แม้ว่าจะเลิกทำตลาดไปกว่า 10 ปี แต่ในที่สุด Tudor ก็นำชื่อของ Monarch กลับมาพร้อมกับนำเสนอรูปลักษณ์ที่มีความร่วมสมัยผสมผสานระหว่างความวินเทจกับความที่ยงตรงในระดับสูงแบบ Master Chronometer ได้อย่างลงตัว พร้อมหน้าปัดแบบ Error-Proof-Style ที่มีการแบ่งครึ่งบนและล่างด้วยการใช้ตัวเลขแบบโรมันในส่วนบน และอาระบิกในส่วนล่าง บนตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ขนาด 39 มิลลิเมตร พร้อมฝาหลังแบบใส

Tudor Monarch 2026 คลาสสิคร่วมสมัยบนความเที่ยงตรง
-
Tudor นำชื่อ Monrach กลับมาอีกครั้งหลังจากที่เคยทำตลาดในช่วงทศวรรษที่ 1990 และ 2000
-
มากับตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ขนาด 39 มิลลิเมตร พร้อมฝาหลังแบบใส
-
หน้าปัดสี Dark Champagne แบบ Error-Proof-Style พร้อมหน้าปัดย่อยของ Small Second
แม้ใน Watches and Wonders 2026 ทาง Tudor จะมีการเปิดตัวนาฬิกาออกมาหลายรุ่น แต่ที่ดูโดดเด่นและน่าสุดคือ Tudor Monarch เรือนเวลาสุดคลาสสิคที่ผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์สไตล์วินเทจเข้ากับนวัตกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติซึ่งมีความเที่ยงตรงในระดับ Master Chronometer และในตอนนี้มีการผลิตออกสู่ตลาดเพียงแบบเดียวด้วยหน้าปัดสีแชมเปญเข้ม หรือ Dark Champagne
![]() |
![]() |
Tudor เคยใช้ชื่อ Monarch ในการทำตลาดนาฬิกาอยู่ช่วงหนึ่งและถือเป็นคอลเล็กชั่นที่มีความสำคัญอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ 1990 และ 2000 แต่ทว่าบทบาทก็กลับลดลงเมื่อ Tudor ต้องการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ และหันมานำเสนอความสปอร์ตบนความคลาสสิคของนาฬิการุ่น Black Bay ในช่วงปี 2012 ดังนั้น การเปิดตัว Tudor Monarch ในครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาในรอบ 14 ปี และเป็นวาระของการฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ Tudor
สิ่งที่น่าสนใจของ Tudor Monarch ใหม่ (Ref.M2639W1A0U-0001) คือ การปรับเปลี่ยนแนวทางเพราะตามปกติแล้วนาฬิการุ่นนี้จะมากับตัวเรือนทรงกบลมแบบมีขาสาย แต่สำหรับรุ่นใหม่ Tudor เลือกนำเสนอความสปอร์ตบนความคลาสสิคด้วยตัวเรือนแบบ Integrated Bracelet ด้วยขนาด 39 มิลลิเมตร ฝาหลังแบบใส ทำให้สามารถมองเห็นกลไกที่อยู่ภายใน ซึ้งมีการตกแต่งอย่างสวยงามแบบเรียบๆ และมากกว่าการขัดแต่งของกลไกตามปกติของ Tudor ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฝาหลังแบบทึบ
![]() |
![]() |
![]() |
ตัวสายเป็นแบบ 2 ข้อที่มีข้อตัว H ขนาดใหญ่ ซึ่ง Tudor เรียกสไตล์นี้ว่า 2-Link Strap เพื่อให้เชื่อมต่อกับสาย 3-Link และ 5-Link ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ และมาพร้อมกับบานพับแบบ T-Fit ซึ่งช่วยในการปรับละเอียดมากขึ้น เพื่อความสะดวกในการสวมใส่


![]() |
![]() |
![]() |
หน้าปัดคือ สิ่งที่ถูกพูดถึง ทั้งเรื่องของสีที่ Tudor เองใช้คำว่า Dark Champagne แต่ในบางจุดก็เรียกว่าโทนสีน้ำตาลอ่อนของกระดาษปาปิรุส (Papyrus-Tone) แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนถือว่าสามารถดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี และรายละเอียดที่อยู่บนหน้าปัดเต็มไปด้วยความเรียบง่าย ลดความรกของตัวหนังสือ
แต่ก็มีความซับซ้อนเพิ่มเติม เช่น หน้าปัดย่อยของเข็มวินาทีแยก หรือ Small Second ที่อยู่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา หรือการใช้หลักชั่วโมงแบบ California Dial ที่ตามปกติแล้วจะพบในนาฬิกาดำน้ำมากกว่า แต่ Tudor กลับเรียกหน้าปัดสไตล์นี้ว่า Error-Proof-Style
ซึ่งน่าจะหมายถึงการออกแบบที่ช่วยลดความผิดพลาดในการมองเห็นหรืออ่านค่าตัวเลขบนหน้าปัดเพียงแค่เหลือบมอง
![]() |
![]() |
![]() |
เช่นเดียวกับนาฬิกาหลายๆ เรือนของ Tudor สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การยกระดับกลไกของตัวเองให้สามารถก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเที่ยงตรงและแม่นยำ โดยเฉพาะการได้การรับรองในระดับ Master Chronometer ซึ่งจะต้องผ่านการทดสอบของทั้ง C.O.S.C และ METAS ด้วยความเข้มงวด ซึ่งกลไกที่อยู่ใน Monarch นั้นคือ รหัส MT5662-2U ที่ผ่านการสลักลาย Perlage บนเมในเพลท และ Côtes de Genève บนบริดจ์ รวมถึงการเซาะร่องบนโรเตอร์ขึ้นลานที่ผลิตจากทองคำ 18K และมีการสลักคำว่า Tudor ส่วนกำลังสำรองอยู่ที่ 65 ชั่วโมง
Tudor Monarch ใหม่มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 195,400 บาท
รายละเอียดทางเทคนิค : Tudor Monarch
- เส้นผ่านศูนย์กลาง : 39 มิลลิเมตร
- ความหนา : 11.9 มิลลิเมตร
- Lug to Lug : 46.2 มิลลิเมตร
- กระจก : Sapphire
- กลไก : อัตโนมัติรหัส MT5662-2U ผ่านการรับรองในระดับ Master Chronometer
- ความถี่ : 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
- กำลังสำรอง : 65 ชั่วโมง
- การกันน้ำ : 100 เมตร
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline






















