คอลเล็กชั่น Experimental เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 และยังสานต่อธรรมเนียมปฏิบัติในการนำเสนอเรือนเวลาที่มีความโดดเด่นและล้ำสมัยออกมาอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดพวกเขาเปิดตัว BR-X3 ที่เป็นการผสมผสานทั้งงานดีไซน์ วัสดุที่ใช้ในการผลิต และกลไกที่มีความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer โดยในช่วงแรกของการทำตลาด BR-X3 จะมีการทำตลาดด้วยกัน 2 ทางเลือกของวัสดุ นั่นคือ ไทเทเนียมที่มากับหน้าปัดสีดำ และสตีลที่มากับหน้าปัดสีน้ำเงิน พร้อมการขับเคลื่อนโดยกลไกอัตโนมัติ BR-Cal.323

Bell and Ross BR-X3 ผสมผสานงานทดลองสู่ตัวเรือนสุดสปอร์ต
-
ผลผลิตใหม่ล่าสุดจากคอลเล็กชั่น Experimental
-
ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร มีให้เลือกทั้งผลิตจากไทเทเนียมและสตีล
-
ขับเคลื่อนด้วยกลไก BR-Cal.323 ที่มีความเที่ยงตรงระดับ Chronometer
Bell and Ross เปิดตัวทางเลือกใหม่ที่เป็นการผสมผสานระหว่างตัวเรือนและรูปทรงของ BR-03 เข้ากับกลไกที่มาจาก BR-X5 ซึ่งผลที่ได้คือ นาฬิการุ่นใหม่ในรหัส BR-X3 ที่คงสไตล์และดีไซน์ตามแบบฉบับดั้งเดิมของนาฬิกาจาก Bell & Ross แต่เหนือชั้นขึ้นด้วยกลไกที่มาทั้งความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer และมาตรวัดแสดงระดับกำลังสำรองของกลไก หรือ Power Reserve Indicator
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ถือเป็นนาฬิการุ่นที่ 4 ที่เกิดจากแนวคิด BR-X Series ซึ่งเป็นนาฬิกาในสไตล์ Experimental Watch ที่นำเสนอความแปลกใหม่ทั้งในด้านดีไซน์และกลไกเพื่อฉีกแนวจากคอลเล็กชั่นที่มีอยู่ของ Bell and Ross โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวออกมาคือ BR-X1 ในปี 2014 ตามด้วย BR-X2 Skeleton ในปี 2018 และ BR-X5 ในปี 2022 และล่าสุดในปี 2025 คือ รุ่น BR-X3
![]() |
![]() |
แน่นอนว่าในแง่ของงานดีไซน์ Bell & Ross ยังยึดคอนเซ็ปต์ Circle in the square ที่เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบนาฬิกาทุกรุ่นของพวกเขา และ BR-X3 ก็แชร์มิติตัวเรือนร่วมกัน BR-03 ในเรื่องเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 41 มิลลิเมตร แต่ BR-X3 จะหนากว่าเล็กน้อย โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 13.3 มิลลิเมตร

วัสดุตัวเรือนจะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นคือ
-
BRX3R-BL-TI/SRB ตัวเรือนผลิตจาก Black Titanium พร้อมหน้าปัดและสายยางสีดำ
-
BRX3R-BLU-ST/SRB ตัวเรือนผลิตจาก Steel พร้อมหน้าปัดแบบซันเรย์และสายยางสีน้ำเงิน
![]() |
![]() |
เช่นเดียวกับนาฬิกาส่วนใหญ่ในคอลเลคชั่น Experimental ของ Bell & Ross ดังนั้น BR-X3 จึงถูกเติมมิติและความซับซ้อนให้กับหน้าปัด ด้วยโครงสร้าง 3 ชั้น สะท้อนดีไซน์รูปตัว X อันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นเคยในนาฬิกา BR-X หลายรุ่น ฐานหน้าปัดเคลือบสีดำด้านหรือเคลือบสีน้ำเงินซันเรย์
ด้านบนเป็นโครงสร้างสีเทาเมทัลลิกหรือเคลือบโรเดียม ประดับกรอบสองส่วนสำคัญ คือ ช่องแสดงวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา พร้อมตัวเลขสามตัวที่มองเห็นได้ เพื่อบอกวเมื่อวาน-วันนี้-วันพรุ่งนี้ และมาตรวัดพลังงานที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา พร้อมตัวระบุวันที่ 3 วัน และคำว่า E และ F เพื่อบอกระดับกำลังลานในกลไก
![]() |
![]() |
กลไกที่อยู่ใน Bell and Ross BR-X3 เป็นของที่คุ้นเคยสำหรับบรรดาแฟนๆ ของแบรนด์มาตั้งแต่การเปิดตัวรุ่น BR-X5 โดยเป็นรหัส BR- Cal.323 ซึ่งเป็นกลไก Third Party จาก Kenissi ที่ผลิตเพื่อส่งให้กับแบรนด์อย่าง Tudor หรือ Norqain มีกำลังสำรอง 70 ชั่วโมง พร้อมความเที่ยงตรงในระดับ Chronometer ที่ผ่านการรับรองโดย COSC ซึ่ง Bell & Ross สลักคำว่า Chronometer เอาไว้บนขอบฝาหลังแบบใส
![]() |
![]() |

สำหรับราคาของ Bell and Ross BR-X3 จะอยู่ที่ 7,000 ฟรังก์สวิสส์สำหรับรุ่นสเตนเลสสตีล และ 7,700 ฟรังก์สวิสส์ สำหรับไทเทเนียม
รายละเอียดทางเทคนิค : Bell and Ross BR-X3
- เส้นผ่านศูนย์กลาง : 41 มิลลิเมตร
- ความหนา : 13.3 มิลลิเมตร
- กระจก : Sapphire
- กลไก : อัตโนมัติ BR-Cal.323 มีความเที่ยงตรงระดับ Chronometer
- ความถี่ : 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
- กำลังสำรอง : 70 ชั่วโมง
- การกันน้ำ : 100 เมตร
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline






























