Seiko Diver’s 55th Anniversary Trilogy ยกเซ็ตนักดำน้ำฉลองโอกาสพิเศษ

0
1127

แฟนนาฬิกาดำน้ำของ Seiko มีเรื่องให้ต้องเสียเงินกันอีกครั้งกับสุดยอดคอลเล็กชั่น Seiko Diver’s 55th Anniversary Trilogy ที่มีจำหน่ายทั้งเรือนแยก และ Boxset รวม 3 เรือน

- Advertisement -

Seiko Diver’s 55th Anniversary Trilogy

Seiko Diver’s 55th Anniversary Trilogy ยกเซ็ตนักดำน้ำฉลองโอกาสพิเศษ

  • ฉลอง 55 ปีของนาฬิกาดำน้ำเลือกรุ่นพิเศษที่เปิดตัวในระหว่างปี 1965-1975 มาผลิตใหม่

  • มีขายจำกัดจำนวน 1,100 เรือนทั่วโลกในแต่ละรุ่น และมีรุ่น Boxset ผลิต 100 ชุดออกมาขายก่อนในราคา 2 ล้านเยน

  • นอกจากนั้นยังมีรุ่น Modern Re-Interpretation ออกมาขายด้วย ผลิต 5,500 เรือน

ดูเหมือนว่า Seiko จะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกาดำน้ำออกมาให้เซอร์ไพรส์แฟนๆ เป็นประจำทุกปี และสำหรับปีนี้เป็นเซ็ต 4 เรือนสำหรับคอลเล็กชั่นฉลอง 55 ปีของการเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ตั้งแต่ปี 1965 ซึ่งในเซ็ตนี้จะมีขายด้วยกันคือ SBDX035 (SLA041 สำหรับตลาดต่างประเทศ)  SBEX009 (SLA037)  SBEX011 (SLA039) และ SBDC107 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษเอาใจคนงบน้อยตามสไตล์ Seiko ที่จะต้องผลิตออกขายเป็นประจำ โดยจะมีชื่อเรียกว่า Modern Re-Interpretation

ตามปกติแล้วในช่วงเดือนมีนาคม จะเป็นเวลาเปิดตัวของใหม่สำหรับ Seiko ซึ่งใช้เวทีของ Basel World ในการจัดแสดง แต่ด้วยเหตุที่ปีนี้ตัวงานเลื่อนจัดไปเป็นปลายเมษายนต่อพฤษภาคม และทาง Seiko เองก็ประกาศไม่เข้าร่วมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการระบาดของ Covid-19 เพราะหันมาจัดงานส่วนตัวของตัวเอง ดังนั้น คอลเล็กชั่นใหม่ ก็ยังเปิดตัวในช่วงเวลานี้ และไฮไลท์สำหรับกลุ่ม Prospex Sea หรือดำน้ำคือ การฉลอง 55 ปีของการเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกเมื่อปี 1965 และ Seiko จัดเป็นแพ็ค 3 เรือนสำหรับนาฬิกาดำน้ำที่เป็นรุ่นแรกของพวกเขาซึ่งเปิดตัวในระหว่างปี 1965-1975 เข้ามาอยู่ในนี้ และทุกรุ่นจะมากับหน้าปัดสีน้ำเงิน

Seiko Diver’s 55th Anniversary Trilogy

SBEX009 หรือ SLA037 สำหรับตลาดต่างประเทศ ถือเป็นตัวแทนของนาฬิกาดำน้ำเรือนแรกของพวกเขา ซึ่งก่อนหน้านั้นทาง Seiko เองเคยเปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ทีหนึ่งแล้วกับเวอร์ชัน Re-Issue ของ 62MAS โดยในรุ่นนี้มากับวัสดุพิเศษที่เรียกว่า Ever Brilliant Steel เป็นโลหะที่มีความต้านทานการกัดกร่อนระดับสูงสุดของโลกมีความสวยงามที่เปล่งประกายสีขาวที่สวยงาม

รายละเอียดทางเทคนิค

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง :39.9 มิลลิเมตร
  • Lug to Lug : 46.9 มิลลิเมตร
  • หนา : 14.7 มิลลิเมตร
  • กระจก : Sapphire แบบ Box-Shaped พร้อมเคลือบสารป้องกันการสะท้อนแสง
  • ระดับการกันน้ำ : 200 เมตร
  • กลไก : 8L55 ทับทิม 37 เม็ด
  • ความถี่ : 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง หรือ Hi-Beat
  • สำรองพลังงาน : 55 ชั่วโมง
  • จำนวนการผลิต : 1,100 เรือน
  • ราคา 650,000 เยน
  • วันวางจำหน่าย : 6 มิถุนายน 2020

SBEX011 หรือ SLA039 ในตลาดโลก ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก นาฬิกาดำน้ำจักรกลรุ่นแรกมราใสกับตัวเรือนแบบไม่มีฝาหลัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Monocase ซึ่ง Seiko เปิดตัวครั้งแรกใรปี 1968 และในรุ่นใหม่นี้จะมากับกลไกแบบ H-Beat อีกด้วย

รายละเอียดทางเทคนิค

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง : 44.8 มิลลิเมตร
  • Lug to Lug : 51.4 มิลลิเมตร
  • หนา : 15.7 มิลลิเมตร
  • กระจก : Sapphire พร้อมเคลือบสารป้องกันการสะท้อนแสง
  • ระดับการกันน้ำ : 300 เมตร
  • กลไก : 8L55 ทับทิม 37 เม็ด
  • ความถี่ : 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง หรือ Hi-Beat
  • สำรองพลังงาน : 55 ชั่วโมง
  • จำนวนการผลิต : 1,100 เรือน
  • ราคา 700,000 เยน
  • วันวางจำหน่าย : 10 กรกฎาคม 2020

SBDX035 หรือ SLA041 สำหรับตลาดต่างประเทศ ย้อนยุคกับการเป็นนาฬิกาแบบ Monocase และมีเกราะหรือ Shroud จนถูกตั้งฉายาให้เป็น Tuna Can ซึ่งในรุ่นนี้จะมากับตัวเรือนขนาดใหญ่ที่ผลิตจากไทเทเนียม พร้อมใช้ชุดเข็มแบบเดิมเหมือนกับนาฬิการุ่นแรก

รายละเอียดทางเทคนิค

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง : 52.4 มิลลิเมตร
  • Lug to Lug : 53.5 มิลลิเมตร
  • หนา : 17.2 มิลลิเมตร
  • กระจก : Sapphire พร้อมเคลือบสารป้องกันการเกิดฝ้าในขณะใช้งาน
  • ระดับการกันน้ำ : 1,000 เมตร
  • กลไก : 8L35 ทับทิม 26 เม็ด
  • ความถี่ : 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
  • สำรองพลังงาน : 50 ชั่วโมง
  • จำนวนการผลิต : 1,100 เรือน
  • ราคา 450,000 เยน
  • วันวางจำหน่าย : 8 สิงหาคม 2020

SBDC107 : เหมือนกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะมีตัวแรงออกมาขายแล้ว ทาง Seiko จะมีรุ่นราคาประหยัดออกมาขายด้วย โดยมีหน้าตาคล้ายกับรุ่นท็อปที่เปิดตัวออกมาในปีนั้น แต่มีการลดสเป็กหลายอย่างรวมถึงเรื่องของกลไกด้วย และในปีนี้ก็เช่นกัน พวกเขาเลือกเปิดรหัส SBDC107 ออกมา โดยอ้างอิงตัวเรือนของรุ่น 62MAS ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 39.9 มิลลิเมตร และใช้กลไก 6R35 ของ Sumo แทน และมีการผลิต 5,500 เรือนพร้อมกล่องพิเศษ และสายยางในชุด

รายละเอียดทางเทคนิค

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง : 40.5 มิลลิเมตร
  • Lug to Lug : 47.6 มิลลิเมตร
  • หนา : 13.15 มิลลิเมตร
  • กระจก : Sapphire ทรงโค้ง พร้อมเคลือบสารป้องกันการสะท้อนแสง
  • ระดับการกันน้ำ : 200 เมตร
  • กลไก : 6R35 ทับทิม 24 เม็ด
  • สำรองพลังงาน : 70 ชั่วโมง
  • จำนวนการผลิต : 5,500 เรือน
  • ราคา 140,000 เยน

สำหรับใครที่มีงบเหลือและอยากหล่อก่อน ทาง Seiko จะผลิต Boxset พิเศษที่มีเพียง 100 ชุดโดยจะจับเอานาฬิกา 3 เรือนรุ่นสำคัญใส่ลงไปพร้อมสายยางพิเศษแถมมาให้ด้วย และจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2020 ในราคา 2,000,000 เยน

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync