Seiko Black Series 2020 จับคู่ MM300 – Sumo ลุยตลาด

0
1247

มาแล้วสำหรับแฟนๆ ที่เฝ้ารอการเปิดตัวของรุ่น Black Series ใหม่ ซึ่งคราวนี้มี 3 รุ่นและผลิตในแบบจำกัด โดยไฮไลท์อยู่ที่ MM300 ที่มีการผลิตออกขายเพียง 600 เรือนเท่านั้น

- Advertisement -

Seiko Black Series 2020

Seiko Black Series 2020 จับคู่ MM300 – Sumo ลุยตลาด

  • เปิดตัวออกมาแล้วสำหรับ Black Series 2020 ซึ่งจะขายในแบบ Limited Edition พร้อมสลักเลขบนฝาหลังทั้งหมด

  • ใช้พื้นฐานของนาฬิการุ่น MarineMaster 300 หรือ MM300 และ Sumo ที่มีทั้งรุ่นกลไกอัตโนมัติ และตัว Solar Chronograph

  • สำหรับ Sumo จะเริ่มขายก่อนในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วน MM300 จะตามมาในเดือนมีนาคม

รอกันมานาน ในที่สุด (ไซโก้) Seiko ก็เผยโฉมนาฬิกาที่จะอยู่ในคอลเล็กชั่น Black Series 2020 ออกมาแล้ว คราวนี้จัดเต็มจับ MarineMaster 300 หรือ MM300 ควงคู่กับ 2 รุ่นจาก Sumo ลุยตลาด และจะมีการผลิตในแบบจำกัดจำนวน โดยจะมีทำตลาด 2 รุ่นคือ SBDX033 หรือ SLA035J1 สำหรับ MM300 ตามด้วย SBDC095 หรือ SPB125J1 สำหรับ Sumo กลไกอัตโนมัติ และ SBDL065 หรือ SCC761J1 สำหรับ Sumo Chronograph

Seiko Black Series 2020

ย้อนกลับไปในปี 2018 ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ทาง Seiko เปิดตัว Black Series รุ่นแรกออกสู่ตลาด และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างโดยเฉพาะรุ่นที่ใช้พื้นฐานของ Turtle ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็น Rare Item สำหรับแฟนๆ ไปแล้ว โดยเฉพาะรุ่น JDM ที่มีตัวอักษรช่อง Day เป็นคันจิ เพราะมีการผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือนเท่านั้น

สำหรับในรุ่นใหม่นี้ ทาง Seiko มีการอัพตลาดขึ้นสูงด้วยการจับเอานาฬิกาในกลุ่ม Prospex Sea ที่เป็นรุ่นสูงกว่าอย่าง MarineMaster300 หรือ MM300 และ Sumo ใหม่มาเป็นต้นทางในการพัฒนา โดยแนวทางก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม คือ เน้นตัวเรือนสีดำสนิท มากับสายยาง และเข็มนาทีเป็นสีส้ม พร้อมพรายน้ำสีเบจออกแนววินเทจ

อย่างไรก็ตาม สำหรับ MM300 จะแตกต่างออกไป แม้ว่าตัวเรือนจะมีการรมดำแบบ DLC ก็ตาม แต่เข็มนาทีในรุ่นนี้จะมากับสีปกติ แต่เปลี่ยนสีเข็มวินาทีเป็นสีแดง และพรายน้ำก็ยังเป็นสีปกติ โดยเหตุผลที่เลือกสีแดงนั้นเป็นเพราะเรื่องของความยาวของคลื่นสีเวลาที่อยู่ใต้ท้องทะเลลึก ซึ่งสีแดงจะสามารถมองเห็นได้ง่าย และสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของ MM300 ที่เป็นนาฬิกาที่เกิดมาเพื่อการใช้งานใต้ท้องทะเลลึกเพราะตัวเรือนที่เป็นแบบ Monocase และความสามารถในการกันน้ำระดับ 300 เมตร

นอกจากนั้นในเรื่องของการทำตลาด ทุกรุ่นจะถูกระบุมาเลยว่าจะมีการผลิตออกมาในแบบจำกัด ซึ่ง SBDX033/SLA035J1 จะมีเพียง 600 เรือนทั่วโลก ตามด้วย SBDL065/SCC761J1 จำนวน 7,000 เรือน และ SBDC095/SPB125J1 จำนวน 7,000 เรือน โดยทุกรุ่นจะมีการสลักหมายเลขเอาไว้ที่ฝาหลัง

Seiko Black Series 2020

 

Seiko Black Series 2020

Seiko Black Series 2020

ในช่วงแรกของการทำตลาดนั้นจะมีแค่ SBDC095/SPB125J1 และ SBDL065/SCC761J1 ซึ่งจะเริ่มขายในญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์นี้กับราคา 90,000 และ 76,000 เยน ส่วนรุ่น SBDX033/SLA035J1 จะตามมาในเดือนมีนาคมกับราคา 300,000 เยน และมีแนวโน้มว่าจะมีแค่สายยางเท่านั้นตามคอนเซ็ปต์ ไม่มีสายเหล็กแนบมาให้เหมือนกับรุ่นปกติ ราคาก็เลยถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ MM300 รุ่นปกติ ซึ่งมีราคา 320,000 เยน

SBDX033/SLA035J1 SBDL065/SCC761J1 SBDC095/SPB125J1
เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.) 44.3 44.5 45
Lug to Lug (มม.) 50.5 51.6 52.55
ความหนา (มม.) 15.4 13.65 12.85
ความกว้างขาสาย (มม.) 20 NA 20
น้ำหนัก (กรัม) NA 187 188
รหัสกลไก 8L35 V192 6R35
จำนวนทับทิม 26 24
ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง 32,768 Hz 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง
การสร้างพลังงาน ขึ้นลานมือ / เคลื่อนไหวข้อมือ แสงอาทิตย์ ขึ้นลานมือ / เคลื่อนไหวข้อมือ
สำรองพลังงาน (ชั่วโมง) 50 6 เดือนในกรณีที่ใช้งานน้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง 70
ความเที่ยงตรง +15 ถึง -10 วินาที/วัน +/- 15 วินาที/เดือน +25 ถึง – 15 วินาที/วัน
จำนวนการผลิต (เรือน) 600 7,000 3,500
ราคาในญี่ปุ่น (เยน) 300,000 76,000 90,000

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync