Glycine Airman 17 Sphair GMT : ถ้าย่อส่วนอีกนิดจะดีไม่น้อย

0
883

นาฬิกาตระกูล Airman ของ Glycine เป็นอะไรที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์จนเรียกว่าเป็น Iconic ของแบรนด์เลยก็ว่าได้ และกับเวอร์ชันฉลองครบรอบ 50 ปีของชื่อ Airman อย่าง 17 Sphair ก็เป็นอะไรที่แฟน Glycine ไม่น่าพลาด

Glycine Airman 17 Sphair GMT : ถ้าย่อส่วนอีกนิดจะดีไม่น้อย
Glycine Airman 17 Sphair GMT : ถ้าย่อส่วนอีกนิดจะดีไม่น้อย

Glycine Airman 17 Sphair GMT : ถ้าย่อส่วนอีกนิดจะดีไม่น้อย

- Advertisement -

ผมกับนาฬิกาในตระกูล Airman ของ Glycine คลาดกันไปมาอยู่หลายรอบ เรียกว่าถ้ากระสุนมี ของมักจะไม่มี แต่พอของมี กระสุนดันไม่มี และในเมื่อเป็นนาฬิกาที่ไม่ค่อยโผล่ออกมาให้เห็นตามเว็บซื้อขายด้วยแล้ว งานนี้ถ้าพลาดไปแล้วก็มักจะต้องรอกันนานเอาเรื่องเลย แต่อย่างว่าละครับถ้าเป็นเป้าหมายหรือเนื้อคู่กันแล้ว เรื่องอย่างนี้มักไม่แคล้วกัน และในที่สุดผมก็มาเจอกับเจ้า Airman 17 Sphair GMT เข้าจนได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เป้าที่ผมตั้งใจจะสอยก็ตาม

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะผมเล็งเจ้า SST12 หรือไม่ก็ Base 22 เอาไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีให้เลือกในตลาดออนไลน์เพียบ แต่พอกระสุนมา ตลาดดันวาย สุดท้ายก็มี 17 Sphair GMT โผล่ออกมาแทน ก็เลยเอาวะ…ดีกว่ารอแล้วกระสุนร่อยหรอไปกับเบี้ยบ้ายรายทาง

นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการต่อยอดมาจาก Airman 17 ที่เปิดตัวใน Basel World ปี 2013 โดยผลิตเป็นเวอร์ชันพิเศษ SPHAIR ในปี 2015 เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของนาฬิกา Glycine Airman ส่วน SPHAIR คือ สถาบันที่สอนการบินและนักโดดร่มของสวิตเซอร์แลนด์ที่มืชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยนอกจากเวอร์ชัน 17 แล้ว ก็ยังมีเวอร์ชัน 18 วางขายด้วย ซึ่งเป็นตัวเรือนที่มีขนาดเล็กกว่า อยู่ที่ 38 มิลลิเมตรเท่านั้น  สำหรับ Airman 17 ก็อยู่ที่ 46 มิลลิเมตร

เอาเข้าจริงๆ นะครับ Glycine เป็นนาฬิกาเลือดสาด ดังนั้น นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมรอ Airman ตามบอร์ดซื้อขายมือสอง ไม่ว่าจะเป็นของใหม่แต่หิ้ว หรือไม่ก็ของมือสองแทน แต่ไม่คิดจะเดินเข้าโชว์รูมอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านั้น ฝันของผมเกือบจะเป็นจริงกับ SST12 แล้วตอนที่ jackroad.co.jp เอามาโล๊ะขายในราคาแสนเยนนิดๆ หรือร่วมๆ 30,000 บาท (ตอนที่ค่าเงิน 27 บาท/100 เยน) แต่ดันใจเย็นและเลือกเอา Hamilton Pan Europ ไปแทน สุดท้าย SST12 ในราคานั้นก็ไม่มีมาอีกเลย

ดังนั้น ในเมื่อกระสุนพร้อมแล้วเป้าที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์โผล่มาแต่ก็พอแทนกันได้ ก็เลยต้องจัดการสอยแบบไม่ลังเล แม้ว่าจะติดขัดอยู่ 2-3 อย่างก็ตาม แต่ในแง่ภาพรวมไม่มีปัญหาอะไร

เรื่องที่ติดขัดคือขนาดของตัวเรือนนี่แหละ กับไซส์ 46 มิลลิเมตรแถมเป็นนักบินที่ขายาวอีกด้วย งานนี้แม้ข้อมือ 7 นิ้วของผมจะพอไหว แต่ก็ต้องปาดเหงื่อรอลุ้นกันหน่อยว่าใส่แล้วจะกางหรือไม่ เพราะ Lug-to-Lug นาฬิการ่วมๆ 56 มิลลิเมตร หรือน้องๆ G-Shock เลย และผมก็เคยมีประสบการณ์กับเจ้า Fortis B47 GMT Calculator มาแล้ว ก็เลยหวั่นๆ กับสภาพล้นข้อที่จะเจอกับเรือนนี้

แม้ปัญหานี้ก็หมดไปเมื่อเจอตัวจริงและลองทาบ แต่กลับมีความกังวลใหม่ตามมา นั่นคือ ตัวเรือนดูบางไปหน่อย แค่ 10.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนตัวสำหรับผมคิดว่าน้อยไปนิดเมื่อเปรียบเทียบกับ Diameter และ Lug Width ที่รับขนาดสาย 24 มิลลิเมตร มันเหมือนกับนาฬิกา Dressed  โดนรถทับให้แบนออกยังไงพิกล กับไซส์ขนาดนี้ ในมุมมองผม ถ้าหนาสัก 13-14 มิลลิเมตรจะดูดีและลงตัวในแง่ของความสปอร์ตมากกว่า มันเหมือนกับว่าพวกเขากั๊กๆ ยังไงก็ไม่รู้ ถ้าจะมาแนว Dressed ก็น่าจะลดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและ Lug Width ลง แต่ถ้าจะไปแนวสปอร์ตก็ขอตัวเรือนที่หนากว่านี้หน่อย นี่ดันมากับสเป็กตัวเรือนแปลกๆ

แต่เอาเถอะในเมื่อจ่ายเงินซื้อมาแล้ว มานั่งบ่นก็ใช่เรื่อง แต่อย่างที่บอก สุดท้ายเมื่อมองในภาพรวมแล้ว ผมก็ค่อนข้างพอใจกับ Airman 17 Sphair GMT

ในแง่ของความเนียนและคุณภาพโดยรวม ยอมรับว่าเมื่อเปรียบเทียบกับค่าตัวเต็มที่น่าจะมีเฉียดแสน อาจจะผิดหวังสักนิด แต่ถ้ามองในแง่ของการซื้อในราคาที่ถูกลงมากกว่า 50% จากพ่อค้าที่คุ้นเคยซึ่งไปหิ้วมาจากข้างนอก ยอมรับว่า Airman มีคุณภาพและความประณีตในระดับที่รับได้

ตัวเรือนมาเป็นแบบปัดเงาสลับด้าน พร้อมกับ Bezel สีดำ ส่วนด้านหลังมาแบบเปลือยและโชว์โรเตอร์ของกลไก GL293 ที่ทาง ETA ดัดแปลงกลไกของตัวเองน่าจะเป็นรหัส 2893-2 และส่งให้กับแบรนด์นี้โดยเฉพาะ โดยบนโรเตอร์เหวี่ยงมีการสลับชื่อแบรนด์ รุ่นและโลโก้รูปเครื่องบินใบพัดเอาไว้ด้วย

ขณะการที่ Glycine บอกว่านี่คือนาฬิกาแบบ 3 โซนเวลา ดังนั้นขอบ Bezel สามารถหมุนเพื่อใช้ตัวเลขข้างบนทำงานร่วมกับเข็ม GMT หรือหลักชั่วโมง ในการบอกเวลาที่ 3 ได้อีกด้วย โดยก่อนที่จะหมุนขอบ Bezel คุณต้องคลายเกลียวตัวล็อกที่อยู่ในตำแหน่ง 4 นาฬิกาออกเสียก่อน และเมื่อปรับเสร็จแล้วก็หมุนกลับเพื่อป้องกันไม่ให้มันเคลื่อนออกจากตำแหน่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าการใช้ยางเสริมตรงขอบเม็ดมะยมทั้ง 2 จุดนั้น ช่วยทำให้การหมุนเม็ดมะยมมีความกระชับมือมากขึ้น และทำได้อย่างสะดวก เช่นเดียวกับขอบ Bezel ที่ผลิตจากยางแข็ง ทำให้กระชับมือขึ้น รวมถึงรองรับการกระแทกได้ด้วย

ตัวกลไกสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อนาที โดยตัวเข็ม GMT เป็นแบบปรับอิสระ ซึ่งง่ายต่อการปรับเวลาที่ 2 โดยใช้จังหวะการดึงเม็ดมะยมสเต็ปเดียวกับการปรับวันที่ เพียงแต่หมุนเม็ดมะยมไปคนละทางเท่านั้นเอง คือหมุนขึ้นสำหรับปรับเข็ม GMT และหมุนลงสำหรับเปลี่ยนวันที่ ตรงนี้ถือว่าสะดวกมากในเรื่องของการปรับเซ็ตเวลาที่ 2 และ 3 เพราะไม่ยุ่งยากในการปรับเข็มเหมือนกับระบบ GMT อีกแบบเหมือนกับ Omega Seamaster หรือ Rolex GMT

อีกสิ่งที่ขัดใจผมนิดๆ คือ ตำแหน่งของตัวล็อกสายบนขานาฬิกา ซึ่งดูเหมือนพวกเขาจะวางใกล้กับตำแหน่งขอบของตัวเรือนมากไปหน่อย ซึ่งตรงนี้มีข้อดีคือ ลดความเสี่ยงในการเกิดช่องว่างระหว่างหัวสายกับนาฬิกา แต่ก็จะมีปัญหาตรงที่ถ้าคุณซื้อสาย Aftermarket แบบหัวสายหนาๆ มา อาจจะใส่ลำบากถึงลำบากมาก

อีกทั้งตำแหน่งรูล็อกตรงนี้แทนที่จะอยู่ในตำแหน่งสูงๆ ขึ้นมากลับเจาะซะต่ำ ทำให้สายที่คุณเลือกมาเปลี่ยน ถ้าบางไป (ประมาณ 2 มิลลิเมตร) ก็จะจมลงไปกับขาสาย ต้องความหนาสัก 4 มิลลิเมตรถึงจะดูสมส่วนหน่อย ไม่รู้สึกว่าตัวสายจมลงไประหว่างขาสาย…แต่ถ้าชาตินี้คุณไม่คิดจะเปลี่ยนสายเลย ก็ลืมที่ผมบ่นอยู่ข้างบนไปเสียเถอะ

สรุปโดยรวม ถ้าคุณสามารถหามือ 1 สำหรับของหิ้วแบบครบๆ ในราคาที่เสียแบงค์พันไม่เกิน 35 ใบได้ นี่คือ นาฬิกาที่น่าสนใจอย่างมากรุ่นหนึ่ง เพราะนอกจากจะเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์แล้ว ฟังก์ชั่นและการใช้งานยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่ต้องการทราบเวลาที่มีมากกว่า 2 โซน

แต่ถ้าราคาเกินจากที่ผมบอกข้างต้น ก็ซื้อได้นะ หรือถ้าเดินเข้าบูติกของ Glycine แล้วสอยติดมือมาด้วย ผมคงต้องยอมรับ และยกนิ้วโป้งทุกนิ้วเท่าที่มีอยู่ในร่างกาย พร้อมกับบอกเลยว่าคุณแม่งเจ๋งจริงๆ … ไม่ได้ประชดนะ แต่ชมจากใจเลย

คุณสมบัติของ : Glycine Airman 17 Sphair GMT

  • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง : 46  มิลลิเมตร
  • Lug-to-Lug : 56 มิลลิเมตร
  • ความหนา : 10.75 มิลลิเมตร
  • ความกว้างขาสาย : 24 มิลลิเมตร
  • กระจก : Sapphire พร้อมเคลือบสารกันสะท้อน
  • การกันน้ำ : 200 เมตร
  • กลไกล : GL293 GMT บอกเวลาที่ 2
  • ความถี่ : 28,800 ครั้งต่อนาที
  • สำรองพลังงาน : 42 ชั่วโมง
  • จุดเด่น : สวย มีเอกลักษณ์ ฟังก์ชันสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้
  • จุดด้อย : ขนาดตัวเรือนใหญ่แต่บาง จุดยึดขาสายชิดตัวเรือนมากไป เป็นนาฬิกาอีกรุ่นที่คนซื้อมีสิทธิ์เลือดหมดตัวได้ตอนขายต่อในกรณีทีซื้อมือ 1 แบบเต็มราคา

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync