Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set อีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนชอบลุย

0

สำหรับคนที่กำลังมองหา Beater Watch สำหรับใส่ลุยหรือใส่ในชีวิตประจำวัน เชื่อว่า Luminox คืออีกชื่อที่ถูกหยิบมาเสมอ และต้องบอกว่ารุ่นพิเศษของพวกเขาอย่าง Navy SEAL XS.3501 Gold Set มาพร้อมกับรูปลักษณ์สุดแกร่งและราคาที่จับต้องได้

- Advertisement -

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set อีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนชอบลุย

  • รุ่นพิเศษผลิตเพียง 1,681 เรือนโดยอ้างอิงจากตัวเลของ Gold Ratio

  • ใช้พื้นฐานของรุ่น Colormark 3500 พร้อมโทนสีดำ-ทอง

  • มีสายให้ 2 เส้นคือ สายยางและสาย NATO

ตามปกติแล้ว Luminox (ลูมินอค) มักจะไม่ค่อยมีอะไรที่ออกแนวหรูๆ อย่างการจับคู่สีอย่าง ดำ-ทอง ออกมาสักเท่าไร ดังนั้น ตอนที่พวกเขาเปิดตัวซีรีส์ Navy Seal XS.3501 Gold ออกมา สำหรับผมแล้ว มันจึงค่อนข้างน่าแปลกใจและแปลกตาอยู่พอสมควร แต่พอดูไปดูมาก็สวยดีนะ และถือเป็นการจับคู่โทนสีในสไตล์หรูหรากับนาฬิกาพันธุ์ลุยได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set 1

อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นครับว่า สีดำ-ทอง ถือเป็นคู่สีที่ทำอะไรแล้วมักไม่ค่อยเจ็บตัว และโอกาสรุ่งมีค่อนข้างสูงถ้าได้แรงบิลด์ดีๆ เหมือนกับสมัยหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นกับ G-Shock ที่โทนสีคู่นี้ออกมาเมื่อไร ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ชนิดที่ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ ตามเคาน์เตอร์ และคนทั่วไปมักจะได้ซื้อในราคาที่แพงกว่าราคาป้ายเสมอ

สำหรับ Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Setต้องบอกว่าเป็นรุ่นพิเศษที่พวกเขาผลิตออกมาในปริมาณจำกัดในวาระพิเศษเพียงแค่ 1,618 เรือน โดยอ้างอิงจำนวนอัตราส่วนทอง หรือ Gold Ratio (บางทีก็เรียกว่า Golden Number และ Golden Proportion) ของการออกแบบในด้านสัดส่วนขององค์ประกอบโดยรวม ซึ่งเกิดขึ้นจากนักเรขาคณิตชาวกรีกที่ชื่อว่า Euclid เมื่อ 2,200 ปีก่อนคริสตกาล

Golden Ratio คือสัดส่วน 1 : 1.618 เท่ากับ 1.61803 39887 49894 84820 และจะเรียกว่า Phi (ตามชื่อของนักประติมากรรมชาวกรีก Phidias ผู้ปั้นรูปปั้นประดับบนวิหารพาร์เธนอน 440 ก่อนคริสตกาล) โดยทาง Luminox บอกว่านาฬิกาของพวกเขาใช้กฎของอัตราส่วนทองมาใช้ในการออกแบบนาฬิการุ่นใหม่ๆ ทุกเรือนอยู่เสมอ เหมือนกับสัญลักษณ์ของแบรนด์ดังๆ เช่น National Geographic Toyota Apple หรือ Google โดยหลักการของสัดส่วนทองคำหรือ Golden Ratio คือส่วนของเส้นที่ถูกแบ่งให้ตรงตำแหน่งที่ก่อให้เกิดสัดส่วนที่เยี่ยมยอดที่สุดคือ 1 : 1.618

นี่ก็เลยเป็นที่มาของจำนวนที่ผลิต เช่นเดียวกับการนำสีทองมาใช้ในการตกแต่งบนตัวเรือน แต่ตามเอกสารข่าวที่ได้รับมา มีการระบุถึงการฉลองครบรอบ 20 ปี แต่ไม่ได้บอกว่าฉลองอะไร เพราะเท่าที่ทราบแบรนด์ Luminox ก่อตั้งในปี 1989 มันก็น่าจะ 30 ปีซะมากกว่า หรือจะฉลองการเข้าร่วมกับหน่วย SEAL ในฐานะนาฬิกาคู่กาย เท่าที่รู้มันก็เริ่มในปี 1993 หรือ 27 ปี พอเช็คย้อนกลับไปยังต้นทางของเว็บ Luminox ในอเมริกา ก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องของ 20 Anniversary ใดๆ เลย ยกเว้นเรื่องการออกแบบที่อ้างอิงเรื่องของ Gold Ratio อย่างที่เล่าให้ฟัง…ตรงนี้ก็เลยงงๆ นิดหน่อย

กลับมาที่ตัวนาฬิกากันบ้าง ทางด้าน Luminox ได้นำรุ่น Colormark 3500 ที่ถือว่าเป็นคอลเล็กชั่นรุ่นคลาสสิคและสร้างชื่อของพวกเขามาใช้ในการสร้างสรรค์แบบไม่ต้องทำอะไรมาก แต่บอกได้เลยว่าดูดีชะมัด เรียกว่าผมไม่ใช่แฟนตัวยงของ Luminox ยังมีปันใจให้เลย

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set 2

ตัวเรือนผลิตจากวัสดุที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Luminox อย่าง Carbonox ที่ผลิตจากวัสดุที่มีองค์ประกอบของคาร์บอนคอมโพสิตที่ตอบสนองในเรื่องของน้ำหนักที่เบาและความทนทาน โดยมีอัตราส่วนของการผสมระหว่างโพลีคาร์บอเนต 90% และคาร์บอนอีก 10%

แม้ว่าตัวเรือนจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 45 มิลลิเมตร แต่ก็เบาสุดๆ เพราะมีน้ำหนักเพียง 71 กรัมเท่านั้น ส่วนใครที่กังวลจากการดูเฉพาะตัวเลขของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง เราคงต้องบอกอย่างนี้ว่าไม่ต้องห่วงมาก เพราะคอลเล็กชั่น Colomark ของ Luminox เป็นพวกนาฬิกาขาสั้น Lug to Lug เลยไม่ยาวมาก ดังนั้นความเสี่ยงที่จะล้นข้อเหมือนกับนาฬิการุ่นอื่นๆ ก็ยากใหญ่

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set

สิ่งที่ผมค่อนข้างชอบในคอลเล็กชั่นนี้เห็นจะเป็นความเหมาะสมอย่างที่พวกเขากล่าวอ้างในการนำหลัก Gold Ratio มาใช้ในการออกแบบ แต่อันนี้ผมหมายถึงในเรื่องของการตกแต่ง การใช้สีทองแต้มลงบนตัวเรือนมีความสมดุล ชนิดที่เรียกว่าไม่เยอะจนเกินงามเหมือนกับพวก Bling Bling อย่างนาฬิกาตระกูล GA-110 ของ Casio G-Shock ทีมออกแบบของ Luminox เลือกแต้มสีทองเฉพาะจุดสำคัญบนตัวนาฬิกา เช่นสเกล 0-20 บนขอบตัวเรือน ขอบหน้าต่างวันที่ ชุดเข็ม ตัวเลขด้านในในส่วน P.M. ตามแบบฉบับ Field Watch และเม็ดมะยม แถมสีทองที่นำมาใช้ก็เป็นโทนสีทองออกด้านๆ ไม่ใช่ทองอร่าม ซึ่งส่วนตัวผมว่าเข้าชุดกับสีดำอย่างมาก ส่วนฝาหลังที่เป็น Stainless Steel แบบเคลือบดำก็มีการเดินลายเส้นสีทองเฉพาะสัญลักษณ์ของหน่วย SEAL และคำว่า LIMITED EDITION รวมถึงเลขตัวเรือน

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set 8

สำหรับประเด็นเรื่องของการใช้ฝาหลังแบบขันน็อตกับความสามารถในการกันน้ำหรือความสะดวกในการใช้งานนั้น ส่วนตัวไม่ใช่ประเด็นที่ผมกังวลใจอะไร เพราะนาฬิกาดำน้ำบางเรือนของผมที่มีมาตรฐานการกันน้ำระดับ 300 เมตร ยังใช้แบบขันน็อตเลย ส่วนตัวที่กังวลคือ เรื่องของการไขน็อตเพื่อเซอร์วิส เช่น เปลี่ยนถ่าน จะทำให้หัวน็อตเกิดความเสียหายหรือไม่ อันนี้ต่างหากที่ผมกังวลในกรณีของฝาหลังประเภทนี้

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set

ในเซ็ตนี้จะมากับแพ็คเกจที่เรียกว่าค่อนข้างอลังการ กับกล่องที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเหมือนกับกล่องที่ใช้ในภาคสนาม และเมื่อเปิดออกก็จะพบกับตัวนาฬิกาพร้อมกับสาย 2 เส้น คือ สายยางแบบโพลียูรีเธน และสาย NATO พร้อมไขควงสำหรับใช้ในการเปลี่ยนสลับ ซึ่งสิ่งที่ค้อนข้างขัดใจสำหรับผมคือ ในเมื่อ NATO มากับห่วงและตัวรัดสายสีทองทั้งเซ็ต แล้วทำไมสายยางถึงใช้ตัวรัดสายเคลือบดำ ส่วนตัวแล้วน่าจะเป็นสีทองแบบเดียวกับสาย NATO

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set 14

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set 12

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set 13

Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Set 15

สิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Luminox มาตลอด คือ เรื่องของวัสดุเรืองแสงที่เรียกว่า Night Vision Tubes หรือ Gaseous Tritium Light Source (GTLS) ซึ่งใช้หลอดโบโรซิลิเกตขนาดเล็กบรรจุด้วยก๊าซทริเทียมสามารถส่องสว่างได้นานถึง 25 ปี และทาง Luminox เองก็รับประกันการทำงานของตัว Night Vision Tubes นานถึง 10 ปี

จุดเด่นของระบบนี้คือ

การเรืองแสงได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องรับแสงเหมือนกับสารเรืองแสง โดยใน Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Setจะมีการให้สีของหลอดแก๊สที่แตกต่างออกไป ในส่วนของหลักชั่วโมงตั้งแต่ 1-11 และเข็มชั่วโมงจะเป็นสีเขียว ขณะที่หลัก 12 นาฬิกา และเข็มนาทีที่มีความจำเป็นในการจับเวลาจะมากับสีส้ม เพื่อความชัดเจนในการมองความแตกต่างเวลาอยู่ในกลางคืน

สำหรับกลไกของ Luminox อาจจะลึกลับสักนิด เพราะพวกเขามักจะไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลออกมา แต่เท่าที่เคยมีประสบการณ์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลไกควอตซ์ที่ผลิตโดย Ronda ซึ่งเป็นผู้ผลิตกลไกสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ โดยเท่าที่มีประสบการณ์มาก่อนหน้านี้ 4 เรือน ผมว่าก็ทนทานและไม่ต้องดูแลอะไรให้ยุ่งยากหรือวุ่นวายอะไร ใช้งานเหมือนกับนาฬิกาควอตซ์ปกติทั่วไป

ราคาป้ายเต็มๆ ของเจ้า Luminox Navy SEAL XS.3501 Gold Setคือ 18,800 บาท (สำหรับส่วนลดก็ขึ้นอยู่กับความสนิทของคุณกับแต่ละตัวแทนจำหน่ายแล้วละ) ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหาสักเรือนเข้ามาเป็น Beater Watch ของตัวเอง จะติดอย่างเดียวคือ คู่แข่งในกลุ่มระดับนี้ค่อนข้างมีเยอะและมีจุดเด่นที่ค่อนข้างแข็ง ที่ทำให้ Luminox มักจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ สำหรับบางคน

แต่ถ้ามองข้ามแบรนด์และฟังก์ชั่น (ที่บางครั้งคุณแทบจะไม่ได้ใช้งานเลย) ส่วนตัวแล้ว ผมว่าผลผลิตจาก Luminox ก็มักจะติดอยู่ในตัวเลือก 5 อันดับแรกของผมเสมอสำหรับกลุ่มนาฬิกาบวกลบ 20,000 บาท

รายละเอียดทางเทคนิค :

  • วัสดุตัวเรือน : Carbonox / Stainless Steel
  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง : 45 มิลลิเมตร
  • ความหนา : 14 มิลลิเมตร
  • ความกว้างขาสาย : 24 มิลลิเมตร
  • สาย : ยางโพลียูรีเธน / ไนลอน NATO
  • กระจก : Mineral Glass
  • ระดับการกันน้ำ : 200 เมตร
  • กลไก : ควอตซ์
  • ประทับใจ : รูปทรง การจับคู่โทนสี แพ็คเกจโดยรวม
  • ไม่ประทับใจ : วัสดุกระจก ตัวรัดสายของสายยางที่เป็นสีดำ ฝาหลังไขน็อตที่อาจจะทำให้เกิดรอยตอนเซอร์วิส

ขอบคุณ : Excel-Watch.com สำหรับนาฬิกาในการรีวิว