คอลเล็กชั่น Love The Sea And The Earth ยังมีการผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นการฉลอง 35 ปีของความร่วมมือที่เริ่มกันมาตั้งแต่ปี 1991 โดยในรุ่นนี้ Casio G-SHOCK จะมีนาฬิการ่วมกัน 3 รุ่น คือ GW-8202K , GA-B2100KB และ BGD-5650K-2JR ซึ่งมากับตัวเรือนที่เน้นสีสันของโทยสีน้ำเงินแบบไล่เฉดชวนให้นึกถึงภาพมหาสมุทรที่ใสสะอาด

Casio G-SHOCK Love The Sea And The Earth 2026 ฉลอง 35 ปีแห่งความร่วมมือ
-
คอลเล็กชั่นพิเศษที่เกิดจากการทำงานร่วมกับ ICERC Japan ที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 1991
-
ในรุ่นนี้จะมีนาฬิการ่วมกัน 3 รุ่น คือ GW-8202K , GA-B2100KB และ BGD-5650K-2JR
-
มากับตัวเรือนที่เน้นสีสันของโทยสีน้ำเงินแบบไล่เฉดชวนให้นึกถึงภาพมหาสมุทรที่ใสสะอาด
แฟน ๆ สายรักษ์โลกและนักสะสมห้ามพลาด! Casio G-SHOCK ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันสุดพิเศษ Love The Sea And The Earth 2026 เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 35 ปีแห่งความร่วมมือ กับ ICERC Japan (International Cetacean Education Research Center) หน่วยงานวิจัยและอนุรักษ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลของญี่ปุ่นที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1991
ในปี 2026 นี้ ซีรีส์พิเศษมาพร้อมกับนาฬิกา 3 รุ่นไฮไลต์ยอดนิยม ได้แก่ GW-8202K (Frogman), GA-B2100KB (G-SHOCK) และ BGD-5650K-2JR (Baby-G) โดยทั้งหมดมาในธีมดีไซน์โครงสร้างโปร่งแสง (Skeleton) ไล่เฉดสีน้ำเงินสดใส สะท้อนภาพลักษณ์ของมหาสมุทรที่ใสสะอาด
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สำหรับ ICERC Japan หรือ International Cetacean Education Research Center ก่อตั้งในญี่ปุ่นเมื่อปี 1991 และถือเป็นหน่วยงานที่ทาง Casio G-SHOCK ทำงานร่วมด้วยเพื่อระดมทุนสนับสนุนการทำงานผ่านการผลิตเรือนเวลารุ่นพิเศษออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ทาง Casio G-SHOCK ผลิตนาฬิกาออกมาด้วยกัน 3 รุ่นเพื่อเป็นเวอร์ชันพิเศษในปี 2026 คือ
เจาะลึกกิมมิกสุดพิเศษของทั้ง 3 รุ่นในคอลเลกชัน 2026
1. Frogman (รหัส GW-8202K) – ตัวจริงเรื่องดำน้ำ
เมื่อเปิดไฟแบ็คไลท์ ภาพปลาวาฬกระโดดขึ้นเหนือน้ำจะปรากฏบนหน้าจอ LCD ตัวล็อคสายนาฬิกายังมีรูปทรงปลาวาฬ และฝาหลังแบบขันเกลียวสลักด้วยดีไซน์ดั้งเดิม ตัวเรือนมีขนาด 50.3 มิลลิเมตร และขับเคลื่อนด้วยโมดุล 3521 และความสามารถในการเป็นนาฬิกาดำน้ำตามมาตรฐาน ISO:
- Whale Backlight: เมื่อเปิดไฟ Backlight จะปรากฏภาพวาฬกระโดดขึ้นเหนือน้ำบนหน้าจอ LCD
- Special Design: ตัวล็อคสายนาฬิกาดีไซน์รูปทรงวาฬ และฝาหลังแบบขันเกลียวสลักสัญลักษณ์ประจำปี 2026
- ราคาจำหน่าย: 85,800 เยน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
2. G-SHOCK (รหัส GA-B2100KB) – อนาล็อก-ดิจิตอลสายลุย
สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth พร้อมกับกิมมิคเล็กๆ บนหน้าปัดย่อยในตำแหน่ง 9 นาฬิกาเมื่อมีการเปลี่ยนเข็มในการชี้บอก Mode มาเป็นวาฬ ตัวเรือนมีขนาด 45.4 มิลลิเมตร และโมดุล 5689 นอกจากจะเชื่อมต่อกับ Application ได้แล้วยังมาพร้อมระบบ Tough Solar ในการเปลี่ยนแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อเก็บในแบตเตอรี่แบบชาร์จได้:
- Smartphone Link: เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อตั้งเวลาและจัดการฟังก์ชันได้ง่ายดาย
- Whale Mode Indicator: เข็มบนหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกา จะเปลี่ยนรูปทรงเป็น “วาฬ” เมื่อเปลี่ยนโหมดใช้งาน
- Tough Solar: ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง
- ราคาจำหน่าย: 29,150 เยน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
3. Baby-G (รหัส BGD-5650K-2JR) – ความคลาสสิกไซส์คอมแพ็ก
นาฬิกาสำหรับข้อมือขนาดเล็กที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการรับสัญญาณเวลาและการชาร์จพลังงาน ตัวเรือนขนาด 37.9 มิลลิเมตร พร้อมโมดุลรหัส 3494 เปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่:
- Dolphin Backlight: แตกต่างด้วยไฟ Backlight ลาย “โลมา” สุดน่ารักเมื่อกดเปิดไฟ
- Multiband 6 & Tough Solar: ระบบรับสัญญาณคลื่นวิทยุเพื่อความเที่ยงตรงสูงสุด พร้อมระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์
- ราคาจำหน่าย: 24,200 เยน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทุกรุ่นโดดเด่นด้วยดีไซน์แบบโครงสร้างโปร่ง โดยการไล่ระดับสีฟ้าสดใสชวนให้นึกถึงภาพมหาสมุทรที่ใสสะอาด และ Backlight ของแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งในกลุ่มของ Casio G-SHOCK จะเป็นรูปวาฬกำลังกระโดดน้ำ และ Baby-G จะเป็นโลมา กรอบตัวเรือนและสายผลิตจากวัสดุอย่าง BioMass Plastic ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ ไม่สร้างภาระให้กับธรรมชาติ เมื่อถูกทิ้งอยู่ในสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ฝาหลังจะมีการสลักสัญลักษณ์ของคอลเล็กชั่น Casio G-SHOCK Love The Sea And The Earth ที่แฟนๆ คุ้นเคยกันดี แต่จะต่างตรงที่ในแต่ละปีจะมีการเปลี่ยนตัวเลขของปีคริสตศักราช ซึ่งในปีนี้เป็น 2026
![]() |
![]() |
ดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม: วัสดุ BioMass Plastic
เพื่อตอบโจทย์คอนเซปต์ Love The Sea And The Earth กรอบตัวเรือนและสายของนาฬิกาทั้ง 3 รุ่นจึงผลิตจากวัสดุ BioMass Plastic (พลาสติกชีวภาพ) ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ไม่สร้างภาระหรือสารตกค้างให้กับสิ่งแวดล้อมเมื่อถูกทิ้ง นอกจากนี้บริเวณฝาหลังของทุกรุ่นจะมีการสลักโลโก้สัญลักษณ์ประจำคอลเลกชัน พร้อมระบุปีคริสตศักราช 2026 เพื่อตอกย้ำความเป็นรุ่นลิมิเต็ดอย่างชัดเจน
กำหนดการวางจำหน่าย: Casio G-SHOCK Love The Sea And The Earth 2026 มีกำหนดการเริ่มวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป
![]() |
![]() |
![]() |
ตารางเปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)
| คุณสมบัติ | Frogman (GW-8202K) | G-SHOCK (GA-B2100KB) | Baby-G (BGD-5650K-2JR) |
| ขนาดตัวเรือน | 50.3 มม. | 45.5 มม. | 37.9 มม. |
| ความยาว (Lug to Lug) | 52 มม. | 48.5 มม. | 42.1 มม. |
| ความหนา | 18 มม. | 11 มม. | 11.3 มม. |
| กระจกหน้าปัด | Mineral Glass | Mineral Glass | Mineral Glass |
| ระบบกลไก / โมดูล | ควอตซ์ดิจิตอล (Module 3521) | ควอตซ์อนาล็อก-ดิจิตอล (Module 5689) | ควอตซ์ดิจิตอล (Module 3493) |
| ฟังก์ชันเด่น | Tough Solar / ISO Diver | Tough Solar / Bluetooth | Tough Solar / Multiband 6 |
| การกันน้ำ | 200 เมตร | 200 เมตร | 200 เมตร |
| ราคา (เยน) | 85,800 เยน | 29,150 เยน | 24,200 เยน |
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline





























