Hamilton Intra-Matic 68 กับ 5 เหตุผลที่ทำให้เราหลงรัก

0

ทันทีที่ได้เห็นหน้าตาของ Hamilton Intra-Matic 68 เป็นครั้งแรก คำว่า Love at first sight คือ คำอธิบายที่ดีที่สุดกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าคุณต้องการเหตุผลในการครอบครองมัน เราก็มีให้เช่นกัน

Hamilton Intra-Matic 68 กับ 5 เหตุผลที่ทำให้เราหลงรัก
Hamilton Intra-Matic 68 กับ 5 เหตุผลที่ทำให้เราหลงรัก

Hamilton Intra-Matic 68 กับ 5 เหตุผลที่ทำให้เราหลงรัก

- Advertisement -

เราเคยเล่าในบทความ Review เก่าๆ มาแล้วครั้งหนึ่งถึงเรื่องที่ค่อนข้างชื่นชมแบรนด์อย่าง Hamilton และนาฬิกาจับเวลาย้อนยุคของพวกเขาอย่าง Pan Europ Chronograph เป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลหลักที่นอกเหนือจากงานดีไซน์สุดเฉียบแบบรีเมคจากตัวคลาสสิค นั่นคือ การเป็นนาฬิกาจับเวลา 2 วง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ Hamilton เปิดตัว Intra-Matic 68 ออกมา และจะมีเข้ามาขายในเมืองไทยด้วยราคา 82,000 บาท คนเขียนคนเดิมจะค่อนข้างตื่นเต้นอย่างมาก เพราะนี่คือนาฬิการีเมคอีกรุ่นที่เราตะลึงตั้งแต่แรกเห็นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเปิดตัวเมื่อต้นปี 2017 ในงาน BaselWorld จนกระทั่งต้องหาเหตุผลที่ว่าทำให้เราหลงรัก Hamilton Intra-Matic 68 และจับมันใส่เข้าไปใน Wish List ของตัวเอง

-งานรีเมคจากนาฬิกาสุดคลาสสิค : Intra-Matic 68  ได้จำลองความดั้งเดิมผ่านภาพสะท้อนเรือนต้นกำเนิดได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายวินเทจได้อย่างสมบูรณ์ เช่น การใช้โลโก้เดิมของ Hamilton ที่เป็นฟอนต์ดั้งเดิมและตัวเอียง ปุ่มกดจับเวลาทรงโบราณที่แต่ละด้านของเม็ดมะยม รวมถึงฝาหลังตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบปิดทึบ หน้าปัดทรงโดมและเข็มนาฬิกาแบบโค้ง สายหนังวัวสีดำแบบตัดขอบตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคการตัดเย็บสายนาฬิกาแบบดั้งเดิมมากที่สุด พร้อมลวดลายแบบเจาะรูปรุที่สะท้อนความสปอร์ตแห่งยุค 60’s ได้ดีที่สุด

-Reverse Panda : ตามปกติแล้วเราจะคุ้นเคยกับนาฬิกาที่เรียกว่าหน้าแพนด้าในกลุ่มนาฬิกาจับเวลา Chronograph ซึ่งคือการใช้พื้นหน้าปัดหลักเป็นสีขาว และใช้วงย่อยเป็นสีดำ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในปี 1968 Hamilton ได้เปิดตัวรุ่น Chrono-Matic รุ่นแรกกับ 2 ทางเลือก คือ Chronograph A ที่มาพร้อมหน้าปัดย่อยสีดำบนพื้นหน้าปัดสีขาว และรุ่น Chronograph B กับหน้าปัดย่อยสีขาวสองหน้าปัดวางตัดกับสีพื้นหน้าปัดสีดำ โดยนาฬิการุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก และถือเป็นอีกรุ่นที่เป็น Iconic ของ Hamilton อันโด่งดังในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 จนถึงทศวรรษที่ 1970 ซึ่ง Intra-Matic 68 ก็สืบทอดความคลาสสิคของนาฬิกาจับเวลารุ่นนี้มา

สำหรับ Intra-Matic 68 มาพร้อมกับหน้าปัดแบบ Chronograph B หรือที่เรียกว่า Reverse Panda และเพิ่มความโดดเด่นด้วยสเกล Tachymeter สีขาว บวกกับการใช้เข็มจับเวลาเป็นสีขาว ยิ่งทำให้ภาพรวมของหน้าปัดดูโดดเด่นอย่างมาก

-ขนาดที่ลงตัว : ในรุ่นใหม่มีการขยายขนาดจากเดิมในระดับ 36 มิลลิเมตรเป็น 42 มิลลิเมตร และ Lug-to-Lug ในระดับ 50.2 มิลลิเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับคนข้อมือใหญ่ในระดับ 7 นิ้ว (อย่างผม) แม้ตัวเลข 42 มิลลิเมตร อาจจะดูเล็กไปสำหรับคนใส่ในยุคปัจจุบันที่เน้นนาฬิกาขนาด Diameter ที่ใหญ่ แต่จากการออกแบบให้สเกลTachymeter วางอยู่ด้านในของหน้าปัดของตัวนาฬิกา แทนที่จะเป็น Bezel อยู่ข้างนอกเหมือนนาฬิกาจับเวลาทั่วไปนั้นทำให้ขนาดของหน้าปัดใหญ่ขึ้น และทำให้ตัวนาฬิกาดูมีขนาดใหญ่และเต็มข้อมากขึ้น ส่วนความหนาในระดับ 14.7 มิลลิเมตร ถือว่ากำลังดีเลยสำหรับคนที่มองหานาฬิกาจับเวลาแบบสปอร์ต

-ถังเก็บลานขนาดใหญ่ของกลไก H-31 : กับคาลิเบอร์ H-31 ของ Hamilton ที่ต่อยอดจากพื้นฐานของกลไก Valjoux 7750 ของ ETA ที่อยู่ใน Swatch Group เช่นเดียวกับ Hamilton โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเปิดตัวไปแล้วกับ Pan-Europ ซึ่งจุดเด่นของการโมดิฟาย คือ การขยายขนาดความจุของถังเก็บลานจากเดิม 42 ชั่วโมงมาเป็น 60 ชั่วโมง ดังนั้น เสร็จสิ้นจากการทำงานในวันศุกร์ และสลบไป 2 วันเต็มๆ ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ตื่นมาวันจันทร์ก็ไม่ต้องเสียเวลามานั่งตั้งเวลา ส่วนอีกจุดที่เปลี่ยนแปลงคือ การมีระบบ Quick Set ของวันที่ หรือ Date ผ่านการกดปุ่มที่ติดตั้งอยู่ในตำแหน่ง 10 นาฬิกา

-ความเป็นลิมิเต็ด : 1,968 เรือนตามปีที่เปิดตัว  อาจจะดูแล้วเยอะไปหน่อยในแง่ของความเป็น Limited Edition สำหรับใครบางคน แต่สำหรับเราตัวเลขที่มีมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ แม้จะเยอะไปหน่อยแต่เราก็รับได้ เพราะทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาแบบมีที่มาที่ไป บวกกับราคาที่เปิดตัวในบ้านเรา 82,000 บาทถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากสำหรับนาฬิกาที่มีเรื่องราว ดีไซน์สุดคลาสสิคที่สามารถสร้างสรรค์สไตล์การออกแบบยุคเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้วให้มีความร่วมสมัย และผลิตในจำนวนจำกัด