Dr.Zhengyi Qian ผู้อำนวยการโครงการ และรองเลขาธิการของ CCF คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการทำงานอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตในแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานเพื่อสร้างสรรค์เรือนเวลา Yangtze Jiangtun Limited Edition ของ ORIS ขึ้นมา นาฬิกาเรือนนี้จะผลิตจำกัดและมีจำหน่ายเพียง 1,249 เรือนตามจำนวนประชากรของโลมหัวบาตรหลังเรียบที่อาศัยอยู่ที่นี่ในธรรมชาติ

Zhengyi Qian กับความหวังแห่งการอนุรักษ์แม่น้ำแยงซี
นาฬิการุ่น Yangtze Jiangtun Limited Edition ถือกำเนิดขึ้นมาจากแนวคิดในการช่วยยกระดับและการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการจำหน่ายนาฬิกา วึ่ง ORIS เข้าไปมีส่วนร่วมหลายต่อหลายโครงการ และมูลนิธิ Changjiang Conservation Foundation (CCF) คือ รายล่าสุด
ซึ่งจากการทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาสมดุลของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแม่น้ำแยงซี เจ้าหน้าที่ของ CCF ต้องทำงานกันอย่างหนัก ดังนั้น การทำงานร่วมกับแบรนด์ ORIS ผ่านเรือนเวลารุ่นใหม่นี้จะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการรับรู้ของโครงการ และอีกด้านหนึ่งคือ การมีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการทำงาน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
แน่นอนว่า โครงการนี้มี Dr.Zhengyi Qian ผู้อำนวยการโครงการ และรองเลขาธิการของ CCF ทำหน้าที่ในการผลักดันและวางแผนการทำงานของโครงการเพื่อให้เดินหน้าไปตามที่หวัง และช่วยต่อความหวังในการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสภาวะวิกฤตและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ORIS : ดร. Qian (เฉียน) ยินดีที่ได้พบคุณ ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณและบทบาทหน้าที่ให้เราฟังเล็กน้อยได้ไหม
Dr.Qian : ผมชื่อ Zhengyi Qian (เฉียน เจิ้งอี้) จบการศึกษาจากสถาบันอุทกชีววิทยา สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน สาขาวิชาเอกนิเวศวิทยาการอนุรักษ์โลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซี ปัจจุบันผมทำงานกับ Changjiang Conservation Foundation (CCF) ในตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ และรองเลขาธิการ หน้าที่หลักของผมคือการออกแบบโครงการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของมูลนิธิ การระดมทุนและดำเนินโครงการต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในการร่วมปกป้องแม่น้ำแยงซี
ORIS : และช่วยเล่าเกี่ยวกับ Changjiang Conservation Foundation (CCF) ว่าก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและด้วยเหตุผลใด
Dr.Qian : มูลนิธิคุ้มครองระบบนิเวศแม่น้ำแยงซี (ซึ่งปัจจุบันคือ CCF) ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดยความร่วมมือของหลายภาคส่วนที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และนับเป็นมูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการระดมทุนสาธารณประโยชน์แห่งแรกในมณฑลหูเป่ยที่ริเริ่มโดยภาคเอกชน
CCF มุ่งมั่นในการปกป้องแม่น้ำแยงซี โดยให้ความสำคัญกับสัตว์สัญลักษณ์ เช่น โลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซี ปลาสเตอร์เจียนจีน และเป็ดดำหัวดำ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างแพลตฟอร์มการอนุรักษ์ที่เปิดกว้างและขับเคลื่อนโดยสังคม ซึ่งเชื่อมโยงภาครัฐ สถาบันวิจัย ภาคธุรกิจเพื่อสังคม องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และประชาชนทั่วไป เพื่อส่งเสริมการเติบโตขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับรากหญ้า และผนึกพลังจากทุกภาคส่วนของสังคมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมกันผลักดันการคุ้มครองระบบนิเวศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของแม่น้ำแยงซี
ORIS : ภารกิจและเป้าหมายขององค์กรคืออะไร และจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้อย่างไร
Dr.Qian : เป้าหมายของเราคือการทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ฟื้นฟูแม่น้ำแยงซีให้กลับมาเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตดังเดิม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสังคมในการปกป้องรักษาแม่น้ำแยงซี เราจะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้เป็นหลัก ผ่านการระดมพลังจากสาธารณชนให้มีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่มุ่งเน้นการปกป้องสัตว์สัญลักษณ์ของแม่น้ำแยงซี นั่นคือ โลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซี แนวทางดังกล่าวครอบคลุมถึงการบ่มเพาะ ผลักดัน และสนับสนุนการพัฒนาองค์กรสาธารณประโยชน์และองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่น การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เร่งด่วนที่สุด และการสร้างบรรยากาศทางสังคมเชิงบวก
ORIS : แล้ว CCF ได้รับเงินทุนสนับสนุนอย่างไร
Dr.Qian : แหล่งเงินทุนหลักของ CCF มาจากโครงการระดมทุนเพื่อสาธารณประโยชน์จากประชาชนทั่วไป และการสนับสนุนจากภาคธุรกิจและองค์กรต่างๆเล่าให้เราฟังเพิ่มเติมเกี่ยวกับโลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซีได้ไหม
โลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซีเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของประเทศจีน และปัจจุบันถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในน้ำชนิดเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในแม่น้ำแยงซี สัตว์ชนิดนี้เป็นทั้งสัตว์สัญลักษณ์และตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศแม่น้ำแยงซี อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์คุ้มครองระดับ Class I ของประเทศจีน โดยพบได้เฉพาะในลำน้ำสายหลักของแม่น้ำแยงซี (ตั้งแต่อี๋ชางถึงเซี่ยงไฮ้) ทะเลสาบโพหยาง ทะเลสาบตงถิง และแม่น้ำสาขาบางแห่งเท่านั้น
ในปี 2013 โลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซีถูกจัดให้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง บนบัญชีแดงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และภายในปี 2017 พบว่ามีประชากรหลงเหลืออยู่เพียง 1,012 ตัว เท่านั้น
ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานแม่น้ำแยงซี สังกัดกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท เราได้ริเริ่มความพยายามเชิงสังคมเพื่ออนุรักษ์โลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซี ด้วยการจัดตั้งระบบลาดตระเวนเสริมในลุ่มแม่น้ำแยงซี โครงการ “Small Porpoise, Big Love” มีส่วนช่วยปลูกฝังบรรยากาศแห่งความรับผิดชอบร่วมกันในสังคมต่อการคุ้มครองสัตว์ชนิดนี้ในวงกว้าง และในปี 2022 จำนวนประชากรโลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซีได้ฟื้นตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1,249 ตัว
ORIS : อะไรคือสาเหตุที่ทำให้สัตว์ชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์
Dr.Qian : มีหลายปัจจัยที่ส่งผลร่วมกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เช่น พายุหิมะและน้ำแข็ง ซึ่งทำให้พวกมันไม่สามารถขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อหายใจ ส่งผลให้ขาดอากาศและเสียชีวิต นอกจากนี้ มลพิษทางน้ำ การเดินเรือ มลพิษทางเสียง การก่อสร้างโครงการชลประทาน และการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ล้วนส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของพวกมันก่อนปี 2020 ปัจจัยคุกคามหลักคือการขาดแคลนอาหารจากทรัพยากรประมงที่ลดลง และการเสียชีวิตโดยตรงจากการทำประมงผิดกฎหมาย
ORIS : ความท้าทายที่สำคัญที่สุดที่คุณเผชิญในการทำงานอนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้คืออะไร
Dr.Qian : นอกเหนือจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ความท้าทายสำคัญอีกประการหนึ่งคือการขาดแคลนเงินทุนสนับสนุนจากภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ORIS : จากการทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ คุณสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนใดบ้าง เพื่อพลิกฟื้นการลดลงของจำนวนประชากรโลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซี
Dr.Qian : เราได้ปรับบทบาทของชาวประมงให้กลายเป็นผู้พิทักษ์ปลา และโลมาหัวบาตรหลังเรียบ ด้วยการจัดตั้งทีมลาดตระเวนเสริม ปัจจุบันมีอาสาสมัครมากกว่า 20,000 คน กระจายอยู่ทั่วลุ่มแม่น้ำแยงซี และทำหน้าที่เป็น “แนวหน้า” ในการคุ้มครองและเฝ้าระวังโลมาหัวบาตรหลังเรียบ
ORIS : เหตุใดจึงเลือกทำงานร่วมกับ ORIS
Dr.Qian : เราพบว่า ORIS มีความมุ่งมั่นด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น คอลเลกชั่น Great Barrier Reef เราทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมผ่านผลิตภัณฑ์ของเรา เรารู้สึกขอบคุณ ORIS อย่างยิ่งที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องระบบนิเวศของแม่น้ำแยงซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซี
ORIS : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับนาฬิกาเรือนนี้?
Dr.Qian : นาฬิการุ่นโลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซีเรือนนี้ยอดเยี่ยมมาก ผมเชื่อว่าผู้คนในประเทศจีนจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน ในวันที่ 21 มีนาคมที่จะถึงนี้ เราจะจัดงานฉลองครบรอบ 10 ปีของ CCF และภายในงานจะมีการประมูลนาฬิกาจำนวน 8 เรือนที่ ORIS บริจาคให้กับ CCF รายได้ทั้งหมดจากการประมูลจะนำไปใช้สนับสนุนโครงการสาธารณประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์โลมาหัวบาตรหลังเรียบ
ORIS : แล้วเงินทุนที่ได้จากการจำหน่ายนาฬิการุ่นนี้จะถูกนำไปใช้ด้านใดบ้าง?
Dr.Qian : เงินทุนเหล่านี้จะนำไปใช้ในการให้ความรู้แก่สาธารณชน และจัดแคมเปญสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์โลมาหัวบาตรหลังเรียบแม่น้ำแยงซี รวมถึงสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้านการอนุรักษ์
ORIS : คุณมีความเชื่อมั่นต่อความสำเร็จของภารกิจนี้มากน้อยเพียงใด?
Dr.Qian : เรามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม แม้กระบวนการการดำเนินงานอาจเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่เรามั่นใจว่าเราจะสามารถบรรลุภารกิจนี้ได้สำเร็จ
DR ZHENGYI QIAN, CCF
A RIVER OF HOPE
เจาะลึกเบื้องหลังกับ ดร.เฉียน เจิ้งอี้: ผู้พิทักษ์แห่งแม่น้ำแยงซี
ดร.เฉียน เจิ้งอี้ ศิษย์เก่าจากสถาบันอุทกชีววิทยา (CAS) ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาของโลมาหัวบาตรโดยเฉพาะ คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการนี้ เขาเล่าถึงวิกฤตที่โลมาเหล่านี้เผชิญ:
-
ภาวะวิกฤต: ในปี 2013 โลมาชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) โดยเหลืออยู่เพียง 1,012 ตัวในปี 2017
-
ภัยคุกคาม: มลพิษทางเสียงจากการเดินเรือ, การขาดแคลนอาหารจากการประมงผิดกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้พวกมันขึ้นมาหายใจไม่ได้
-
จุดเปลี่ยน: CCF เปลี่ยน “ชาวประมง” ให้กลายเป็น “อาสาสมัครลาดตระเวน” กว่า 20,000 คน เพื่อเฝ้าระวังและปกป้องบ้านของโลมา
ดร.เฉียน เจิ้งอี้ “เป้าหมายของเราคือการฟื้นฟูแม่น้ำแยงซีให้กลับมาเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่สมบูรณ์อีกครั้ง” — ดร.เฉียน เจิ้งอี้ (Dr. Zhengyi Qian), ผู้อำนวยการโครงการ CCF
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline




















