Seiko 5th Zimbe SPB057J Limited Edition น่าเป็นเจ้าของไหม ?

0
3309

เปิดตัวออกมาพร้อมกับคำถามว่า น่าสนใจไหม เพราะด้วยราคา 55,000 บาทกับความต่างที่ดูแล้วไม่มากจากรุ่นปกติ อาจจะทำให้ใครหลายคนเริ่มลังเลกับการเป็นเจ้าของ Seiko 5th Zimbe SPB057J Limited Edition

Seiko 5th Zimbe SPB057J Limited Edition น่าเป็นเจ้าของไหม ?
Seiko 5th Zimbe SPB057J Limited Edition น่าเป็นเจ้าของไหม ?

Seiko 5th Zimbe SPB057J Limited Edition น่าเป็นเจ้าของไหม ?

- Advertisement -

ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่กระชั้นอย่างมาก เพราะทิ้งระยะที่ Seiko Thailand เปิดตัวเวอร์ชันที่ 4 ของ Zimbe ออกสู่ตลาดมาได้เพียงไม่ถึง 2 เดือนดีแถมของเก่าก็ยังระบายไม่หมด พวกเขาจัดการกระตุ้นตลาดอีกระลอกด้วย Zimbe รุ่นที่ 5 ซึ่งคราวนี้ย้ายมาจับคู่กับ Shogun นาฬิกาไทเทเนียมทรงสวย พร้อมกับใช้รหัส SPB057J แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ Seiko 5th Zimbe SPB057J Limited Edition : น่าเป็นเจ้าของไหม ?

ลองมาอ่านมุมที่เราวิเคราะห์กันเป็นจุดๆ

1.ราคา : ตรงนี้ถือเป็นประเด็นใหญ่สำหรับคนทั่วไป เพราะราคาของ Shogun ที่เป็นเครื่องหิ้ว ซึ่งคุณสามารถหาได้ตาม FB ในกลุ่มนั้น ราคาอยู่ที่ 26-28k ขึ้นอยู่กับซัพพลายที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด ดังนั้น เมื่อเจอกับเวอร์ชันพิเศษที่เป็น Limited Edition ในระดับตัวเลข 55,000 บาท หลายคนเลยอึ้ง และตั้งคำถามว่าทำไมแพงจัง ?

แน่นอนว่ามันแพงแน่ๆ ถ้าคุณนำมาเปรียบเทียบกับของหิ้ว แต่ถ้าเทียบกับ Shogun รุ่นปกติที่ขายอยู่ตามเคาน์เตอร์ในบ้านเรา ซึ่งมีราคาป้ายอยู่ที่ 40,000 บาท อันนี้อาจจะเริ่มรู้สึกดีขึ้น และเริ่มมองเห็นว่าช่องว่างของราคามันไม่ได้กว้างอย่างที่คิดแล้ว และจำนวนราคาป้ายที่ต่างกัน 15,000 บาทกับได้ความพิเศษเพิ่มเข้ามา ตรงนี้น่าจะเริ่มทำให้หลายคนลังเลใจกันมากขึ้นกว่าเดิม

2.สีสัน : ต้องยอมรับว่า 5th Zimbe ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ที่เกิดขึ้นกับรุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นการนำสีสันที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ทะเลเรืองแสงมาใช้ เพียงแต่คราวนี้มีการตัดสีม่วงทิ้งไป และใช้สีน้ำเงินและดำเป็น 2 สีหลัก ซึ่งต้องยอมรับว่า Seiko ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะตัวหน้าปัดที่มีการไล่เฉดสีอย่างสวยงามและรู้สึกวิ้งๆ เวลาที่เล่นกับแสงไฟ โดยบนหน้าปัดจะมีการไล่สีจากน้ำเงินด้านบนที่ค่อยๆเข้มขึ้น เมื่อดำดิ่งลงสู่ด้านล่าง จนกลายเป็นเฉดสีแห่งธรรมชาติ ที่เข้ากันอย่างลงตัว

นอกจากนั้น บนขอบ Bezel ยังไล่โทนสีด้วยเช่นกัน ใช้สีน้ำเงินไล่โทนจากตำแหน่ง 0 นาฬิกามายัง 3 นาฬิกา (หรือ 15 นาทีตามสเกลดำน้ำ)  โดยส่วนที่เหลือเป็นโทนสีดำ เรียกว่าออกแนวโทนสี Batman ซึงโดยรวมสิ่งเหล่านี้ทำให้นาฬิกามีความโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น

3.สเป็ก : ตัวเรือนและสายเป็นไทเทเนียม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 43 มิลลิเมตรส่วนกระจกเป็น Sapphire แต่แถมเลนส์นูนขยายวันที่มาให้ด้วย ภายในบรรจุกลไกจักรกลอัตโนมัติคาลิเบอร์ 6R15 เก็บสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 50 ชั่วโมง และเลือกขึ้นลานผ่านเม็ดมะยม แฮ็คเข็มวินาทีเทียบตั้งเวลาได้ละเอียด เส้นผ่านศูนย์กลาง 43.5 มิลลิเมตร เสริมประสิทธิภาพกันน้ำลึกได้ถึง 200 เมตร นี่คือจุดหลักๆ ของสเป็กที่แทบจะไม่ได้เปลี่ยนอะไร ยกเว้นเลนส์นูนบนกระจก และฝาหลังที่สลักจำนวนการผลิต 456 เรือน ส่วนสายยาง ในรุ่นธรรมดาก็มีแถมมาให้อยู่แล้ว ถือว่าแทบจะไม่มีอะไรต่างจาก Shogun รุ่นปกติ

บทสรุป : ถ้าคุณอยากได้ Shogun เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว Limited Edition ตัวนี้อาจจะทำให้คุณลังเล เพราะราคาที่เพิ่มมาอีกหน่อย แต่ได้ความพิเศษที่แปลกและแตกต่างจากรุ่นธรรมดา แน่นอนว่ามันทำให้มีความพิเศษในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องบอกว่าในกรณีที่คุณอยากอุดหนุน Seiko Thailand ด้วยการซื้อจากเคาน์เตอร์นะ ไม่ใช่เอามาเทียบราคากับของหิ้ว ที่ต่างกันเท่าตัว

แต่ถ้าคุณไม่ใช่แฟน Shogun และอยากได้นาฬิกาสักเรือนด้วยงบขนาดนี้ บอกเลยว่า ตัวเลือกมีเพียบ ไม่เฉพาะแบรนด์สวิสส์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขยับไปสัมผัสกับ MM300 มือสองที่เหนือกว่าทั้งชื่อชั้น สเป็ก และกลไกในตระกูล 8L ซึ่งเราในฐานะที่ไม่ได้มี Passion กับ Shogun  จึงมองว่าตรงนี้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า

ยกเว้นคุณจะมี Passion เป็นพิเศษขึ้นมา ซึ่งตรงนั้น ราคาก็คงจะหยุดความอยากของคุณไม่ได้อย่างแน่นอน

ANA-DIGI FACEBOOK Comments

Facebook Comments Sync