Seiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna นาฬิกาดำน้ำสเป็กดี ราคาไม่แรง

0
553

ช่วงที่ผ่านมา Seiko (ไซโก้) เปิดตัวผลผลิตใหม่จากไลน์ของนาฬิกาดำน้ำในกลุ่ม Prospex ออกมามากมาย แต่รุ่นที่ดูแล้วคลาสสิคและน่าสนใจคือ Seiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna ที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบในสไตล์ Tuna Can ของรุ่นพี่

- Advertisement -

Seiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna

Seiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna นาฬิกาดำน้ำสเป็กดี ราคาไม่แรง

  • เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปี 2015 โดยมีการผลิตรุ่นย่อยออกมา 3 รุ่นด้วยกัน

  • ในรุ่น SRP639K1 มากับสีดำ-เหลืองพร้อมสายยางไซส์ 22/20 มิลลิเมตร

  • ราคาป้าย 15,800 บาท ถ้าได้ดีลดีๆ ก็น่าเป็นเจ้าของ

ถือว่านานเอาเรื่องเหมือนกันกว่าที่จะมานั่งเขียน Review เพราะนับจากตอนเปิดตัวครั้งแรกจนถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมา 5 ปีแล้วสำหรับนาฬิกาดำน้ำเจ้าของชื่อเล่น Baby Tuna ที่ผมคิดว่าเป็นนาฬิกาที่คุ้มค่าตัวสุดๆ ทั้งในแง่สเป็ก หน้าตา และการโยงเรื่องให้มีความเกี่ยวพันกับตำนาน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมต้องหวนคืนกลับมาสอยเจ้า Seiko Prospex SRP639K1 เจ้าของฉายาทูนาครีบเหลืองกลับเข้ามาอยู่ในกรุอีกครั้ง (และเป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้)

จริงอยู่ที่ราคาป้ายของมันจะอยู่ในระดับหมื่นปลายเฉียด 20,000 บาท แต่ทว่าในแง่ของการหาซื้อเข้ามาอยู่ในกรุ ผมเชื่อว่าทุกคนมีทางเลือกที่หลากหลาย และน่าจะจบกันที่ 8,000 บาทบวกลบสำหรับรุ่นนี้ที่เป็นของใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มสุดๆ กับการที่คุณได้นาฬิกาดำน้ำที่ผ่านมาตรฐาน ISO6425 ในการกันน้ำระดับ 200 เมตร กลไกอัตโนมัติ และดีไซน์ที่อ้างอิงมาจากรุ่นพี่ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว

แล้วทำไมผมถึงเลือกเจ้า Baby Tuna กลับเข้ามาอยู่ในกรุ ?

ผมว่าคุณได้คำตอบไปแล้วจากพารากราฟแรกของเรื่อง และเชื่อว่าหลายคนก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะถ้าเคยมีประสบการณ์กันในช่วงที่เปิดตัวใหม่ๆ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เรียกว่าคอลเล็กชั่น Baby Tuna ที่เปิดตัวออกมา 3 สีแรกคือ SRP639K1 (ครีบเหลือง) SRP637K1 กับสาย Stainless Steel และ SRP641K1 ตัวเรือนรมดำสีดำทอง ฮ็อตสุดๆ มาเท่าไรก็หมด กลายเป็นของหายากในตลาดไปในทันที

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นดูเหมือนว่า Seiko จะทำลืมไปว่าพวกเขามี Baby Tuna อยู่ในตลาด เพราะตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ของใหม่ถูกโฟกัสอยู่เฉพาะพวก Samurai Turtle หรือไม่ก็ Sumo ปล่อยให้ Baby Tuna แทบไม่มีอะไรใหม่ออกสู่ตลาดเลยและถ้าผมจำไม่ผิด รุ่นใหม่นั้นก็คือ Zimbe No.8 ในอีก 3 ปีให้หลัง จะว่าไปแล้วก็น่าน้อยใจเหมือนกันนะเนี่ย

แต่เอาเถอะอย่างไรก็ตาม ผมว่านาฬิกาในทรง Tuna Can ที่มีราคาจับต้องได้ ถ้ามีคนถามผมว่าน่าสนใจไหม ถ้าคุณมีข้อมือเกิน 6.5 นิ้วขึ้นไป ผมก็ต้องบอกว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะในแง่ของดีไซน์นั้น Seiko สานต่อนาฬิกาทรงเกราะของ Baby Tuna มาจากรุ่น Sardine ที่เมื่อก่อนถือเป็นรุ่นบุกเบิกของนาฬิกาทรงนี้ในกลุ่มราคาหลักหมื่นบาท ตัวนาฬิกาที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 47.5 มิลลิเมตรถือว่าอาจจะดูใหญ่ในเชิงตัวเลข แต่พอขึ้นข้อจริงๆ ผมว่าแพ็คเกจโดยรวมของตัวนาฬิกาถือว่าลงตัวอย่างมาก ดูเต็มข้อมือและไม่หนาหรือบางจนเกินไป ถ้าให้ผมพูดแบบเห็นภาพก็อารมณ์ประมาณสวมตัว Tuna Can 1000m Quartz ที่มีความหนาพอประมาณและไม่เทอะทะเหมือนกับ Emperor Tuna ที่เป็นกลไกอัตโนมัติ

สิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างชอบในตัว SRP639K1 คือ การเลือกจับคู่สีที่ลงตัวระหว่างดำ-เหลือง ซึ่งทำให้ดูสวยสะดุดตา และผมว่าเด่นที่สุดในบรรดา 3 รุ่นย่อยของ Baby Tuna แถมการเลือกชุบสีเหลืองให้กับเข็มนาที ผมว่าเป็นอะไรที่ช่วยเติมความเด่นให้กับนาฬิกาได้เป็นอย่างดี และดูไม่จืดเหมือนกับอีก 2 รุ่นที่เหลือ

เพียงแต่ตรงนี้เมื่อมองในแง่ของการแต่งเติมเพิ่มเติม เช่น การเปลี่ยนสายหนังหรือสายประเภทอื่นๆ กลับกลายเป็นเรื่องยากสักหน่อยในการจับคู่สีให้กับสายกับตัวเรือน ต่างจาก 2 รุ่นที่เหลือที่ดูเข้ากับสายเกือบทุกโทนสี และสำหรับเจ้า SRP639K1 มีเพียงแค่สีดำเท่านั้นที่ผมรู้สึกว่าลงตัวที่สุด อารมณ์มันเลยออกมาในทำนองเปลี่ยนแค่ความรู้สึกของวัสดุของสายเท่านั้น ไม่ค่อยได้สร้างความแตกต่างได้สักเท่าไรเลย

แล้วทำไมจะต้องเปลี่ยนสายด้วยละ ? โอเคคำตอบคือ ผมต้องการความแตกต่างจากนาฬิกาแบบเดิมๆ และอีกเรื่องคือ ผมไม่ค่อยแฮปปี้กับสายยางติดตัวเรือนจากโรงงาน ซึ่งเป็นสายรุ่นเก่าสำหรับนาฬิกาดำน้ำ ซึ่งในแง่ของความนุ่มและความยืดหยุ่นนั้นเทียบกับสายซิลิโคนรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้เลย ขณะที่หน้าตาของสายนั้นก็ดูโบราณอย่างมาก สุดท้ายแล้วผมเลยเลือกมองหาทางออกด้วยการเปลี่ยนสายใหม่ดีกว่า

Seiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna

ผมยอมรับว่า Sardine เป็นนาฬิกาทรง Tuna Can ในกลุ่ม 200 เมตรที่มีหน้าตาดูดีมาก แต่ติดอย่างเดียวตรงที่พวกมันใช้เกราะ หรือ Shroud ที่เป็นพลาสติก ซึ่งในแง่ของสัมผัสแห่งคุณภาพและความรู้สึกในด้านความทนทานนั้นแทบจะไม่มีเลย และดูเหมือน Seiko มองทะลุเข้ามาเห็นความต้องการของผม ดังนั้น Baby Tuna ก็เลยมากับเกราะที่ผลิตจาก Stainless Steel ที่ให้สัมผัสที่ทนทาน แต่ก็ต้องแลกมากับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและถ่วงอยู่บนข้อมือตอนสวมใส่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนะ…ในมุมของผม

Seiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna

Seiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างชอบใน Baby Tuna คือ หน้าปัดที่มีตัวเลขกำกับบนหลักชั่วโมง คุณว่าแปลกไหม ? เพราะผมหลงเอามากๆ เลย ดูสวยและลงตัวเมื่ออยู่บนบอดี้ของ Baby Tuna และที่สำคัญไม่ทำให้หน้าปัดดูโล่งจนเกินไปเหมือนกับที่พวกเขาทำกับ Limited Edition ของเมืองจีนและฮ่องกงอย่างรุ่น Butterfly Fish ในรหัส SRPD15K1 หน้าปัดเหลือง ซึ่งการถอดตัวเลขกำกับหลักชั่วโมงออกไป ทำให้ดูโล่งจนแปลกตาเลยทีเดียว

Seiko Prospex SRP639K1 Baby TunaSeiko Prospex SRP639K1 Baby Tuna

ใครที่เป็นห่วงในเรื่องกลไกก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะ 4R36 เจ้ามารับหน้าที่นี้ ซึ่งในแง่ของการดูแลรักษาและความทนทานนั้นหายห่วง และถ้าแม้ว่าจะมีปัญหาก็ซ่อมไม่น่าจะแพงเท่าไร โดยตัวกลไกแบบอัตโนมัติมากับฟังก์ชั่น Hacking ในการหยุดเข็มวินาทีเพื่อตั้งเวลาและระบบขึ้นลานมือ โดยเดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมงหรือ 3Hz โดยมีกำลังสำรองอยู่ที่ 41 ชั่วโมง

ดังนั้น งานนี้คุณอาจจะต้องหมั่นหยิบนาฬิกาออกมาขึ้นข้อหรือขึ้นลานมือบ่อยหน่อย ในกรณีที่ต้องวางข้าม Weekend หลังจากถอดออกมาในเย็นวันศุกร์ เพราะด้วยกำลังสำรองระดับนี้มันไม่เพียงพอที่จะทำให้นาฬิกาเดินผ่านข้ามมาจนถึงวันจันทร์ได้อย่างแน่นอน และถ้าเป็นพวกเนี๊ยบที่ทั้ง Day และ Date ต้องตรงกับความเป็นจริง คุณก็ต้องจริงจังกับการเติมลานให้กับนาฬิกาในช่วงวันหยุดสักหน่อย เพราะ Baby Tuna ใช้กลไก 4R36 ที่แสดงทั้ง Day และ Date บนช่องในตำแหน่ง 3 นาฬิกา

สำหรับคุณที่ต้องการมองหานาฬิกาดำน้ำราคาไม่แรง และหน้าตาดูดี ผมว่า Baby Tuna นี่แหละคือ ตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก สวย สปอร์ต คุ้มราคา เพียงแต่ในตอนนี้การตามหาในกลุ่ม Facebook อาจจะยากนิดหน่อยเพราะว่าผ่านมาหลายปีแล้ว สินค้าก็ย้อมร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณไม่แคร์เรื่องส่วนลดและต้องการเป็นเจ้าของจริงๆ เราก็คงต้องแนะนำให้ไปเดินดูตามเคาน์เตอร์ หรือไม่ก็บรรดาตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Seiko

ข้อมูลทางเทคนิค : Seiko Prospex SRP639K1

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง : 47.5 มิลลิเมตร
  • Lug to Lug : 50 มิลลิเมตร
  • ความหนา : 13.5 มิลลิเมตร
  • ความกว้างขาสาย : 22 มิลลิเมตร
  • กระจก : Hardlex
  • กลไก : 4R36 อัตโนมัติ ขึ้นลานมือ Hacking และ Day/Date
  • ความถี่ : 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง
  • จำนวนทับทิม : 24 เม็ด
  • กำลังสำรอง : 41 ชั่วโมง
  • ระดับการกันน้ำ : 200 เมตร
  • ประทับใจ : หน้าตา รูปทรง ความคุ้มค่าของราคาต่อสเป็ก
  • ไม่ประทับใจ : รูปทรงและคุณภาพของสายยาง

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync