Cortina Watch (คอร์ติน่า วอทช์) และ Rolex ประกาศเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ ณ One Bangkok โดยบูติกแห่งใหม่นี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมภายนอกอาคารแบบดูเพล็กซ์อันสง่างามตั้งอยู่ในย่านมิกซ์ยูสอันเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมือง ซึ่งหลอมรวมความหรูหราการออกแบบ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

Cortina Watch and Rolex เปิดตัวบูติกใหม่ในใจกลางกรุงเทพฯ
Cortina Watch (คอร์ติน่า วอทช์) และ Rolex ประกาศเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ ณ One Bangkok โดยบูติกแห่งใหม่นี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมภายนอกอาคารแบบดูเพล็กซ์อันสง่างามตั้งอยู่ในย่านมิกซ์ยูสอันเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมือง ซึ่งหลอมรวมความหรูหราการออกแบบ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
![]() |
![]() |
พื้นที่แห่งนี้นับเป็นบูติก Rolex แห่งแรกในประเทศไทยที่นำเสนอคอนเซ็ปต์แบบดูเพล็กซ์ และยังเป็นบูติกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Rolex ในประเทศไทยอีกด้วยด้วยพื้นที่ขนาด 300 ตารางเมตร บูติกแห่งนี้บรรจงถ่ายทอดโลกของ Rolex ผ่านการออกแบบอันประณีตและพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างความรู้สึกกลมกลืน ความเป็นส่วนตัว และความใกล้ชิดกับแบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การบริการระดับมืออาชีพในบรรยากาศที่สงบและสง่างาม
![]() |
![]() |
“ในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจาก Rolex มากว่า 20 ปี เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานนี้ผ่านการเปิดบูติกแห่งใหม่ ณ One Bangkok หมุดหมายสำคัญครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการถ่ายทอดมาตรฐานการบริการ และงานฝีมืออันเป็นเลิศ ซึ่งเป็นหัวใจของทั้ง Rolex และ Cortina Watch” นายคริส จาติกรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์ติน่า วอทช์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ทุกองค์ประกอบของการออกแบบภายในล้วนสะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ของ Rolex และเปล่งประกายคุณค่าของสัญลักษณ์มงกุฎอย่างชัดเจน ความเป็นเลิศ ความเที่ยงตรง และความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ถูกถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้โทนสี วัสดุ และลวดลายของการตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ผ่านการคัดสรรอย่างประณีต

เมื่อก้าวเข้าสู่บูติก ผู้มาเยือนจะได้รับการต้อนรับด้วยผนังหินอ่อนสีเขียว Verde Alpi อันสง่างามที่บริเวณทางเข้า ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนภายใต้โคมไฟระย้าที่โดด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหลักบอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมด้วยม่านโลหะสีทองที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดย Sophie Mallebranche (โซฟี มัลเลอบรองช์) ศิลปินชาวฝรั่งเศส ซึ่งทอดตัวลดหลั่นอย่างงดงามจากชั้นบนลงสู่ชั้นลอยสอดรับกับแสงที่ตกกระทบภายในอาคารตลอดทั้งวันได้อย่างลงตัว

การจัดแสงไฟอย่างละเมียดละไมยังช่วยขับเน้นความงดงามของเรือนเวลา Rolex ซึ่งจัดแสดงอยู่ในตู้โชว์ที่รังสรรค์อย่างประณีต บุด้วยหนังสีเบจและตกแต่งด้วยขอบบรอนซ์ ให้ความรู้สึกหรูหราและร่วมสมัยบูติกแห่งนี้ยังนำเสนอรายละเอียดเฉพาะที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของสถานที่ได้อย่าง ลึกซึ้ง โดยมีผนังหินอ่อน Verde Alpi อันสง่างามเป็นหัวใจของพื้นที่ สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านโทนสี วัสดุ และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ไม้วอลนัตโทนอุ่นผสานกับหินสีเบจอ่อนอย่างกลมกลืน สร้างสมดุลระหว่างความร่วมสมัยและความงามเหนือกาลเวลา และเพื่อเติมเต็มมิติแห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่น ภายในบูติกยังได้รับการตกแต่งด้วยผนังปูนปั้นที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย ถ่ายทอดทัศนียภาพของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการยกย่อง การเชิดชูคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับบริบทท้องถิ่น
Fanpage : https://www.facebook.com/anadigionline/
YouTube Channel : https://www.youtube.com/channel/anadigionline


















