อีกครั้งที่ Rado จับมือกับ Les Couleurs Suisse และ Le Corbusier ในการนำเสนอความงดงามของสถาปัตยกรรม และการใช้สีสันมาย่อลงและจัดวางอยู่บนเรือนเวลา ซึ่งครั้งนี้มีการนำรุ่น True Round มาเป็นต้นทางในการผสมผสานแนวคิดของการสร้างความโดดเด่นโดยจะมีด้วยกัน 3 รุ่นในการสะท้อนถึงสถาปัตยกรรม 3 แห่งที่ Le Corbusier เข้าไปมีส่วนร่วม และยังมีการเลือกใช้โทนสีจาก Polychromie Architectural มาสร้างสรรค์รายละเอียดบนตัวเรือนนาฬิกา

Rado x Les Couleurs Le Corbusier รวมโลกแห่งสีสันและสถาปัตย์ลงบนเรือนเวลา
-
นาฬิการุ่นใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือกับ Les Couleurs Suisse และ Le Corbusier
-
มีจำหน่ายด้วยกัน 3 รุ่นย่อย และใช้สีตามสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับการทำงานของ Le Corbusier
-
ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติในรหัส R763 และเป็นนาฬิการุ่นพิเศษ ไม่ได้ผลิตจำกัด
แนวคิดของการสร้างสรรค์เรือนเวลาบางครั้งอาจจะต้องมีการก้าวข้ามไปสู่แวดวงอื่นอยู่บ้าง เหมือนกับ Rado x Les Couleurs Le Corbusier ซึ่งเป็นผลงานใหม่ล่าสุดในการนำเสนอ 3 เรือนเวลารุ่นพิเศษที่มาจาก Le Corbusier นักออกแบบผู้มีวิสัยทัศน์ชาวสวิส ซึ่งได้นำหลากหลายไอเดียมาประยุกต์ใช้กับโลกแห่งเวลา

![]() |
![]() |
![]() |
ซึ่งจากการที่ Rado ที่ได้รับสมญานามว่าผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุแล้ว ถือว่าเข้ากันได้ดีกับผลงานดีไซน์ที่โดดเด่น การใช้วัสดุที่ทันสมัยและสีที่สะดุดตาของ Corbusier ก็สอดคล้องกับปรัชญาการประดิษฐ์เรือนเวลาและแรงขับในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของแบรนด์
Le Corbusier หรือ Charles-Édouard Jeanneret เกิดเมื่อปี 1887 ที่เมืองลาโช-เดอ-ฟง เมืองหลวงแห่งการผลิตนาฬิกาสวิส เขาใช้นามแฝงชื่อดังนี้มาตั้งแต่ปี 1920 และเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่และกระแสของศิลปินในยุคนั้นที่ต้องการให้คนเรียกชื่อเดียว
ก่อนหน้านี้ ความร่วมมือของทั้ง 2 ฝั่งได้รังสรรค์นาฬิกา Rado มาแล้วถึง 12 รุ่น ซึ่งเน้นที่การใช้สีอันเป็นเอกลักษณ์ของ Le Corbusier และในคราวนี้เป็นการนำนาฬิกาTrue Round รุ่นใหม่มาทำการ Tribute ต่อคุณูปการต่อวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของ Le Corbusier ซึ่งเป็นการปูทางให้กับสถาปัตยกรรม Brutalist (บรูทัลลิสต์) ที่เพิ่งก่อตัวในขณะนั้น และนาฬิกาแต่ละรุ่นก็เป็นการถอดรหัสที่สุดแห่งผลงานในตำนานของเขา
![]() |
![]() |
![]() |
- Ref.R27049012 : นาฬิการุ่นแรกเป็นการคารวะ La Cité Radieuse กลุ่มอาคารพักอาศัยคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Marseille ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1952 กลุ่มอาคารแห่งนี้เป็นการตีความการใช้ชีวิตในเมืองยุคใหม่ในรูปแบบใหม่ ดังนั้น นาฬิการุ่นพิเศษนี้จึงถูกดีไซน์สไตล์นามธรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอนกรีตพิมพ์ลายไม้แบบที่ฉาบอย่างหยาบๆ ของตัวอาคารหรือที่เรียกกันว่า béton-brut โดยส่งผ่านแนวคิดนี้มาที่หน้าปัดไฮเทคเซรามิกด้วยการใช้เลเซอร์สร้างลวดลายด้านของคอนกรีตที่สลับซับซ้อนอย่างมากขึ้นมา
รายละเอียดของตัวนาฬิกาจะมีการใช้แนวคิด Polychromie Architectural ชุดสีของ Le Corbusier ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1931 และเพิ่มเติมสีใหม่เข้ามาในปี 1959 นอกจากนี้ เจ้าพ่อนักออกแบบยังกล่าวว่ามีจิตวิญญาณของสถาปัตยกรรมที่ชัดเจนกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกรูปแบบ
- ตัวเรือนไฮเทคเซรามิกโครงสร้างแบบเป็นชิ้นเดียว รวมถึงเม็ดมะยมและสายนาฬิกามาในสีขาวงาช้าง (Ivory White – 4320B) เป็นการถ่ายทอดความบริสุทธิ์และสง่างามแบบมินิมัล และถือเป็นนาฬิกาที่ผลิตจากไฮเทคเซรามิกรุ่นแรกที่มากับสีนี้
- สำหรับสิ่งที่น่าสนใจก็คือ สีนี้จะแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของวัสดุ เฉดสีสุดท้ายไม่ได้เกิดจากการเคลือบหรือการเก็บงานเท่านั้น แต่เกิดจากกระบวนการเผาผนึก ซึ่งใช้ความร้อนสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส การรังสรรค์เฉดสีนี้อย่างไม่มีผิดเพี้ยนโดยใช้กระบวนการที่สลับซับซ้อนไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องอาศัยความชำนาญของ Rado เพื่อให้ออกมาสมบูรณ์แบบ เสริมความงดงามของเรือนเวลานี้
- ส่วนเข็มด้วยเข็มก็ใช้สีฟ้าสว่าง (32021) สีน้ำเงินอัลตรามารีนสว่าง (32020) และสีฟ้าอัลตรามารีน (32023)
![]() |
![]() |
![]() |
- Ref.R27048162 : เป็นการยกย่องศูนย์ Carpenter Center for the Visual Arts ที่เมือง Cambridge รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ของประเทศ และมีความแตกต่างจากสถานที่อื่นด้วยจตุรัสที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และสถาปัตยกรรมจอร์เจียนของมหาวิทยาลัย Harvard อาคารแห่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศเนื่องจากเป็นอาคารในทวีปอเมริกาเหนือเพียงแห่งเดียวที่ถูกออกแบบ Le Corbusier และเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นสุดท้ายของเขาที่แล้วเสร็จเมื่อปี 1963
- หน้าปัดของนาฬิการุ่นพิเศษนี้มีดีไซน์ที่ชวนหวนให้ระลึกถึงฟาซาดคอนกรีตแบบขึ้นรูป และใช้เลเซอร์สลักตรงวัสดุไฮเทคเซรามิกเช่นเดียวกัน ตัวเรือน สาย และหน้าปัด สะท้อนพลังของงานสถาปัตยกรรมแนว Modernist ด้วยตัวเรือนสีเทาเข้ม (Iron Grey – 32010) จาก Polychromie Architectural แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งเทรนด์สีโมโนโครเมติกของคอนกรีตเปลือย ซึ่งเป็นนวัสดุที่ก่อให้เกิดรูปทรงประติมากรรมที่พลิกผันวงการมากขึ้นและเป็นลายเซ็นของ Le Corbusier
- เข็มนาฬิกาเคลือบแลคเกอร์ตัดกับหน้าปัดอย่างโดดเด่นและใช้ 3 สีจากชุดสีของเขา คือ สีขาวครีม (32001) สีส้มที่ทรงพลัง (4320S) และสีเขียวสไตล์อังกฤษอมเทาเล็กน้อย (32041)
![]() |
![]() |
![]() |
- Ref.R27111162 : เป็นการคารวะฝีมือของ Le Corbusier ในการสร้างสรรค์ไอเดียระดับตำนานอย่างแท้จริงซึ่งแสดงให้เห็นในแผนสุดล้ำที่เขาวางไว้สำหรับเมือง Chandigarh (จัณฑีครห์) ประเทศอินเดีย ซึ่งถูกวางให้เป็นเมืองหลวงใหม่ของรัฐปัญจาบ เขาจึงออกแบบผังเมือง ‘ระบบกริด’ ตามหลักเรขาคณิต โดยใช้หลักการออกแบบสถาปัตยกรรมมาตรฐานและผสมผสานองค์ประกอบจากธรรมชาติอย่างใส่ใจ และก่อกำเนิดเป็นมรดกด้านการออกแบบที่จะกรุยทางให้กับการวางผังเมืองตลอดศตวรรษที่ 20 ดังนั้น จึงทำให้ตัวเมืองมีความเรียบง่ายและสมเหตุสมผลมากขึ้น
- ดีไซน์หน้าปัดมีแรงบันดาลใจมาจากรายละเอียดของอาคาร Palace of Assembly หนึ่งในอาคารของรัฐจากทั้งหมดสามอาคารที่เรียกกันว่า Capital Complex และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1962 ใช้เลเซอร์สลักลวดลายที่มีแรงบันดาลใจมาจากบางส่วนของอาคารที่ทรงอิทธิพลแห่งนี้
- ตัวเรือน เม็ดมะยมและสายนาฬิกาใช้ใช้สีดำงาช้าง (Black Ivory – 4320E) สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างระเบียบวินัยของงานดีไซน์และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จาก Polychromie Architectural พร้อมด้วยเข็มนาฬิกาเคลือบแลคเกอร์สีส้ม (4320S) สีเขียวมรกต (4320G) และสีเขียวมะกอก (4320F)
![]() |
![]() |
![]() |
กลไกที่เที่ยงตรงและรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์
ภายใต้รูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยศิลปะ นาฬิกาคอลเลกชันนี้ขับเคลื่อนด้วย กลไกอัตโนมัติรหัส R763 ที่ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง ความใส่ใจยังลามไปถึงฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ที่พิมพ์ดิจิทัลเป็นแถบสี 63 เฉดสีตามทฤษฎี Polychromie Architecturale พร้อมโลโก้ลายเซ็นของ Le Corbusier เพื่อยืนยันถึงความพิเศษของเรือนเวลาที่เป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่คือประวัติศาสตร์ที่สวมใส่ได้ในราคา 94,200 บาท
![]() |
![]() |
รายละเอียดทางเทคนิค : Rado x Les Couleurs Le Corbusier
คุณสมบัติ |
รายละเอียด |
| เส้นผ่านศูนย์กลาง | 40 มิลลิเมตร |
| Lug to Lug | 47.3 มิลลิเมตร |
| ความหนา | 10.4 มิลลิเมตร |
| วัสดุตัวเรือนและสาย | ไฮเทคเซรามิก |
| กระจก | Sapphire เคลือบสารกันการสะท้อนแสงทั้ง 2 ฝั่ง |
| กลไก | อัตโนมัติ R763 |
| ความถี่ | 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง |
| กำลังสำรอง | 80 ชั่วโมง |
| การกันน้ำ | 50 เมตร |
นิยามใหม่ของสีสันผ่านกระบวนการไฮเทคเซรามิก
การร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการป้ายสีลงบนหน้าปัด แต่เป็นการ “ฝัง” จิตวิญญาณของ Le Corbusier ลงไปในทุกอณูของตัวเรือน นาฬิกาทั้ง 3 รุ่นย่อยถูกสร้างสรรค์ขึ้นจาก High-Tech Ceramic โครงสร้างแบบ Monobloc ซึ่งเป็นนวัตกรรมขึ้นชื่อของ Rado ความพิเศษอยู่ที่เฉดสีที่มองเห็นนั้นไม่ได้เกิดจากการเคลือบผิว แต่เกิดจากกระบวนการเผาผนึก (Sintering) ที่อุณหภูมิสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้สีสันที่บริสุทธิ์และแทรกซึมลึกอยู่ในวัสดุอย่างยั่งยืน
3 สถาปัตยกรรม 3 แรงบันดาลใจ บนเรือนเวลา True Round
Rado เลือกถ่ายทอดผลงานระดับไอคอนของ Le Corbusier ผ่าน 3 รหัสดีไซน์ที่แตกต่างกัน โดยแต่ละเรือนจะมีลวดลายหน้าปัดที่ใช้เลเซอร์สลักอย่างประณีตเพื่อสะท้อนผิวสัมผัสของคอนกรีตและโครงสร้างอาคาร
-
Ref. R27049012: คารวะ La Cité Radieuse กลุ่มอาคารพักอาศัยระดับตำนานในเมืองมาร์กเซย ตัวเรือนมาใน สีขาวงาช้าง (Ivory White – 4320B) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ Rado ที่ผลิตไฮเทคเซรามิกในโทนสีนี้ หน้าปัดสลักลวดลาย béton-brut หรือคอนกรีตพิมพ์ลายไม้ ตัดกับเข็มนาฬิกาโทนสีฟ้าสว่างและน้ำเงินอัลตรามารีนที่ให้ความรู้สึกสงบและบริสุทธิ์
-
Ref. R27048162: จิตวิญญาณแห่ง Carpenter Center อาคารเพียงแห่งเดียวของเขาในอเมริกาเหนือ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เรือนนี้สะท้อนพลังของงานสถาปัตยกรรมแนว Modernist ด้วยตัวเรือน สีเทาเข้ม (Iron Grey – 32010) เลียนแบบสีของคอนกรีตเปลือย เพิ่มลูกเล่นด้วยเข็มนาฬิกาสีขาวครีม สีส้มพลังงานสูง และสีเขียวสไตล์อังกฤษ ทำให้หน้าปัดดูมีมิติและมีชีวิตชีวา
-
Ref. R27111162: มรดกแห่งเมือง Chandigarh ได้รับแรงบันดาลใจจากแผนผังเมืองในฝันประเทศอินเดีย โดยเฉพาะอาคาร Palace of Assembly หน้าปัดถูกถอดรหัสมาจากโครงสร้างเรขาคณิตที่เฉียบคม ตัวเรือนใช้ สีดำงาช้าง (Black Ivory – 4320E) ตัดกับเข็มนาฬิกาสีส้ม สีเขียวมรกต และสีเขียวมะกอก สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างระเบียบวินัยและธรรมชาติ
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline































