Tag Heuer Autavia ปรับหน้าปัดใหม่ตัด Isograph ออก

0
416

Tag Heuer Autavia กลับมาอีกครั้งพร้อมความเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชันปี 2020 ไม่มีคำว่า Isograph อยู่บนหน้าปัดอีกต่อไป

- Advertisement -

Tag Heuer Autavia

 Tag Heuer Autavia ปรับหน้าปัดใหม่ตัด Isograph ออก

  • หลังมีข่าวว่า Recall และเลิกจำหน่ายนาฬิการุ่น Autaviaในที่สุด แท็ก ฮอยเออร์ ( Tag Heuer  )ก็ออกรุ่นใหม่มาทดแทนแล้ว

  • มีจำหน่ายด้วยกัน 7 รุ่นย่อยบนหน้าปัดตัดคำว่า Isograph ออกไป และแทนที่ด้วย Automatic

  • ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องกลไก Caliber 5 ว่ามีการปรับปรุงส่วนไหนบ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นรุ่นปกติที่ไม่ได้ใช้ใยลานจักรกรอกแบบ Carbon Composite เหมือนเดิม

ผ่านมายังไม่ถึงปีหลังจากที่เปิดตัวในงาน Basel World 2019 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางด้าน tag Heuerจัดการปรับหน้าตาของคอลเล็กชั่น Autavia ใหม่ โดยเวอร์ชันปี 2020 บนหน้าปัดจะไม่มีการเขียนคำว่า Isograph อีกต่อไป แต่จะแทนที่ด้วยคำว่า Automatic พร้อมกับ 7 รุ่นย่อยในการทำตลาด ซึ่งก็รวมถึง 2 รุ่นที่เป็น Bronze ด้วย โดยเหตุผลเชื่อว่าเป็นการปรับหลังจากที่มีการ Recall นาฬิการุ่นนี้ที่ใช้เทคโนโลยี Isograph เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และยกเลิกการจำหน่าย

Tag Heuer Autavia

สำหรับ Autaviaถือเป็นอีกคอลเล็กชั่นที่เก่าแก่ของ Tag Heuerโดยมาจากการผสมคำว่า Automobile (ยานยนต์) และ Aviation (การบิน) เข้าด้วยกัน ซึ่งรุ่นแรกมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1960 และสำหรับรุ่นใหม่เพิ่งจะเปิดตัวออกมาเมื่อต้นปี 2019 ด้วยรูปลักษณ์สุดคลาสสิคพร้อมความยอดเยี่ยมของกลไกที่ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer ของ COSC

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเวอร์ชันปี 2020 ที่สามารถสังเกตได้ชัดเจนคือ ในตำแหน่ง 6 นาฬิกาบนหน้าปัดนั้นปกติแล้วจะมีคำว่า ISOGRPAH อยู่ด้วยในบรรทัดที่ 2 แต่ถูกแทนที่ด้วยคำว่า AUTOMATIC แทน โดย Isograph เป็นคำที่ถูกใช้เพื่อสื่อถึงเทคโนโลยีในการนำสายใยจักรกรอกที่ผลิตจาก Carbon Composite ทำให้ช่วยลดน้ำหนักและลดความเสี่ยงต่อการทำงานที่ผิดเพี้ยนเพราะสนามแม่เหล็ก ทนทานต่อแรงกระแทก

การนำคำว่า Isograph ออกจากหน้าปัดนั้นน่าจะสอกคล้องกับข่าวที่บรรดาเว็บนาฬิกาที่ไม่ใช่สื่อหลักของวงการ รวมถึงในกลุ่มคอมมูนิตี้ของแฟนๆ Tag Heuer ได้รายงานว่า เมื่อเดือนกันยายน 2019 ทาง Tag Heuerได้ทำการ Recall นาฬิการุ่น Autavia กลับมาเพราะเรื่องชิ้นส่วนนี้ พร้อมกับยกเลิกในการทำตลาด รวมถึงการถอดออกจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ซึ่งแม้ว่าทาง Tag Heuerเองจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ ออกมา แต่การเปิดตัว Autavia เวอร์ชันปี 2020 ออกมาพร้อมกับตัดคำว่า Isograph ออกไปจากหน้าปัดย่อมยืนยันถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าในเอกสารข่าวไม่ได้มีการยืนยันว่า Caliber 5 ที่ใช้เทคโนโลยีสายใยจักรกรอกที่ผลิตจาก Carbon Composite จะยังมีเหมือนเดิมหรือไม่ และถ้าให้คาดการณ์เชื่อว่า ก็น่าจะมีการถอดเทคโนโลยีนี้ออกไป เพราะ Tag Heuer ไม่ได้ใช้คำว่า Isograph ในการชูเป็นจุดเด่นอะไรอีกต่อไป

ในแง่ของสเป็กตัวเรือนนั้นไม่ได้ต่างจากรุ่นเดิม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร มีให้เลือกทั้ง Stainless Steel และ Bronze โดยรุ่น Bronze จะมีความเปลี่ยนแปลงของสีบนตัวเรือนไปตามการใช้งาน สภาพอากาศ และเวลาโดยจะมีการเกิด Patina ขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงใหลในนาฬิกา Bronze ซึ่งทาง Tag Heuer บอกว่า ตัวเรือนของ Autavia ผ่านการขัดแต่งอย่างลงตัว และสามารถทำให้กระบวนการเกิด Patina ตามธรรมชาติได้ง่ายขึ้น โดยจะมีจุดเริ่มต้นจากการเปลี่ยนเป็นสีแดง-น้ำตาล และจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นน้ำเงิน หรือเขียว ขึ้นอยู่กับการทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อมและสภาพการใช้งานของผู้สวมใส่

ส่วนฝาหลังจะเป็นแบบไทเทเนียมพร้อมการขัดอย่างสวยงาม ซึ่งตรงนี้จะแตกต่างจาก Autavia รุ่นปกติ ที่เป็นฝาหลังแบบ Stainless Steel และในรุ่นปี 2020 ก็ยังมากับระบบสายที่ง่ายและสะดวกต่อการเปลี่ยนสายไม่ว่าจะเป็นสายหนัง สายโลหะ หรือสาย NATO ระบบที่ดึงสายออกจากสปริงบาร์ได้เลย ซึ่งในรุ่นสายเหล็กจะมีสาย NATO แถมมาให้ด้วย

Tag Heuer Autavia

สำหรับกลไก Caliber 5 ที่อยู่ใน Autavia นั้นเหมือนกับรุ่นปกติ โดยผ่านการขัดแต่งและการพัฒนาให้มีความเที่ยงตรงในระดับสูงจนสามารถผ่านมาตรฐานการทดสอบของ COSC และได้การรับรองในระดับ Chronometer ตัวกลไกประกอบด้วยทับทิม 25 เม็ก และเดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง หรือ 4Hz และสามารถสำรองพลังงานได้ 38 ชั่วโมง ส่วนการกันน้ำของนาฬิการุ่นนี้จะอยู่ที่ 100 เมตร

ราคาของ Autavia Bronze จะอยู่ที่ 3,100 ปอนด์ หรือ 120,000 บาทเท่ากันทั้ง 2 รุ่น และจะแพงกว่ารุ่นธรรมดา ซึ่งปกติแล้วจะมีราคาอยู่ระหว่าง 2,495-2,750 ปอนด์ หรือ 97,000-107,000 บาท

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync