Breitling เข้าร่วมกับ Aston Martin และ Aston Martin Aramco Formula One Team ในฐานะ Official Watch Partner ภายใต้ความร่วมมือระดับโลกแบบหลายปี ซึ่งเชื่อมโยงโลกแห่งรถสมรรถนะสูงที่สร้างขึ้นด้วยงานฝีมือของ Aston Martin เข้ากับวิศวกรรมความเที่ยงตรงที่นิยามโปรแกรม Formula One ของทีม ความร่วมมือนี้เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula One Team ที่มีการผลิตเพียง 1,959 เรือนเท่านั้น

Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula One Team เชื่อมโลกเวลาและความเร็ว
-
นาฬิการุ่นพิเศษเพื่อยืนยันถึงการเข้าร่วม F1 อย่างเป็นทางการของ Breitling ในฐานะพันธมิตรของทีม Aston Martin
-
ใช้พื้นฐานของ Navitimer B01 Chronograph บนตัวเรือน 43 มิลลิเมตรที่ผลิตจากไทเทเนียม
-
ผลิตเพียง 1,959 เรือนเท่านั้น
มอเตอร์สปอร์ตเริ่มกลายมาเป็นพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมนาฬิกาอีกครั้งในการนำเสนอเรื่องราวของพวกเขาเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องของความเร็ว และ Breitling กลายเป็นอีกแบรนด์นาฬิกาที่สนใจในการเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ ด้วยการจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับทีม Aston Martin Aramco Formula One พร้อมกับการเปิดตัวนาฬิกาสุดพิเศษรุ่นใหม่ออกมา นั่นคือ Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula One Team ที่มีการผลิตจำนวน 1,959 เรือน ตามปีที่แบรนด์ดังจากอังกฤษเข้าร่วมการแข่งขัน F1 เป็นครั้งแรก

สิ่งที่น่าสนใจจนนำมาสู่การจับมือในครั้งนี้คือ ความหลงใหลในโลกแห่งความเร็ว เพียงแต่แตกต่างกันไปตามธุรกิจที่ทำอยู่ โดย Breitling เริ่มเข้าสู่โลกนี้ในช่วงปี 1907 เมื่อ Léon Breitling เปิดตัว Vitesse (ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “ความเร็ว”) ซึ่งเป็นอุปกรณ์โครโนกราฟรุ่นแรกที่วัดความเร็วได้สูงถึง 250 ไมล์หรือกิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความแม่นยำมากจนตำรวจสวิสนำไปใช้ในการออกใบสั่งความเร็วเป็นครั้งแรก ส่วนในปี 1913 แบรนด์ Aston Martin ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกยานยนต์จากการก่อตั้งของ Lionel Martin และ Robert Bamford
ในปี 1959 Aston Martin เปิดตัวใน Formula 1 ช่วงเวลาเดียวกันนั้น นักขับอย่าง Graham Hill และ Jim Clark ซึ่งต่างก็เป็นนักบินอากาศยานควบคู่กับการเป็นนักแข่ง F1 ก็สวม Breitling Navitimer นาฬิกาที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 1952 ให้เป็นเครื่องมือค็อกพิทแบบสวมข้อมือสำหรับนักบิน โดยสเกลวงกลมช่วยให้นักบินคำนวณความเร็ว ช่วงเวลา และการใช้เชื้อเพลิง Hill และ Clark นำฟังก์ชันเหล่านั้นจากท้องฟ้าสู่สนามแข่ง จนทำให้ Navitimer กลายเป็นสิ่งจำเป็นข้างแทร็ก
![]() |
![]() |
แน่นอนว่าตลอดช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ต่างขับเคลื่อนตัวเองผ่านทางผลผลิตที่ต่างฝ่ายต่างมีความชำนาญ จนกระทั่งในปี 2026 การเป็น Official Partner จึงเกิดขึ้น
“Aston Martin และ Breitling เคยตัดผ่านกันในช่วงเวลาสำคัญของการออกแบบและวัฒนธรรม” กล่าวโดย Adrian Hallmark Chief Executive Officer ของ Aston Martin “ความร่วมมือนี้คือเวทีอันสมบูรณ์แบบในการแสดงออกถึงความเป็นเลิศ ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และสมรรถนะ ซึ่งเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่ Aston Martin ประทับชื่อไว้”
![]() |
![]() |
![]() |
สำหรับ Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula One Team เป็นการพัฒนาบนพื้นฐานของนาฬิกา B01 Chronograph 43 บนตัวเรือนไทเทเนียมที่มีขนาด 43 มิลลิเมตร และทุกองค์ประกอบถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยอ้างอิงเรื่องราวแห่งความเร็วของ Aston Martin โดยเฉพาะการใช้สีที่เรียกว่า Racing Green
ซึ่งเป็นสีที่ FIA ตั้งขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่ 1920 เพื่อใช้ระบุรถแข่งของแต่ละประเทศ และรถที่มาจากอังกฤษจะใช้สีเขียว Racing Green โดยถูกนำมาใช้ในการตกแต่งตามจุดต่างๆ ของนาฬิกา ส่วนหน้าปัดคาร์บอนไฟเบอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัสดุในค็อกพิทรถ F1
![]() |
![]() |
ฝาหลังแซฟไฟร์แบบเปลือยเผยให้เห็น “เครื่องยนต์” ของนาฬิกา นั่นคือ กลไก Breitling Manufacture Caliber 01 โครโนมิเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก COSC พร้อมพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง สร้างขึ้นเพื่อความแม่นยำในการจับเวลาภายใต้แรงกดดัน โรเตอร์สีดำด้านซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ
สำหรับรุ่นนี้ ผลิตจากทังสเตนเคลือบ PVD (physical vapor deposition) ที่มีความทนทานสูง และประดับโลโก้ Aston Martin Formula One™ Team การสลักเพิ่มเติมบนฝาหลังประกอบด้วย “One of 1959” และวลี “Instruments for Drivers.”
![]() |
![]() |
Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula One Team มีการผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 1,959 เรือน สำหรับราคาในเมืองไทยอยู่ที่ 410,400 บาท
รายละเอียดทางเทคนิค : Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula One Team
คุณสมบัติ |
รายละเอียด |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง | 43 มิลลิเมตร |
| ความหนา | 13.69 มิลลิเมตร |
| Lug to Lug | 49.07 มิลลิเมตร |
| ความกว้างขาสาย | 22 มิลลิเมตร |
| หน้าปัด | คาร์บอนไฟเบอร์ สี Racing Green |
| กระจก | Cambered Sapphire พร้อมเคลือบสารกันการสะท้อนแสงทั้ง 2 ฝั่ง |
| กลไก | Calibre B01 แบบอัตโนมัติ Chronograph |
| ความถี่ | 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง |
| กำลังสำรอง | 70 ชั่วโมง |
| การกันน้ำ | 30 เมตร |
Navitimer B01 Chronograph 43: จิตวิญญาณแห่งสนามแข่ง
การร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นด้วยเรือนเวลาที่นักสะสมต้องจับตา Breitling Navitimer B01 Chronograph 43 Aston Martin Aramco Formula One Team ซึ่งเป็นการนำนาฬิกานักบินระดับตำนานมาปรับโฉมใหม่ให้เปี่ยมด้วย DNA ของมอเตอร์สปอร์ต
-
จำนวนจำกัด: ผลิตเพียง 1,959 เรือนทั่วโลก (ระลึกถึงปี 1959 ที่ Aston Martin เข้าสู่ F1 ครั้งแรก)
-
วัสดุระดับไฮเอนด์: ตัวเรือนขนาด 43 มม. ทำจาก Titanium น้ำหนักเบาแต่ทนทานสูง
-
ดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน: หน้าปัดทำจาก Carbon Fiber แบบเดียวกับที่ใช้ในค็อกพิทรถ F1 ตัดกับสีเขียว British Racing Green อันเป็นเอกลักษณ์
จุดเริ่มต้นจาก “ความเร็ว” สู่ “ความแม่นยำ”
ความสัมพันธ์ของทั้งสองแบรนด์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีรากฐานมานานกว่าศตวรรษ:
-
1907: Breitling เปิดตัว Vitesse อุปกรณ์วัดความเร็วรุ่นแรกที่แม่นยำจนตำรวจสวิสใช้เป็นมาตรฐาน
-
1913: จุดเริ่มต้นของ Aston Martin โดย Lionel Martin และ Robert Bamford
-
1959: ในปีที่ Aston Martin เปิดตัวใน F1 นักแข่งระดับตำนานอย่าง Graham Hill และ Jim Clark ต่างก็สวมใส่ Breitling Navitimer เพื่อช่วยในการคำนวณความเร็วและเชื้อเพลิงในสนามแข่ง
“ความร่วมมือนี้คือเวทีอันสมบูรณ์แบบในการแสดงออกถึงความเป็นเลิศ และสมรรถนะ ซึ่งเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่ Aston Martin ประทับชื่อไว้” — Adrian Hallmark, CEO ของ Aston Martin
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline




















