Doxa Sub 200 II ขยายร่างเพิ่มสีสันบนหน้าปัด

0

Doxa ขยายทางเลือกให้กับนาฬิการุ่น Sub 200 ด้วยเวอร์ชัน Sub 200 II ที่มีการขยายตัวเรือนจาก 42 มาเป็น 44 มิลลิเมตร พร้อมหน้าปัดสีใหม่ในสไตล์ Fume เช่นเดียวกับตัวเรือนดำที่ผ่านการเคลือบแบบ DLC มีจำหน่าย 5 สีหน้าปัดกับ 13 รุ่นย่อย ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติจาก Sellita ในรหัส SW-200 ที่มีกำลังสำรอง 38 ชั่วโมง พร้อมความสามารถในการกันน้ำ 200 เมตร

- Advertisement -

นาฬิกา DOXA Sub 200 II ครบทุกสีหน้าปัด ขนาด 44 มม.

Doxa Sub 200 II ขยายร่างเพิ่มสีสันบนหน้าปัด

  • ขยายร่างจากรุ่น Sub 200 ซึ่งมีตัวเลข 42 มาเป็น 44 มิลลิเมตร

  • มีให้เลือก 5 สีหน้าปัดกับ 13 รุ่นย่อย โดยมีสีแดงตัวเรือนเคลือบ DLC เป็นรุ่นเด่น

  • ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติจาก Sellita ในรหัส SW-200 ที่มีกำลังสำรอง 38 ชั่วโมง

หลังจากที่ส่งทางเลือกใหม่ของนาฬิกาในตระกูล Sub 200 ออกสู่ตลาดเมื่อปี 2019 ด้วยสไตล์วินเทจร่วมสมัยที่ฉีกรูปทรงของนาฬิกาตระกูล Sub ในแบบเดิมๆ ออกไป ตอนนี้ทาง Doxa ปรับปรุงทางเลือกใหม่ของ Sub 200 ด้วย Sub 200 II ซึ่งมีความแตกต่างนอกจากในเรื่องของรูปลักษณ์ที่มีการเพิ่มสีสันใหม่บนหน้าปัด และอินเสิร์ตที่มาพร้อมสเกลจับเวลาที่ละเอียดขึ้นแล้ว ยังมีการขยายขนาดตัวเรือนจากเดิม 42 มิลลิเมตรมาเป็น 44 มิลลิเมตรด้วย

ภาพรุ่น Redcoral DLC: "DOXA Sub 200 II รุ่น Redcoral ตัวเรือนสีดำ DLC สายยางสีแดง" นาฬิกา DOXA Sub 200 II ครบทุกสีหน้าปัด ขนาด 44 มม. นาฬิกา DOXA Sub 200 II ครบทุกสีหน้าปัด ขนาด 44 มม.

Sub 200 เป็นคอลเล็กชั่นใหม่ที่ Doxa พยายามนำเสนอรูปทรงที่แตกต่างจากนาฬิกาดำน้ำของตัวเอง และวางตำแหน่งทางตลาดของนาฬิกาเรือนนี้ให้เป็น Entry-Level ของ Doxa ซึ่งถือเป็นรุ่นที่มีราคาซึ่งสามารถเข้าถึงได้ในระดับบวกลบ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ พร้อมกับตัวเรือนทรงกลมและขาสายแบบ Lyre-Lugged Case หรือนาฬิกาที่มีขาสายสั้นและขาสายงุ้มลงเข้าหาตัวเรือน ซึ่งนั่นทำให้ตัวเลขของ Lug to Lug ของนาฬิกามไม่เยอะมาก และสามารถสวมใส่ได้ในทุกขนาดข้อมือ

ในช่วงแรกของ Sub 200 มากับตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ซึ่งด้วยดีไซน์ เวลาขึ้นข้อมือแล้วขนาดอาจจะดูเล็กไปหน่อยสำหรับคนที่มีข้อมือใหญ่ ทาง Doxa จึงเพิ่มอีกทางเลือกออกมา นั่นคือ Doxa Sub 200 II ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน 44 มิลลิเมตร และ Lug to Lug มีขนาด 48 มิลลิเมตร หรือเพิ่มขึ้นจากรุ่น 42 มิลลิเมตรราวๆ 2 มิลลิเมตร และหนา 12.80 มิลลิเมตร ซึ่งบางกว่า 1 มิลลิเมตรเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 42 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนมาพร้อมกับอินเสิร์ตอลูมิเนียม ที่มีการปรับให้มีสเกลย่อยในแต่ละหลัก ต่างจากรุ่น 42 มิลลิเมตรที่มีสเกลเฉพาะหลักตัวเลขจับเวลาที่สำคัญ

ในรุ่นนี้ผลิตจากสเตนเลสสตีล มาพร้อมสายที่มีทั้งสตีลแบบ Milanese หรือสายถัก หรือสายยาง ซึ่งน่าแปลกใจที่ไม่มีสายสตีลแบบ Beads-of-Rice ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Doxa มาจำหน่ายด้วย โดยจะมีทั้งหมด 13 รุ่นย่อยด้วยกันจาก 5 สีหน้าปัด ซึ่งคือ แดง Redcoral, ดำ Sharkhunter , เขียว Sea Emerald, น้ำเงิน Caribbean และเทาแบบ Sharkhunter Vintage โดย 2 สีหลังจะมาในแบบ Fume ซึ่งมีการไล่โทนสีอ่อนจากตรงกลางหน้าปัดมายังสีเข้มที่อยู่รอบนอก และเฉพาะรุ่นแดง Redcoral ตัวเรือนจะเป็นสีดำเคลือบ DLC

นาฬิกา DOXA Sub 200 II ครบทุกสีหน้าปัด ขนาด 44 มม นาฬิกา DOXA Sub 200 II ครบทุกสีหน้าปัด ขนาด 44 มม
นาฬิกา DOXA Sub 200 II ครบทุกสีหน้าปัด ขนาด 44 มม นาฬิกา DOXA Sub 200 II ครบทุกสีหน้าปัด ขนาด 44 มม
สายเหล็กถัก Milanese บนนาฬิกา DOXA Sub 200 II สายเหล็กถัก Milanese บนนาฬิกา DOXA Sub 200 II สายเหล็กถัก Milanese บนนาฬิกา DOXA Sub 200 II

ทั้ง 13 รุ่นย่อยประกอบด้วย

Redcoral (สีแดง): รุ่นเด่นที่มาพร้อมตัวเรือน Black DLC สุดดุดัน

  • 795.70.161.15 สาย Milanese เคลือบ DLC สีดำ
  • 795.70.161.20 สายยาง Tropical สีดำ
  • 795.70.161.22 สายยาง Tropical สีแดงเข้ม

Sharkhunter Vintage (สีเทา): หน้าปัด Fume สีเทาให้อารมณ์ย้อนยุค

  • 795.10.101B.10 อินเสิร์ตขอบตัวเรือนสีดำ สาย Milanese
  • 795.10.101B.20 อินเสิร์ตขอบตัวเรือนสีดำ สายยาง Tropical สีดำ
  • 795.10.101V.10 อินเสิร์ตขอบตัวเรือนสีเทาเหมือนหน้าปัด สาย Milanese
  • 795.10.101V.20 อินเสิร์ตขอบตัวเรือนสีเทาเหมือนหน้าปัด สายยาง Tropical สีดำ

Sharkhunter (สีดำ): ความคลาสสิกตลอดกาลของนาฬิกาดำน้ำ

  • 795.10.101.10 สาย Milanese
  • 795.10.101.20 สายยาง Tropical สีดำ

Caribbean (สีน้ำเงิน): หน้าปัดแบบ Fume ไล่เฉดสีน้ำเงินลึก

  • 795.10.201.10 สาย Milanese
  • 795.10.201.32 สายยาง Tropical สีน้ำเงิน

Sea Emerald (สีเขียว): โทนสีเขียวอัญมณีที่กำลังมาแรง

  • 795.10.131.10 สาย Milanese
  • 795.10.131.26 สายยาง Tropical สีน้ำเขียว

ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Swiss Made จาก Third Party อย่าง Sellita ซึ่งเป็นรุ่น SW-200 แต่มีการขัดแต่งและตกแต่งรายละเอียดโดย Doxa กลไกนี้มีกำลังสำรอง 39 ชั่วโมง ส่วนการกันน้ำนั้น Doxa ยังคงความสามารถในการเป็นนาฬิกาดำน้ำเหมือนกับทุกรุ่นด้วยตัวเลข 200 เมตร

ราคาและการวางจำหน่าย

  • รุ่นสายยาง (Tropical Rubber Strap): ราคา 1,390 ฟรังก์สวิสส์

  • รุ่นสายเหล็กถัก (Milanese Mesh): ราคา 1,450 ฟรังก์สวิสส์

รายละเอียดทางเทคนิค : Doxa Sub 200 II

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง : 44 มิลลิเมตร
  • ความหนา : 12.8 มิลลิเมตร
  • Lug to Lug : 48 มิลลิเมตร
  • ความกว้างขาสาย : 20 มิลลิเมตร
  • กระจก : Sapphire แบบ Boxed-Shape
  • กลไก : อัตโนมัติพื้นฐานของ Sellita SW-200
  • ความถี่ : 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
  • กำลังสำรอง : 38 ชั่วโมง
  • การกันน้ำ : 200 เมตร