Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 ผสานความงามบนความแข็งแกร่ง

0

อีกครั้งที่ Casio G-SHOCK ได้นำงานฝีมือระดับปรมาจารย์ของช่างชาวญี่ปุ่นมานำเสนอบนตัวเรือน และ Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์”strength and beauty” ผ่านการทำงานของ Masao Kobayashi  ซึ่งเป็นช่างฝีมือในการผลิตเครื่องโลหะ และเครื่องประดับรุ่นที่ 3 ของตระกูลที่อาศัยอยู่ในเมือง Otsu จังหวัด Shiga และเขาได้นำเสนอลวดลายของนกฟีนิกซ์ พร้อมกระบวนการผลิต Sword Tsuba หรือการ์ดบนดาบซามูไรมาใช้ในการผลิตลวดลายของนาฬิกาเรือนนี้ โดยการผลิตจะมีเพียง 800 เรือนเท่านั้นสำหรับจำหน่ายทั่วโลก

Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3
Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3

Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 ผสานความงามบนความแข็งแกร่ง

  • ความพิเศษที่นำความแข็งแกร่งมาผสานกับความงามด้วยเทคนิคการแกะสลักโลหะระดับสูงของญี่ปุ่น

  • ตัวเรือนไทเทเนียมมาพร้อมกับลวดลายการสลักของ Masao Kobayashi ในลวดลายนกฟีนิกซ์

  • ผลิตเพียง 800 เรือนทั่วโลก

- Advertisement -

นาฬิกาตระกูล MR-G ของ Casio G-SHOCK ถ้าเป็นรุ่น MRG-B2000 แล้วสิ่งหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการผสมผสานเพื่อนำเสนอให้แฟนๆ คนรักนาฬิกาทั่วโลกได้สัมผัสคือ การผสมผสานระหว่างความทันสมัยของฟังก์ชั่นเข้ากับความงดงามของงานฝีมือเชิงช่างของญี่ปุ่นที่ถูกนำมารวมกันได้อย่างลงตัว และ Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 คือ อีกหนึ่งตัวอย่างในการนำรูปแบบของการผลิตการ์ดป้องกันมือบนดาบซามูไร หรือ Sword Tsuba มาสร้างสรรค์ลวดลายบนนาฬิกา โดยเลือกใช้ “นกฟีนิกซ์” (Phoenix) สัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง มาเป็นลวดลายหลักที่บ่งบอกถึงพลังและโชคลาภ

นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน"

นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน" นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน" นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน"

Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 มากับตัวเรือนที่ผลิตจากไทเทเนียม และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 49.8 มิลลิเมตร โดยกลไกที่อยู่ภายในเป็น Module ในรหัส 5625 สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth ได้ และยังมีฟังก์ชั่น Tough Solar ในการเปลี่ยนแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่แบบชาร์จได้

แนวคิด “strength and beauty” หรือ “ความงามบนความแข็งแกร่ง” คือ นิยามที่ถูกนำเสนอผ่านกระบวนการผลิตของ Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 โดยไฮไลท์เด่นคือ การนำกระบวนการผลิตลวดลายบน Sword Tsuba มาใช้ในการผลิตพื้นผิวและกรอบตัวเรือนโดยช่างแกะสลักระดับปรมาจารย์ของญี่ปุ่นอย่าง Masao Kobayashi  ซึ่งเป็นช่างฝีมือในการผลิตเครื่องโลหะ และเครื่องประดับรุ่นที่ 3 ของตระกูลที่อาศัยอยู่ในเมือง Otsu จังหวัด Shiga โดยเขาได้ศึกษาศาสตร์การผลิตงานแกะสลักโลหะมาจากช่างที่ Kyoto พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานจนกลายเป็นช่างฝีมือระดับสูงของญี่ปุ่นที่มีความสามารถในด้านการแกะสลักโลหะ

นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน" งานแกะสลักนกฟีนิกซ์บนขอบตัวเรือน Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 โดย Masao Kobayashi" สาย Durasoft ลาย Bishamon Kikkō บนนาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3

Tsuba หรือการ์ดป้องกันดาบ คือ ชิ้นส่วนที่อยู่ระหว่างใบมีดและมือจับของดาบซามูไรญี่ปุ่น เพื่อช่วยป้องกันมือในระหว่างที่มีการรบด้วยดาบ ดังนั้น ชิ้นส่วนนี้จึงต้องมีความแข็งแกร่งและทนทาน และขณะเดียวกัน บ่อยครั้งมักเป็นอีกจุดบนดาบซามูไรที่ถูกนำมานำเสนอความงดงามด้วยฝีมือในการผลิตของช่างฝีมือ

ขอบตัวเรือนของ Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 ได้รับการสร้างสรรค์ลวดลายด้วยงานฝีมือที่เรียกว่า Shishi-Aibori หรือเทคนิคการใช้ค้อนกระหน่ำตีลงบนชิ้นงานเพื่อให้เกิดลวดลายขึ้นมา และ Kobayashi เลือกนำเสนอลวดลายนกฟีนิกซ์ลงบนพื้นผิวของกรอบตัวเรือนในนาฬิกาเรือนนี้

นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน" งานแกะสลักนกฟีนิกซ์บนขอบตัวเรือน Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 โดย Masao Kobayashi"
งานแกะสลักนกฟีนิกซ์บนขอบตัวเรือน Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 โดย Masao Kobayashi"
Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3

นกฟีนิกซ์ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง และมักถูกนำมาใช้ในการออกแบบอุปกรณ์ทางทหาร และการใช้เทคนิค ” shishi aibori “ สร้างภาพ 3 มิติที่ทรงพลังของการบินของฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นลางบอกเหตุแห่งโชคลาภ ลวดลายหินขรุขระรอบขอบช่วยเน้นย้ำการออกแบบอันสง่างาม

สีของขอบตัวเรือนชวนให้นึกถึงสี “kuroganeiro” (เหล็กดำ) ที่ปรากฏขึ้นเมื่อเหล็กถูกตีขึ้นรูปที่อุณหภูมิสูง นอกจากนี้ มรกตซึ่งเชื่อกันว่าจะมอบพลังทางจิตวิญญาณ ถูกฝังไว้ในสกรูทั้ง 4 ตัวบนขอบตัวเรือน เพิ่มความสง่างามให้กับความแข็งแกร่งของนาฬิกา ตัวเรือนมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งพบในลวดลายของใบมีด

นวัตกรรม AIP® และสาย Durasoft: ความทนทานที่มาพร้อมสไตล์

  • ขณะที่ตัวเรือนมากับอีกกระบวนการผลิตที่เรียกว่า AIP (Arc Ion Plating)ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปรับสภาพพื้นผิวที่ใช้พลังงานจากการปล่อยประจุไฟฟ้าเพื่อทำให้วัสดุโลหะกลายเป็นพลาสมาในทันที พร้อมทั้งแตกตัวเป็นไอออนของธาตุต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของชั้นเคลือบ เมื่อเทียบกับ IP ทั่วไปแล้ว AIP สามารถสร้างชั้นเคลือบที่มีการยึดเกาะและความแข็งสูง คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของ AIP คือการทำให้วัสดุกลายเป็นไอในคราวเดียวโดยใช้พลังงานสูง ทำให้สามารถสร้างชั้นเคลือบที่สม่ำเสมอและสวยงามบนพื้นผิวของโลหะต่างๆ ซึ่งช่วยให้ได้สีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นตามที่ MR-G ต้องการ และท้ายที่สุดก็คือความหลากหลายของสีสัน โดยเป็นกระบวนการผลิตที่เป็นเอกสิทธิ์ของทาง Kobe Steel พันธมิตรของ Casio G-SHOCK
งานแกะสลักนกฟีนิกซ์บนขอบตัวเรือน Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 โดย Masao Kobayashi"
Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3

นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน"

  • สาย Durasoft ลาย Bishamon Kikkō ทนทานต่อการเปลี่ยนสี คราบสกปรก และการเสื่อมสภาพ และมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลน่าสัมผัส พร้อมกับลวดลายบนสายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ลาย Bishamon tortoiseshell pattern (Bishamon Kikkō 毘沙門亀甲) คือ ลายกระดองเต่าแบบญี่ปุ่นโบราณที่ใช้สัญลักษณ์หกเหลี่ยมซ้อนกันเป็นชั้นๆ แสดงถึงเกราะของเทพเจ้าบิชามอนเท็น (Bishamonten) เทพแห่งสงครามและความมั่งคั่งในศาสนาพุทธ เพื่อสื่อถึงการป้องกัน ความแข็งแกร่ง และโชคลาภมงคล มักพบในงานศิลปะ สิ่งทอ และเครื่องประดับ ส่วนตัวล็อกไทเทเนียมยังผ่านการชุบแข็งอย่างลึกและเคลือบด้วย AIP สีน้ำตาลเพื่อความทนทาน

นาฬิกา Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3 รุ่นจำกัด 800 เรือน"

ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications : Casio G-SHOCK MRG-B2000KT-3)

คุณสมบัติ รายละเอียด
รหัสรุ่น MRG-B2000KT-3
Lug to Lug 54.7 มิลลิเมตร
ขนาดตัวเรือน 49.8 มม. (ความหนา 16.9 มม.)
วัสดุ ไทเทเนียมเคลือบ AIP / กระจก Sapphire
กระจก Sapphire
กลไก Module 5625 แบบควอตซ์ เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และมีระบบ Tough Solar
ความพิเศษ ผลิตจำกัดเพียง 800 เรือนทั่วโลก
การกันน้ำ 200 เมตร
ราคาเปิดตัว 935,000 เยน