Seiko Samurai Pepsi SRPB53K1 : ‘ผมคิดว่าสวยกว่ารุ่นลิมิเต็ดอีกนะ’

0
12016

ต่อจากการเปิดตัว Zimbe เวอร์ชัน 4 ทาง Seiko เอาใจสาวก Samurai ด้วยรุ่นผลิตใหม่ที่มีการทำตลาดด้วยกัน 4 แบบ แต่เมืองไทยเห็นแค่ 3 แบบ พร้อมหน้าตาที่สวยอย่างโดดเด่น

Seiko Samurai Pepsi SRPB53K1 : ‘ผมคิดว่าสวยกว่ารุ่นลิมิเต็ดอีกนะ’
Seiko Samurai Pepsi SRPB53K1 : ‘ผมคิดว่าสวยกว่ารุ่นลิมิเต็ดอีกนะ’

Seiko Samurai Pepsi SRPB53K1 : ‘ผมคิดว่าสวยกว่ารุ่นลิมิเต็ดอีกนะ’

- Advertisement -

ถ้ามีใครมาถามผมว่า Seiko รุ่นไหนที่คุณสามารถควักเงินซื้อเรือนที่ 2 ซึ่งต่างกันแค่สีได้อย่างไม่ลังเลใจ หากไม่นับ Tuna Can ในไลน์อัพ Marinemaster แล้ว คำตอบคงมีอยู่ 2 รุ่น คำตอบแรกเป็น Turtle Re-Issue และอีกรุ่นคือ Samurai รุ่นใหม่ที่กำลังเป็นกระแสฮ็อตในกลุ่มคนเล่น Seiko ณ ตอนนี้ ซึ่งในตอนนี้ผมจัดการสอยเจ้า Samurai Pepsi ในรหัส SRPB53K1 เข้ามาอยู่ในกรุ หลังจากที่ก่อนหน้านี้กัดฟันซื้อ Limited Edition แบบหลอกๆ อย่าง Blue Lagoon

เหตุผลที่ทำให้ผมค่อนข้างชอบเจ้า Seiko Samurai อาจจะฟังดูแล้วแปลกๆ แต่เชื่อว่าบางคนอาจจะตัดสินใจซื้อนาฬิกาด้วยเหตุผลเล็กๆ เพียงไม่กี่ข้อเหมือนกับที่ผมเป็นอยู่ในตอนนี้

เรื่องแรกคือ ผมชอบเข็มวินาทีของนาฬิการุ่นนี้มาก โดยเฉพาะการแต้มสีแดงตรงปลาย

อย่างที่ 2 การออกแบบขอบ Bezel ในช่วงตัวเลข 15 นาทีแบบไม่ต้องมีตัวเลขมากำกับ แค่ใช้แถบสีเป็นตัวบ่งบอกถึงความสำคัญ ทำให้ดูไม่ ‘เยอะ’ จนเกินไป

อย่างที่ 3 ตัวเรือนที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 44 มิลลิเมตร (ตัวเลขจริง 43.8 มิลลิเมตร) แต่มี Lug-to-Lug ที่ค่อนข้างสั้น เพียง 48.3 มิลลิเมตร ทำให้นาฬิกาดูทรงแปลกตา เหมือนกับสี่เหลี่ยมจตุรัส ส่งผลให้ดูแล้วไม่ล้น และเต็มข้อพอดี แม้ว่าข้อมือผมจะอยู่ในระดับ  7 นิ้วก็ตาม

และอย่างสุดท้าย เป็นนาฬิกาแบบ Date  ไม่ใช่ Day/Date ซึ่งโดยรวมแล้ว ‘ผมคิดว่าสวยกว่ารุ่นลิมิเต็ดอีกนะ’

อันนี้คือความชอบส่วนตัวล้วนๆ แต่ก็เชื่อว่าหลายคนอาจจะเห็นด้วยกับผมก็ได้

ย้อนกลับมาที่เรื่องของตัว Seiko Samurai Re-Issue นี่คืออีกครั้งที่ Seiko ทำอะไรแปลกๆ อย่างแรกคือ พวกเขาเลือกเปิดตัว Limited Edition หรือ Special Edition ก่อนที่รุ่นธรรมดาจะเปิดตัวตามมาทีหลัง ซึ่งนั่นคือเวอร์ชัน Blue Lagoon ที่เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อเดือนเมษายน โดยก่อนหน้านั้นทาง Seiko เคยทำลักษณะนี้กับ Tuna 50th ปีมาก่อน

รุ่นธรรมดาของ Samurai ที่เปิดตัวออกมานั้นมีด้วยกัน 4  รุ่นคือ สายเหล็กแบบหน้าปัดดำในรหัส SRPB51K1 และสีฟ้า SRPB49K1 ส่วนอีก 2 รุ่นเป็นสายยาง คือ Pepsi SRPB53K1 ที่กำลังรีวิวอยู่ และดำทองในรหัส SRPB55K1 ที่ผมยังไม่เห็นในตลาดเมืองไทย

สำหรับเหตุผลที่ผมเลือกเจ้า Pepsi นั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องส่วนต่างของราคา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วต่างกันแค่ 1,800 บาท (17,000-15,200) บาท แต่เป็นเพราะเมื่อดูจากลิสต์ของ Samurai รุ่นดั้งเดิม พวกเขายังไม่มีเวอร์ชัน Pepsi ผลิตออกมาขาย แต่เป็นแนว Coke ดำ-แดง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็น่าแปลกเหมือนกันสำหรับนาฬิกาดำน้ำในยุคโน้น (Seiko Samurai รุ่นแรกทำตลาดช่วงสั้นๆ ราวๆ ปี 2000-2004) ที่ไม่มีเวอร์ชัน Pepsi ออกขาย ดังนั้น เจ้านี่ก็เลยตกเป็น Wish List แรกของผมเลยก็ว่าได้

นอกจากนั้น เมื่อประกบคู่กับสายยางรุ่นใหม่ที่ผลิตจากซิลิโคนและมีเนื้อยางซึ่งนิ่ม อีกทั้งยังมีรูปทรงที่ดูสวยและสปอร์ตกว่าสายยางรุ่นแรกๆ ของนาฬิกาดำน้ำของ Seiko นั้น ทำให้ภาพรวมของตัวเรือนดูลงตัวอย่างมาก ขณะที่ข้อย่นของตัวสาย ที่นอกจากจะช่วยทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการสวมทับบน Wet Suit แบบไม่ต้องมีสายต่อเพิ่มเติมให้วุ่นวายแล้ว ยังช่วยในเรื่องการทำให้าฬิกา มีลักษณะที่ดูเต็มๆ เวลาอยู่บนข้อมือผม ซึ่งตามปกติวิสัยแล้ว ผมมักจะปฏิเสธนาฬิกาที่มี Lug to lug ต่ำกว่า 50 มิลลิเมตร แต่สำหรับ Turtle และ Samurai Re-Issue ตัวสายยางกลับเป็นอะไรที่แตกต่าง  ส่วนใครที่ชอบเปลี่ยนสายหนังเล่น ก็เตรียมสายขนาด 22 มิลลิเมตรเอาไว้ได้เลย

เมื่อเปรียบเทียบกับหน้าปัดของรุ่น Limited อย่าง Blue Lagoon ที่มีสีฟ้าและออกแบบให้เล่นเงาสะท้อนแสงแล้ว ผมกลับชอบหน้าปัดแบบเรียบๆ ของ Samurai Re-Issue ตัวธรรมดา ที่มีการออกแบบให้พื้นหน้าปัดดูเป็นตาราง ซึ่งช่วยทำให้ดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน ขณะที่การใช้ Insert Ring ที่เป็นขอบวงในและมีการซอยย่อยหลักนาทีแบบละเอียดยิบนั้น แม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่น่าจะมีผลอะไร แต่เมื่อถูกประกอบอยู่บนตัวเรือนกลับช่วยทำให้ภาพรวมในแง่ความลงตัวของรูปลักษณ์มีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จะติดก็เพียงชุดเข็มที่ผมเคยให้ความเห็นในรีวิวก่อนหน้านี้ว่า ไม่ค่อยชอบเข็มชั่วโมง Samurai Re-Issue เลย เพราะมันดูแล้วเหมือนส่วนเกินและไม่ลงตัวเท่าไร เพราะตามปกติ นาฬิกาดำน้ำ เข็มที่สำคัญควรจะเป็นเข็มนาที เพราะต้องใช้ในเรื่องของการจับเวลาตอนดำน้ำ แต่นี่เข็มชั่วโมงกลับออกแบบให้ใหญ่กว่าและแย่งความเด่นไปหมด

อีกสิ่งที่ผมชอบใน  Samurai Re-Issue คือ ในส่วนเม็ดมะยมที่อยู่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกาและเป็นทรงกระบอกโดยมี Crown Guard ประกบด้านบน-ล่างนั้น มีการเซาะร่องให้สามารถหมุนได้อย่างสะดวกแม้ว่าจะสวมถุงมือดำน้ำ และตัวเรือนมากับการเจาะรูที่ขาสาย ทำให้เปลี่ยนสายง่ายและสะดวกมาก แค่หาไม้จิ้มฟันมาแหย่กดสปริงบาร์ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

กลไกที่ใช้เป็น 4R35 ซึ่งแตกต่างจาก 4R36 ก็แค่การมีช่อง Date แสดงวันที่เพียงอย่างเดียว ซึ่งผมค่อนข้างชอบมาก เพราะตามปกติแล้วเป็นคนที่ไม่ชอบตั้งวันที่ แต่ที่ติดขัดก็แค่เรื่องของการสำรองพลังงานที่มีแค่ 41 ชั่วโมง ซึ่งในมุมมองผมคิดว่าน้อยไปหน่อย แต่ก็เคยบ่นใน Review ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งก็ได้แต่ยอมรับเพราะว่าในปัจจุบันเครื่องรหัส 4R จะเป็นกลไกมาตรฐานสำหรับนาฬิกาเกือบทุกรุ่นในระดับราคา 1-2 หมื่นบาทของ Seiko

มาถึงบทสรุปของความน่าสนใจในตัวนาฬิการุ่นนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนโดนกับเจ้า Blue Lagoon  มาก่อนแล้ว ดังนั้น อาจจะลังเลใจว่าจะซื้อรุ่นธรรมดาของ Samurai Re-Issue เพิ่มอีกเรือนดีหรือไม่ ตรงนี้ต้องบอกเลยว่า คุณเองต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า ชอบจริง หรือแค่หมุนไปตามกระแส

ส่วนผมเลือกเพราะชอบจริงๆ

คุณสมบัติของ : Seiko Samurai Pepsi SRPB53K1

  • เส้นผ่าศูนย์กลาง : 43.8 มิลลิเมตร (ไม่รวมเม็ดมะยม)
  • ความหนา : 13.5  มิลลิเมตร
  • Lug-to-Lug : 48.3 มิลลิเมตร
  • ความกว้างขาสาย : 22 มิลลิเมตร
  • กันน้ำ : 200 เมตร
  • กระจก : Hardlex
  • กลไก : 4R35B ทับทิม 24 เม็ด หน้าต่าง Date ตรง 4 นาฬิกา
  • สำรองพลังงาน : 41 ชั่วโมงตามสเป็ก
  • ความถี่ : 21,600 Bph
  • จุดเด่น : หน้าปัดสวย สี Pepsi โดดเด่นและไม่เคยมีมาก่อนใน Line Up Samurai รุ่นก่อนหน้านี้
  • จุดด้อย :  ชุดเข็มที่ไม่ลงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเก่า  การสำรองพลังงานของกลไกที่ต่ำไปหน่อย

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync