงาน Métiers Rares™ ของ Jaeger-LeCoultre ใช้เทคนิคการฝังแบบราง (rail setting) ซึ่งเป็นเทคนิค “การฝังแบบมองไม่เห็น” ที่ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์แบบในทศวรรษ 1930

เพื่อสร้างเส้นสีและแสงที่ต่อเนื่องกัน ผ่านทางนาฬิกา 3 รุ่นที่ใช้อัญมณีแตกต่างกัน คือ ทับทิมจำนวน 1.34 กะรัตบนตัวเรือน Pink Gold (Ref. Q713211J) ส่วนอีก 2 รุ่นจะมากับตัวเรือน White Gold ซึ่งก็คือ มรกตจำนวน 0.95 กะรัต (Ref. Q713313J) และไพลิน หรือ Blue Sapphire จำนวน 1.36 กะรัต (Ref. Q713311J)

นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำนาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco ตัวเรือนทองคำ

เทคนิคการฝังแบบรางต้องใช้ความแม่นยำสูงเพื่อให้ได้ขอบที่ตรงและสมบูรณ์แบบ สามารถล็อคเพชรให้อยู่ในตำแหน่งที่มั่นคง โดยที่พื้นผิวของเพชรแต่ละเม็ดอยู่ในระดับเดียวกัน เทคนิคการฝังแบบรางเกี่ยวข้องกับการสร้างโครง (ราง) ที่มีความกว้างเพียงเศษเสี้ยวของมิลลิเมตรในทองคำใต้ระดับที่จะฝังเพชร

จากนั้นช่างฝังอัญมณีจะเลื่อนเพชรลงบนรางและพับทองคำเพียงเล็กน้อยทับขอบเพื่อยึดให้แน่นก่อนที่จะเลื่อนเพชรเม็ดต่อไปลงไป ซึ่งใน Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco Solo Tempo’ แต่ละรุ่นจะมีอัญมณีทรง Baguette ทั้งหมด 46 เม็ด

นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco Cocktail ประดับอัญมณีทรง Baguette

เทคนิคการฝังอัญมณีแต่ละแบบต้องการความพิถีพิถัน แต่เนื่องจากคุณสมบัติที่เปราะบางโดยธรรมชาติ มรกตจึงเป็นอัญมณีที่ต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษมากที่สุด ความละเอียดอ่อนของมันทำให้ต้องใช้ความแม่นยำอย่างยิ่งในการจัดการและการฝัง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกแง่มุมของความงามอันสดใสได้รับการรักษาไว้และแสดงออกมาอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีความเสี่ยงต่อความเสียหาย

นาฬิกาจากคอลเล็กชั่นจะมากับตัวเรือนขนาด 45.6×27.4 มิลลิเมตร และหนา 7.56 มิลลิเมตร ซึ่งทุกรุ่นใช้กลไกไขลานรหัส Calibre 822 ในแบบเข็มวินาทีแยก หรือ Small Second

นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Monoface Or Deco

ในส่วนของการทำตลาดนั้น จะมีเพียงรุ่นเดียว คือ

  • Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco Solo Tempo’ ที่ไม่มีการระบุจำนวนการผลิต โดยมีราคาอยู่ที่ 1,490,000 บาท
  • ส่วนรุ่น Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco’ มีการผลิตจำนวน 200 เรือน มีราคาอยู่ที่ 1,830,000 บาท
  • และคอลเล็กชั่น Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco Cocktail’ ผลิตรุ่นละ 30 เรือน และยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมาในตอนนี้

สรุปข้อมูลสเปก ราคา และจำนวนการผลิต (Technical Specifications)

⌚ Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco Solo Tempo’

  • วัสดุ: ทองคำ Pink Gold 18K (พร้อมสาย Milanese)
  • ขนาดตัวเรือน : 40.1 x 24.4 มม. | ความหนา: 7.56 มม.
  • กลไก: Calibre 822 ไขลาน (2 เข็ม) | สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
  • กระจก : Sapphire
  • กันน้ำ : 30 เมตร
  • การผลิตและราคา: ไม่จำกัดจำนวนการผลิต | ราคา 1,490,000 บาท

⌚ Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco’

  • วัสดุ: ทองคำขาว White Gold 18K
  • ขนาดตัวเรือน: 45.6 x 27.4 มม. | ความหนา: 7.56 มม.
  • กลไก: Calibre 822 ไขลาน (2 เข็มครึ่ง) | สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
  • กระจก : Sapphire
  • กันน้ำ : 30 เมตร
  • การผลิตและราคา: จำกัดเพียง 200 เรือน | ราคา 1,830,000 บาท

⌚ Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco Cocktail’

  • วัสดุ: White Gold 18K / Pink Gold 18K
  • อัญมณีประดับ: ทับทิม, มรกต หรือ ไพลิน (Blue Sapphire)
  • ขนาดตัวเรือน: 45.6 x 27.4 มม. | ความหนา: 7.56 มม.
  • กลไก: Calibre 822 ไขลาน (2 เข็มครึ่ง) | สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
  • กระจก : Sapphire
  • กันน้ำ : 30 เมตร
  • การผลิตและราคา: จำกัดเพียงรุ่นละ 30 เรือน | (ยังไม่เปิดเผยราคา)

ไฮไลท์เด่นของคอลเล็กชั่น Reverso ‘Or Deco’

  • ดีไซน์เรียบหรูเหนือกาลเวลา: นำเสนอความงามแบบ Monochrome ใน 3 รูปแบบวัสดุตัวเรือน ได้แก่ Pink Gold และ White Gold

  • กลไกทรงประสิทธิภาพ: ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วย กลไกไขลาน Calibre 822 สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 42 ชั่วโมง (มีทั้งแบบ 2 เข็ม และ 2 เข็มครึ่ง)

  • เอ็กซ์คลูซีฟขั้นสุด: นาฬิกาเกือบทุกรุ่นผลิตในจำนวนจำกัด (Limited Edition) เพื่อนักสะสมตัวจริง

ย้อนรำลึกยุคทองของ Gem-set Cocktail Watches

คอลเล็กชั่นนี้ถือเป็นการคารวะยุคทองของนาฬิกาประดับอัญมณี (Gem-set cocktail watches) ที่เฟื่องฟูอย่างมากในยุค 1930 โดยแบ่งออกเป็นรุ่นเด่นๆ ดังนี้:

1. ความเรียบง่ายที่สง่างาม (Solo Tempo & Small Second)

  • Reverso Tribute Monoface ‘Or Deco Solo Tempo’: มาในขนาดกะทัดรัด 40.1 x 24.4 มม. (หนาเพียง 7.56 มม.) ตัวเรือนและสายแบบ Milanese ผลิตจากทองคำ Pink Gold 18k แสดงเวลาแบบ 2 เข็ม

  • Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco’: ขยับไซส์ขึ้นมาที่ 45.6 x 27.4 มม. ผลิตจากทองคำขาว White Gold 18k โดดเด่นด้วยการแสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง (Small Second)

2. ‘Or Deco Cocktail’ ศิลปะแห่งอัญมณีทรง Baguette

ไฮไลท์สูงสุดของซีรีส์นี้คือรุ่น Or Deco Cocktail ที่นำเสนอความหรูหราผ่านการประดับอัญมณีทรง Baguette ระหว่างร่องบนและล่างของหน้าปัด สร้างความโดดเด่นตัดกับรูปทรงเรขาคณิตของตัวเรือน โดยมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่:

  1. ทับทิม (Ruby) 1.34 กะรัต บนตัวเรือน Pink Gold

  2. มรกต (Emerald) 0.95 กะรัต บนตัวเรือน White Gold

  3. ไพลิน (Blue Sapphire) 1.36 กะรัต บนตัวเรือน White Gold

เทคนิคการฝังอัญมณีแบบราง (Rail Setting) จาก Métiers Rares™

ผลงานชิ้นเอกเหล่านี้รังสรรค์โดยช่างฝีมือจากห้องทำงาน Métiers Rares™ ของ Jaeger-LeCoultre ด้วยเทคนิค “การฝังแบบราง” (Rail Setting)

หรือที่รู้จักในชื่อการฝังแบบมองไม่เห็น (Invisible Setting) ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก ช่างฝีมือจะสร้างรางทองคำที่มีความกว้างเพียงเศษเสี้ยวมิลลิเมตร เพื่อล็อคอัญมณีเจียระไนทรง Baguette จำนวน 46 เม็ด ให้เรียงต่อกันอย่างแนบเนียนไร้รอยต่อ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มรกต” ซึ่งเป็นอัญมณีที่เปราะบาง ช่างฝังอัญมณีต้องใช้ความพิถีพิถันขั้นสูงสุดเพื่อรักษาสีสันและประกายแสงที่สมบูรณ์แบบเอาไว้